แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาจารย์ Camouflage แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาจารย์ Camouflage แสดงบทความทั้งหมด

สังสารวัฏจะถล่มลง


ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 ม.ค.69

 

สัมมาทิฏฐิคือเพชรตัดมายา


สัมมาทิฏฐิคือเพชรตัดมายา
การบรรยายธรรมที่ผมพยายามสอนทุกคนมาตลอด
เพื่อให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วไม่มีเรา
เพื่อให้เข้าใจสัมมาทิฏฐิ
.
เมื่อเราเข้าใจว่าแท้จริงไม่มีเราและไม่มีใครทั้งนั้น
ก็จะไม่มีใครเป็นตัวตั้งตัวตี หรือเป็นตัวตั้งใจที่จะทำอะไร
และถ้านอกเหนือจากนั้น รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
มันจะทำอะไรออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม
ก็ไม่มีใครที่จะเกี่ยวข้องให้คุณค่าว่ามันทำถูกหรือมันทำผิด
.
เราอยู่แค่ตรงนี้ อยู่แค่ที่ความเข้าใจอันลึกซึ้งของสัมมาทิฏฐิแค่นั้น
.
เราฟังวิธีการปฏิบัติธรรมและข้อควรระวังมากมายที่เราจะปฏิบัติผิด…
เราฟังมากจนบางทีเราฟุ้งซ่านและกังวล
แล้ววงจรอุบาทว์ก็เกิดขึ้น พอเรากังวล เราก็หาทางจะปฏิบัติให้ถูก ปิดกั้นและกำจัดสิ่งที่ผิด
.
แต่ผมเคยบอกว่าความผิดพลาดทั้งหมด
เกิดจากการมีเราพยายามจะทำอะไรบางอย่าง และเราจะพยายามทำอะไรก็ต่อเมื่อ
เราให้คุณค่าว่านี่ถูกนั่นผิด เรานั่นเองเป็นกับดักของตัวเอง
.
สิ่งที่ผมพยายามจะบอกเราทุกคนไม่ใช่เรื่องของวิธีปฏิบัติที่ถูก
เราแค่ต้องมีทิฏฐิที่ถูกแค่นั้น
การปฏิบัติเป็นผลจากทิฏฐิที่ถูก ไม่ใช่เราปฏิบัติให้ถูก
มันคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง
มันเป็นเพียงแค่เรื่องของ
…เราพร้อมจะมีทิฏฐิที่ถูกมั้ย
…เราพร้อมจะหนักแน่นกับสัมมาทิฏฐิมั้ย
…เราพร้อมจะไม่ได้รับคำตอบอะไรเลยมั้ยจากความสงสัย
ปัญหาในการปฏิบัติธรรมทั้งหมดของเรา ไปดูดีๆ
มันเกิดจากรากเหง้าสำคัญอันเดียวเท่านั้นคือ
เราไม่มีความหนักแน่นในสัมมาทิฏฐิ
.
สัมมาทิฏฐินี่แหละคือเพชรตัดมายา
ศาสนาพุทธเราใช้ปัญญา
และปัญญาอย่างยิ่งคือความหนักแน่นในสัมมาทิฏฐิ
Camouflage
30-05-2564
ฟังธรรม :
ดาวน์โหลด mp3 :

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

คําว่าอนัตตา คือ...


..พระพุทธเจ้าสอนเราเรื่อง “อนัตตา”
อนัตตาไม่ได้แปลว่าไม่มีอัตตา
ไม่มีอัตตา เป็นคู่ตรงกันข้ามกับ อัตตา
แต่อนัตตาคือ เหนือทั้งไม่มีอัตตา
และมีอัตตา
คําว่าอนัตตา คือ ว่างจากความเป็นสัตว์ 
ตัวตน บุคคล เรา เขา
นี่คือสัมมาทิฏฐิโลกุตระข้อแรก
ในอริยมรรคมีองค์ 8…

Camouflage

จากหนังสือ มีใครอยู่ข้างในมั้ย?

Image by dimitrisvetsikas1969 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

บุญบารมีนี่ สร้างกันตอนนี้



บุญบารมีอะไรเหล่านี้
เป็นปัญหาใหญ่ของนักปฏิบัติเหมือนกัน
ชอบคิดว่าตัวเองบุญไม่พอ บารมีไม่พอ
“บุญบารมีนี่ สร้างกันตอนนี้”
ถ้ารู้สึกเอง คิดเอง เออเอง ว่าไม่พอ
ถ้ารู้อย่างนี้ก็รีบสร้าง
วิธีการสร้างคืออะไร?
ก็คือ...รู้สึกตัว
พ้นออกจากโลกของความคิด
ไม่ตามความคิดไป
และก็เห็นความปกตินี้อยู่บ่อยๆ
อันนี้แหละคือกำลังสร้างบารมี
กำลังสร้างบุญ สร้างบารมี
สร้างทางแห่งอริยมรรคอยู่
ถ้าเรามัวแต่ตัดพ้อ
ว่าเรามีบุญบารมีน้อย
เราอะไรๆ...อย่างนี้ มันไม่มีประโยชน์อะไร
นอกจากตัดกำลังใจตัวเอง

Camouflage

จากหนังสือการเดินทาง ที่ปราศจากผู้เดิน

Image by AnnieSpratt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงจะเกิดขึ้น...


การปฏิบัติธรรมจะเกิดขึ้น เมื่อหัวใจนั้น 
มีอิสรภาพอย่างยิ่งจากความรู้ทั้งหมด
ที่เราเคยเรียนรู้มา
และกระบวนการของชีวิต Process นี้ 
คือจุดเริ่มต้น และคือจุดสุดท้าย
.
ผลลัพธ์ที่เราถวิลหาในการปฏิบัติธรรม 
ไม่มีความสำคัญเลย
ความสำคัญอยู่ที่กระบวนการที่ผมพูดนี้ทั้งหมด 
ไม่ใช่ผลลัพธ์
.
เราต้องตระหนักชัดว่า 
การปฏิบัติธรรมทั้งหมด ที่เราเคยทำมา 
เป็นแค่การเวียนว่ายอยู่ในทะเลแห่งความหลง
และ #การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงจะเกิดขึ้น 
#เมื่อเราพ้นจากความปรุงแต่งทั้งปวง
ความรู้ ความคิด วิธีการปฏิบัติทั้งหมด 
คือ ความปรุงแต่งของเราเอง

Camouflage
19-08-2566

ฟังธรรม : https://youtu.be/rPBXKa2Z8ac

Image by xiSerge from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

พึ่งพระรัตนตรัยในใจดวงนี้


พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เราวิ่งตามมาทั้งชีวิต
เราหาออกนอกตัว
.
พระพุทธอยู่ที่ไหน?
อยู่ที่ความรู้ ตื่น เบิกบาน ในใจดวงนี้
พระธรรมอยู่ที่ไหน?
อยู่ที่ความจริงที่ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานได้เห็นแล้ว
ซึ่งคือใจดวงนี้ เมื่อใจดวงนี้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ที่เห็นความจริง ที่เรียกว่าธรรมะแล้ว
ความเป็นพระสงฆ์ก็เกิดขึ้นในใจดวงนี้
.
เราหาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่ไหน
เรายังวิ่งออกข้างนอกอยู่ไหม
หรือหาเจอที่ใจเราเอง หาเจอที่ใจดวงนี้เอง
เราทุกคนมีความเป็นพระสงฆ์ในใจอยู่เนืองๆ
หาพระในใจตัวเองให้เจอ
.
จิตที่เป็นปกติว่างจากกิเลส
ว่างจากความยึดมั่นถือมั่น ในขณะนั้นๆ
ความเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เกิดขึ้นในใจเรา
นี่คือที่พึ่งของเรา
นี่คือพระรัตนตรัยของเรา
พึ่งพระรัตนตรัยในใจดวงนี้

Camouflage

หนังสือชีวิตที่แท้จริงนั้นไร้เรื่องราว

Image by RonaldPlett from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


.





 

เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติธรรมนี้เป็นหน้าที่เฉยๆ


เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติธรรมนี้เป็นหน้าที่เฉยๆ 
“เราต้องทำเป็นหน้าที่ของชีวิต” 
ไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรจากการปฏิบัติธรรม 
แต่เรารู้แล้วว่าคนเราเกิดมามีหน้าที่...
หน้าที่ที่จะพ้นทุกข์ 
วิธีการที่จะทำหน้าที่นั้น ก็คือ 
“รู้สึกตัว ไม่ตามความคิดไป 
ไม่หลงเข้าไปในความคิด 
เห็นจิตใจนี้มันปกติอยู่” 
พาจิตใจนี้มารู้จักความเป็นปกติ
ที่เราทุกคนมีอยู่แล้ว 
การเรียนรู้กายและใจแบบนี้ 
ถึงจะพาเราไปสู่ความพ้นทุกข์ได้

Camouflage

Photo by NEOM on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การปฏิบัติธรรมคืออะไร?


“การปฏิบัติธรรมคืออะไร?”
คือ เราต้องปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้กระทั่งสิ่งนั้นจะเป็นความรู้ด้วยก็ตาม
เพราะในที่สุดเราปฏิบัติธรรม 
ไม่ใช่เพื่อจะได้อะไรเลย
เพื่อจะปล่อยทุกสิ่ง ปล่อยวางทุกสิ่ง ทิ้งลงไป
เราก็เป็นอิสระ

Camouflage

Image by truthseeker08 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

พ้นจากการปรุงแต่งทั้งปวง ไม่ใช่การหลับ


พ้นจากการปรุงแต่งทั้งปวง ไม่ใช่การหลับ
เป็นภาวะตื่น...ตื่นอย่างเต็มที่
ตื่นออกจากโลกของความคิดปรุงแต่งทั้งปวง
ภาวะนั้นเป็นภาวะรู้...รู้ที่บริสุทธิ์
รู้ที่เราไม่ได้สร้างขึ้นมา
รู้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความพยายามจะรู้
เป็นรู้ที่เรียกว่า “สัมมาทิฏฐิ”
และเมื่อรู้แห่งสัมมาทิฏฐิเกิดขึ้น
สัมมาที่เหลืออีก 7 ข้อ จะเกิดขึ้นทันที
เปรียบเสมือนล้อเกวียนที่หมุนไปได้
โดยมันมีแกนและดุมล้อตรงกลาง
แกนและดุมล้อตรงกลางเปรียบเสมือนสัมมาทิฏฐิ
เมื่อแกนนั้นเริ่มหมุนไป
ล้อทั้งล้อก็หมุนตามไปทันที
ล้อทั้งล้อก็เปรียบเสมือน
มรรคอีก 7 องค์ที่เหลือนั่นเอง

Camouflage

หนังสือชีวิตที่แท้จริงนั้นไร้เรื่องราว

Image by mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

ปฏิบัติธรรม อย่ามีเป้าหมาย


ปฏิบัติธรรม อย่ามีเป้าหมาย
เป้าหมาย จะพาให้เราเป็น
นักทำ
ไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม
มีหน้าที่ 3อย่าง
รู้เนื้อรู้ตัว
พ้นออกจากโลกของความปรุงแต่ง
หันมาดูใจ
ปกติก็ ”รู้จัก”ว่าเป็นแบบนี้
ไม่ปกติก็ ”รู้จัก” ว่าเป็นแบบนี้
แค่ ”รู้จัก” แล้วก็ผ่านไป
แล้วมันจะค่อยๆ”ตื่น”ขึ้นเอง
ไม่ต้องคาดหวังว่ามันจะตื่น
เพราะมันจะตื่น”เอง”อย่างค่อยเป็นค่อยไป
จิตใจจะค่อยๆ ปลดเปลื้องภาระ ”เอง”
ทุกอย่างจะค่อยๆ เป็นธรรมชาติ ”เอง”
ขอแค่ทำหน้าที่ที่บอกไว้  “แค่นั้น”
แล้วสัจธรรม ของ #อนัตตา
จะทำงานหามรุ่งหามค่ำ
“ด้วยตัวมันเอง “
จนพาจิตทุกดวง บรรลุธรรม ในที่สุด ”เอง”

Camouflage

Image by mirkostoedter from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

การปฏิบัติไม่ได้ยากอะไร


การปฏิบัติไม่ได้ยากอะไร
เราแค่อดทนไม่พอกับอารมณ์อันฉูดฉาดนั้น
เรารีบเข้าไปคว้ามันเป็นของเรา
อดทนสักหน่อย เราจะเริ่มเห็นว่ามันไม่ใช่เรา
มันเป็นสักแต่ว่าความรู้สึก
เป็นความรู้สึกอันหนึ่งที่เหมือน
ความรู้สึกที่เรียกว่าดีใจ มีความสุข พอใจ…เหมือนกัน
สักแต่ว่าจะถูกปรุงแต่งไปอีท่าไหน
แต่มันเหมือนกันคือไม่มีสาระอะไร
มันเกิดขึ้นแล้วมันก็จะดับไป
.
ถามตัวเองว่าเคยโกรธมากี่ครั้งแล้วในชีวิต
มันอยู่ตลอดไหม ถ้ามันไม่อยู่ตลอด
ทำไมต้องไปเป็นเจ้าของความโกรธนั้น
เพื่ออะไร เพื่อความมันส่วนตัว หรือเพื่ออะไร
.
เพราะฉะนั้น อะไรก็ตาม
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในกายในใจนี้
หัดที่จะเห็นมันเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
เป็นสักแต่ว่าความรู้สึกที่ถูกรู้
เราคือใคร เราเป็นอะไร
เราเป็นคนรู้ คนรู้สิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น
ไม่ได้เป็นสิ่งๆ นั้น
เราคือ “ธาตุรู้ที่บริสุทธิ์”
เราเป็นเหมือนกล้องวงจรปิด
รู้เป็นอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่เป็น
.
ทั้งหมดที่ผมพูด เราเริ่มจากฝึก
ที่จะรู้สึกร่างกาย ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
รู้สึก “แค่รู้สึก”
จิตใจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวก็ “แค่รู้ทัน”
ค่อยๆ ฝึกไป
มันไม่ได้ดีในวันสองวันหรอก
อาศัยเวลา อาศัยความอดทน
อาศัยความต่อเนื่อง
ถ้าเราเป็นคนจริง เราจะได้ของจริง

Camouflage

Image by nandhukumar from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เรามีหน้าที่จุดไฟขึ้นมา


เราไม่ได้มีหน้าที่ไปไล่ความมืด 
ความมืดไล่ไม่ได้ 
“เรามีหน้าที่จุดไฟขึ้นมา” 
จุดไฟนี้หมายความว่า 
การเห็นความเป็นปกติในจิตนี้แหละ
การเห็นจิตที่มีสภาพ
พ้นไปจากความปรุงแต่ง 
อันนี้เรียกว่าความปกติ

Camouflage

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

บุญสูงสุดในศาสนาพุทธ


บุญสูงสุดในศาสนาพุทธคือ 
การเห็นสรรพสิ่งในโลกนี้
รวมทั้งกายและจิตนี้ตามความเป็นจริง 
เรียกว่ามีสัมมาทิฏฐิ 
“สัมมาทิฏฐิ” คือ เนื้อแท้ของศาสนาพุทธ 
คือ มีความเห็นถูก 
เห็นถูกว่าสรรพสิ่งนั้นว่าง
จากความเป็นสัตว์ตัวตนบุคคลเราเขา 
กายก็เป็นแค่กาย จิตก็เป็นแค่จิต 
ล้วนเป็นของ สักว่า 
สักว่า ไม่ใช่ของเรา

Camouflage

Image by setthayos from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ศีลเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้าย


พระพุทธเจ้าสอนเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา 
พระพุทธเจ้าตั้งศีลขึ้นมา
ก็เพื่อให้เราเป็นปกติมากที่สุด 
“ศีลนี้ คือความเป็นปกติ”
อย่างพระอริยะก็มี “อริยกันตศีล” 
คำว่าอริยกันตศีลนี้ก็คือว่า
มีความเป็นปกติเป็นเครื่องอยู่เลย 
เพราะฉะนั้น “ศีลจึงเป็นจุดเริ่มต้น”
ที่พระพุทธเจ้าพยายามที่จะบอก
ให้เราเข้าใกล้ความเป็นปกติมากที่สุด 
พระพุทธเจ้าจึงตั้งศีลขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน “ศีลก็เป็นจุดสุดท้ายด้วย” 
ที่เรากำลังปฏิบัติเพื่อไปให้ถึง
ความเป็นปกติโดยสิ้นเชิง
อย่างสิ้นเชิง โดยสมบูรณ์ 
ก็คือไม่มีความกระเพื่อมหวั่นไหวอีกแล้ว

Camouflage

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หัวใจสำคัญของการอยู่เหนือโลก


คนเรามัน "สูญเสียความเป็นปกติไป 
เพราะความคิด" พอมันมีความคิดปั๊บ
มันก็จับความคิดนั้นว่าเป็นของเรา
ด้วยมิจฉาทิษฐิของตัวเอง
แล้วมันก็ปรุงกิเลสตัณหาต่อ
ความไม่ปกติก็เกิดขึ้นตลอดวัน ตลอดคืน 
ตลอดชีวิต โดยที่เราเข้าใจผิดว่า นี่แหละ
เป็นความปกติของมนุษย์...จริงๆ ไม่ใช่!!!
หัวใจสำคัญของการที่จะไปอยู่เหนือโลกได้ก็คือ
"ความเป็นปกติ พ้นออกจากโลกของความคิด" นี่แหละ

Camouflage

Image by Aurel-Breizh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าสละได้ นั่นแหละเป็นทานบารมี

"ทานบารมี" นี่บางคนนึกว่าให้เงิน..ไม่ใช่เงิน
แต่เป็นการสละโลภ โกรธ หลงออกไป สละให้ได้
อันนี้เป็นทานบารมี เราสละได้มั้ย?
เราให้เงินง่ายจะตาย เรามีเงิน เราก็ให้เงินได้
แต่สละกิเลสในใจเรา สละได้มั้ย?
ถ้าสละได้ นั่นแหละเป็นทานบารมี
หลวงพ่อเทียนสอนแบบนั้น

Camouflage 

Image by TanteTati from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

แค่รู้สึกและรู้ทัน


..เพราะฉะนั้น ปฏิบัติธรรมจึงเหลือ 
“แค่รู้สึก และก็รู้ทันเมื่อจิตมันไปคิด” 
แต่ถ้ายังรู้ทันจิตไปคิดไม่ทัน
จนมันปรุงแต่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมา 
เราก็มีหน้าที่รู้ทันตรงที่เรารู้ทันได้ 
เราปฏิบัติอยู่แค่นี้
คนที่คิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นยาก 
ตอนนี้ผมพูดหลักการปฏิบัติธรรมจบแล้ว
มีแค่นี้ “แค่รู้สึกและรู้ทัน” 
คงไม่น่าจะมีใครทำไม่ได้

Camouflage

Image by mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

หัวใจหลักในการปฏิบัติธรรม


หัวใจหลักในการปฏิบัติธรรม คือ 
รู้สึกตัว หรือรู้เนื้อรู้ตัว
พ้นออกจากโลกของความคิดปรุงแต่ง 
ไม่ตามเข้าไปในความคิด 
ไม่ให้ความคิดหลอกเรา
แล้วก็ รู้จักสภาพจิตใจที่มันเป็นปกติ 
ซึ่งเป็นสภาพที่อยู่กับเราเสมอ 
อยู่กับเราตลอดเวลา สภาพเดิมแท้…
สภาพไร้กิเลส สภาพไร้ราคะ 
ไร้โทสะ ไร้โมหะ สภาพบริสุทธิ์…
เราทำแค่นี้แหละ
ความเป็นพุทธะ…ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น 
ผู้เบิกบาน มันเบ่งบานออกมาเอง 
มันทำงานของมันเอง เป็นธรรมชาติ

Camouflage

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มันเป็นแค่การกลับบ้าน


การปฏิบัติธรรมทั้งหมดทั้งสิ้น 
มันเป็นแค่การกลับบ้าน…
กลับมาอยู่ให้ถูกบ้าน 
พอเรากลับถูกบ้าน 
จิตใจเป็นปกติ มันก็พ้นทุกข์เลย

Camouflage

Photo by Inside Weather on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เส้นทางของอนัตตา


การปฏิบัติธรรม เป็นเส้นทางของอนัตตา 
ไม่มีการทำอะไร
แค่รู้อย่างที่มันเป็น

Camouflage

Photo by Sarah Dorweiler on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา