เมื่อไม่เกาะเกี่ยว


เหนือสุข คือไม่หลงใหลในสิ่งที่มา
เหนือทุกข์ คือไม่ผลักไสในสิ่งที่เป็น
เหนือได้เสีย คือไม่ยึดว่าอะไรเป็นของเรา
เหนือคำคน คือไม่ให้เสียงใดครอบงำใจ
เหนือสังสารวัฏ คือรู้ทันว่ามิใช่เรา
ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก
เมื่อไม่เกาะเกี่ยว
ใจก็ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ถูกลากไป
ความอิสระแท้…
เกิดขึ้นตรงที่ไร้เส้นแบ่ง
เมื่อ พอดี มันก็ไร้คำพูดอธิบาย...
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

ความหมายของการภาวนา


ความหมายของการภาวนา...
ที่หลวงพ่อชาบอกว่า
เป็นการพักผ่อนทางจิตใจ
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย
ไม่ใช่การกำจัด หรือพยายามให้ได้มา
ซึ่งสิ่งใด ที่ต้องใช้ความมุมานะ
และความกดดัน
การที่เราพยายามควบคุม และตัดกิเลส
หรือฝึกใจให้เป็นสมาธิ
เราจะต้องใช้ความพยายามอย่างสูง
จนนำมาซึ่งความเครียด
แต่การพักผ่อนทางจิตใจ
คำว่า...พักผ่อน
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย ปล่อยวาง...
และไม่จำเป็นต้องทำอะไร...หรือเป็นใคร
ส่วนคำว่า...ทางจิตใจ
ก็หมายถึงใจ ที่เป็นธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว...
ไม่ได้หมายถึงสมอง
ซึ่งใช้ปัญญาในการวิเคราะห์แยกแยะ...
แยกแยะถูก-ผิด ดี-ชั่ว ใหญ่-เล็ก
ถึงแม้การการแยกแยะนี้...จะเป็นประโยชน์
แต่มันก็เป็นเพียง...สังขาร
ส่วนสิ่งที่ไม่ใช่สังขาร
คือ ธรรมชาติรู้...หรือ
สัจธรรม หรือธรรมะ
มีอยู่ที่นี่! และเดี๋ยวนี้
พระอาจารย์สุเมโธ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

แต่คือการวางแม้กระทั่งสิ่งที่รู้


ธรรมไม่ใช่สิ่งที่รู้มาก หรือจำมาก
ปัญญาที่แท้ ไม่ได้ทำให้ยึดมั่น
แต่ทำให้ว่าง จากผู้ยึด
เมื่อไม่เหลือแม้ผู้แสวงหา
ความหลุดพ้นก็ปรากฏ
โดยไม่มีใครได้มัน
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

มองต้นไผ่เห็นอะไร


จงเป็นเหมือนต้นไผ่
ภายนอกแข็งและแน่น
ภายในอ่อนนุ่มและกลวง
รากของมันหยั่งลึก ในดินอย่างมั่นคง
และพันเกี่ยว กับรากของพืชชนิดอื่น
เพื่อเสริมสร้างและค้ำจุน ซึ่งกันและกัน
ลำต้นยอมให้ ลมพัดกระหน่ำได้อย่างอิสระ
และแทนที่จะขัดขืน ไผ่กลับโค้งงอ
สิ่งที่โค้งงอได้ ย่อมยากที่จะหัก
///
***จงเป็นเหมือนต้นไผ่
ความแข็งแกร่งนั้นมาจากภายใน
คือ จิตที่ว่าง (เหมือนภายใน
ของไผ่ที่กลวง)
มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น
มีใจที่ไม่ฝืนต้าน ยอมรับความจริง
(เหมือนไผ่ที่โค้งได้ตามลม)
จึงไม่หักโค่นเพราะความทุกข์***
Be like the bamboo.
On the outside, it is hard and compact;
on the inside, it is soft and hollow.
Its roots are firmly
embedded in the ground
and intertwine
with those of other plants
to strengthen and support
one another.
The stem allows itself to be
freely struck by the wind,
and far from resisting, it bends.
That which bends
is much harder to break
—° Buddhist Thought °—
ภาพและบทความ
โดย the Bridge towards awareness
กลุ่ม ZEN

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

นั้นแหละให้ค่าแล้ว


เมื่อความคิด อารมณ์ สภาวะใดๆ
ที่ปรากฏขึ้น
หลายคนสอนว่า “อย่าไปให้ค่า”
แต่การไม่ให้ค่านั้น
ก็เป็นการให้ค่า ไปโดยไม่รู้ตัว
แม้การตั้งใจจะไม่ให้ค่า
นั้นแหละให้ค่าแล้ว
ก็ยังมีเรา เป็นผู้ไม่ให้ค่าอยู่ดี แท้จริงแล้ว
ความคิด อารมณ์ สภาวะใดๆ
ไม่เคยต้องการ ไม่เกี่ยว
ให้ใครไปให้ค่า หรือ ไม่ให้ค่าเลย
มันเป็นเพียงสภาวะ
ที่เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย
แล้วก็ดับลง เมื่อเหตุนั้นหมดเหตุ
เมื่อเห็นตามความเป็นจริง
ไม่มีผู้คิด ไม่มีผู้ควบคุม
มีเพียงกระแสของสภาวะที่เกิดแล้วดับ
ฉะนั้นอาจารย์จะไม่ให้ความสำคัญว่า
เราให้ค่า หรือ ไม่ให้ค่า
เราหลง หรือ ไม่หลง
เข้าใจ หรือ ไม่เข้าใจ
แค่รู้มันจริงๆว่าทั้งหมดเป็น
กระบวนการที่ไม่เคยมีเราตั้งแต่แรก
ไปเป็นมัน หรือ เห็นมัน
ไม่ใช่เรา ก็ มีแค่นี้
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

ทำไมการให้อภัยจึงเป็นโชคดี


การให้อภัย
ในคำสอนหลวงปู่สังวาลย์ เขมโก
*การให้อภัยในมุมของหลวงปู่
ไม่ใช่การยอมแพ้
แต่คือการปล่อยวางอัตตา
เพราะความโกรธ ความเคียดแค้น
คือไฟที่เผาใจเราเองก่อนเสมอ
การให้อภัยจึงเป็นการรักษาใจตน
และเป็นการไม่สร้างกรรมใหม่ที่หนักขึ้น
หลวงปู่สังวาลย์มักพูดว่า
“โกรธเขา ใจเราร้อนก่อนเขา”
ความโกรธเหมือนไฟ
เผาเจ้าของก่อนเสมอ
การให้อภัยจึงไม่ใช่
การยกโทษให้คนอื่น
แต่คือการดับไฟในใจเราเอง
เมื่อใจเราดับไฟได้
ความสงบจะเกิดขึ้น
ความเมตตาจะเกิดขึ้น
และนี่คือพื้นดินที่อริยมรรคงอกงาม
*โชคดีคือการได้ให้อภัย
ทำไมการให้อภัยจึงเป็นโชคดี
เพราะการให้อภัยคือ
การปล่อยภาระหนักออกจากใจ
คือการไม่สร้างกรรมใหม่
คือการเปิดทางให้บุญเก่าได้ทำงาน
คือการให้โอกาสตัวเองได้เดินต่อ
อย่างเบาสบาย
โชคดี…ไม่ใช่การได้สิ่งที่อยากได้
แต่คือการไม่ต้องแบกสิ่งที่ไม่จำเป็น
โดยคุณ Visakha Bucha
ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69
Boost


 

อย่าเพิ่งทิ้งอะไร


อย่าเพิ่งทิ้งอะไร
อย่าเพิ่งปล่อยวางอะไร
จงเห็นความคิด
ว่าจะไปทิ้ง ว่าจะไปปล่อยวาง ว่าจะไปตัด
ว่ามันเป็นแค่ความคิด
เมื่อไม่ได้ยึดถือ รู้ว่ามันไม่ใช่เรา
เดี๋ยวมันก็ผ่านไปเอง เดี๋ยวมันก็ดับไปเอง
ไม่มีใครเป็นเจ้าของ จึงเห็นอนัตตา
จึงเห็นเป็นมายา
หรือ
เราต้องทิ้ง ต้องปล่อยวาง ต้องตัด
เราทำหมด หรือ เรากำลังหลงว่า
สิ่งเหล่านี้เป็นเรา จึงต้องทำต่างๆ นานา
ทำอย่างไร ก็ยังหลงเป็นมัน
เข้าใจอะไรผิดไปไหม
ติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิด
พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

คนส่วนใหญ่


คนส่วนใหญ่กำลังยุ่ง
กับการตกแต่งกรง
ที่ตนเองสามารถหนีออกมาได้
Most people are busy decorating cages they could have escaped.
กลุ่ม Non-duality

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

22 เม.ย.69