แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านเว่ยหล่าง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านเว่ยหล่าง แสดงบทความทั้งหมด

ตัวหนังสือ...ไม่ใช่ตัวรู้


นิทานธรรม “ตัวหนังสือ...ไม่ใช่ตัวรู้”
==========================
ธัมมวิชชา ภิกษุณี
ครั้งหนึ่ง ท่านเว่ยหล่างไปพักค้างแรมที่บ้านหลังหนึ่ง
ขณะที่กำลังจะนอนพักผ่อนในช่วงบ่าย
ได้ยินเสียงคนกำลังสวดมนต์ เลยลุกขึ้นไปถามผู้นั้นว่า
”เจ้าเข้าใจความหมายของบทที่สวดหรือเปล่า?”
”บางตอนเข้าใจยากจริง ๆ”
ท่านเว่ยหล่าง...เลยอธิบายให้ฟังบางตอนของบทสวดว่า...
”เมื่อเราอยู่ในโลกแห่งมายาจอมปลอมนี้...
จนผมหงอกขาวหมดไปทั้งหัวแล้ว...พวกเราต้องการอะไร?
และเมื่อไฟแห่งชีวิตกำลังจะมอดลง....
ใจเต้นอ่อนลง และลมหายใจกำลังจะขาดรอนๆ อะไร คือสิ่งสุดท้ายที่เราหวัง?
และเมื่อกายของเรากำลังเน่าเปื่อยอยู่ใน
สุสาน ธาตุกลับคืนสู่ธาตุ ธาตุดินสู่ดิน
ชีวิต...กลายเป็นสิ่งไร้ความรู้สึกในความว่างเปล่า แล้วเราอยู่ที่ไหน?”
คนที่สวดมนต์นั้น...
ได้ชี้คำหลายคำในคัมภีร์ ที่ไม่เข้าใจความหมายแล้วถาม
ท่านเว่ยหล่างยิ้มๆ แล้วตอบว่า...
”ข้าพเจ้าไม่รู้หนังสือ ท่านถามมาเลยดีกว่า"
คนๆ นั้น รู้สึกแปลกใจแล้วพูดขึ้นว่า...
”ท่านอ่านหนังสือไม่ออก...
ท่านจะเข้าใจความหมาย เข้าใจหลักธรรม
ได้อย่างไร?”
ท่านเว่ยหล่าง...ตอบว่า...
”หลักธรรมของพุทธะ
กับตัวหนังสือไม่เกี่ยวกัน
ตัวหนังสือเป็นเพียงเครื่องมือที่จะเรียนรู้...
สิ่งที่จะเข้าใจหลักธรรม คือ...จิต
คือ ตัวรู้...ไม่ใช่...ตัวหนังสือ"
ท่านเว่ยหล่าง รับตำแหน่งพระสังฆนายก
โดยที่ยังไม่ได้บวชหลังรับตำแหน่งต้องหนีภัย
จากพระที่เป็นศิษย์พี่ไปอยู่ในป่ากับพรานป่า
๑๕ ปี ถึงจะกลับมาในเมืองแล้วบวชเป็นพระภิกษุ...
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

31 ต.ค.68 


 

เมื่อสับสนโดยความคิด


เมื่อสับสนโดยความคิด
เราจะสัมผัสความเป็นของคู่ในชีวิต
เมื่อไร้ความคิดกางกั้น
ผู้ตื่นรู้จะมองเห็นความจริง
ที่เป็นหนึ่งเดียว
ท่านเว่ยหล่าง (ฮุ่ยเหนิง)
Confused by thoughts,
we experience duality in life.
Unencumbered by ideas,
the enlightened see the one reality.
---
Hui Neng
[From the book "Wisdom for the Soul:
Five Millennia of Prescriptions for Spiritual Healing"]
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

คนธรรมดาก็คือพุทธะ


เมื่อเธอมืดบอดต่อธรรมชาติ
ของเธอ พุทธะก็คือคนธรรมดา
เมื่อเธอตระหนักรู้ในธรรมชาติ
ของเธอ คนธรรมดาก็คือพุทธะ
ท่านเว่ยหล่าง (ฮุ่ยเหนิง)

When you’re blind to your own
nature, the Buddha is an ordinary
being. When you’re aware of your
own nature, an ordinary being is
the Buddha.
~ Huineng
ภาพจาก Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

อิสรภาพจากความคิด


อิสรภาพจากความคิด
หมายถึง ไม่มีความคิด
ในท่ามกลางความคิด

ท่านเว่ยหล่าง
(ฮุ่ยเหนิง)
จาก สูตรของเว่ยหล่าง

🕊Freedom of thought means having no thought 
in the midst of thought.
---
Huìnéng, Enō
[The Sutra of Hui Neng]


ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

 

รู้แจ้งด้วยใจตัวเอง ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง


การที่ใครจะบรรลุอนุตรสัมโพธิได้นั้น 
ผู้นั้นจะต้องสามารถรู้แจ้งด้วยใจตัวเอง 
ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง 
หรือที่เรียกว่า จิตเดิมแท้ 
อันเป็นสิ่งที่ใครสร้างขึ้นไม่ได้ 
หรือทำลายให้สูญหายไปก็ไม่ได้
ชั่วเวลาขณะจิตเดียวเท่านั้น 
ผู้นั้นสามารถเห็นแจ้งจิตเดิมแท้ 
ได้โดยตลอดกาลทั้งปวง
ต่อจากนั้นทุกๆ สิ่งก็จะเป็นอิสระ 
จากการถูกกักขัง
กล่าวคือ จะเป็นวิมุติหลุดพ้นไป

ท่านเว่ยหล่าง

หนังสือสูตรของเว่ยหล่าง

Image by KIMDAEJEUNG from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ย่อมบรรลุถึง ... สมาธิ


การทำสมาธิ หมายถึงการตระหนักรู้ 
ถึงความสงบภายในของแก่นแท้แห่งจิตใจ
สาเหตุที่เรากังวล ก็เพราะเราปล่อยให้ใจถูกพาไป 
ตามสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่
ผู้ที่รักษาจิตของตน ไม่ให้ถูกรบกวน 
ไม่ว่าสภาวการณ์ใดๆ ย่อมบรรลุถึง ... สมาธิ

ท่านเว่ยหล่าง

Image by Tanuj_handa from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

พุทธภาวะ...อันแท้จริง


ถ้าจิตใจติดอยู่แต่ความดี 
ก็ยังรังเกียจความชั่ว 
ถ้าติดอยู่กับความชั่ว 
ก็รังเกียจความดี
ใครสามารถ
พ้นไปจากสองสภาวะนี้ได้ 
เขาย่อมได้ถึง...พุทธภาวะ...อันแท้จริง

ท่านเว่ยหล่าง

สูตรเว่ยหล่าง ฉบับย่อสั้น..

Image by xiaofeixia920 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จิตเดิมแท้


การที่ใครจะบรรลุ...
อนุตรสัมโพธิได้นั้น ผู้นั้น...จะต้องสามารถ
รู้แจ้งด้วยใจเอง ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง
หรือที่เรียกว่า...จิต เดิมแท้
อันเป็นสิ่งที่ใครสร้างขึ้นไม่ได้ หรือทำลาย
ให้สูญหายไป ก็ไม่ได้
ชั่วเวลาขณะจิตเดียว เท่านั้น  
ผู้นั้น...
สามารถเห็นแจ้ง จิตเดิมแท้ได้โดยตลอดกาล 
ทั้งปวง
ต่อจากนั้น...
ทุกๆ สิ่ง ย่อมจะเป็นอิสระจากการถูกกักขัง
กล่าวคือ...จะเป็นวิมุติหลุดพ้นไป

ท่านเว่ยหล่าง

Image by boonkong19 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คันธสาระ (ธรรมสาระ) 5 ประการ


คันธสาระ (ธรรมสาระ) 5 ประการ

1. ศีล 
คือการที่จิตของเราปราศจาก รอยด่างของทุจริต ความชั่ว 
ความผิด ความริษยา ความตระหนี่ ความโกรธ การใช้กำลังข่มขู่ 
และการผูกเวร
.
2. สมาธิ 
คือการที่จิตของเราไม่มีอาการหวั่นไหว ในทุกเหตุการณ์ที่เข้ามาแวดล้อมเรา 
ไม่ว่ามาดีหรือมาร้าย
. 
3. ปัญญา 
คือการที่จิตของเราเป็นอิสระจากเครื่องห่อหุ้มรึงรัด ... 
...หมายถึงการที่เราส่องปัญญาเราอยู่เนืองนิจ ลงที่จิตเดิมแท้ของเรา...
หมายถึง ความที่เราเป็นผู้พ้นเด็ดขาดจากการที่จะทำชั่วทุกประเภท
หมายถึง ความที่ว่าแม้เราทำความดีทุกสิ่งทุกอย่าง
ถึงกระนั้นเราก็ไม่ปล่อยให้ใจของเราเกาะเกี่ยวอยู่กับผลแห่งความดี และ
หมายถึง เรายอมเคารพนับถือผู้ที่สูงกว่าเรา อ่อนน้อมต่อผู้ที่ต่ำต้อยกว่าเรา 
เห็นอกเห็นใจคนที่หมดวาสนาและคนยากจน..
.
4. ความหลุดพ้น (วิมุตติ) 
คือความที่ใจของเราขึ้นถึงขั้นเป็นอิสระเด็ดขาดไม่เกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งใด 
ไม่ผูกพันตัวเองอยู่กับความดีและความชั่ว
.
5. ความรู้อันเราได้รับในขณะที่ 
 ลุถึงความหลุดพ้น...
เมื่อจิตของเราไม่เกาะเกี่ยวกับความดีและความชั่วแล้ว 
เรายังจะต้องระวัง ไม่ปล่อยให้จิตนั้นอิงอยู่กับ
ความว่างเปล่าหรือตกลงไปสู่ความเฉื่อย..
ยิ่งกว่านั้นเรายังจะขยายความรู้ของเรา ให้กว้างออกไปจนกระทั่ง
เราสามารถรู้จักจิตของเราเอง 
สามารถเข้าใจโดยทั่วถึงในหลักแห่งพุทธธรรม ทำตนเป็นฉันญาติมิตร
กับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ที่เราเกี่ยวข้องด้วย 
บำบัดความรู้สึกว่า "ตัวตน" 
และความรู้สึกว่ามีว่าเป็นเสียให้หมดสิ้น
.
คันธสาระอันประกอบด้วยองค์ห้าประการนี้ ย่อมอบอวลออกมาจาก
ภายในและเราไม่ควรแสวงหามันจากภายนอก...

สังฆปริณายกที่ 6 ท่านเว่ยหลาง

พุทธทาสภิกขุ...แปล

Photo by 五玄土 ORIENTO on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความไม่ข้องติด


ความไม่ข้องติด นั้น...
หมายถึงลักษณะเฉพาะ แห่ง...จิตเดิมแท้ของเรานั่นเอง
สิ่งทุกสิ่ง ไม่ว่า... ดีหรือเลว  สวยงาม  หรือน่าเกลียด  
ควรจัดเป็น ของว่าง...อย่างเดียวกัน... 
ถ้าเรา ไม่ยอมให้ใจของเรา 
ข้องติดอยู่...ในสิ่งใดๆ   
เราจะลุถึง ความ...หลุดพ้น  
เพื่อผลอันนี้...  
เราจึงถือเอา  ความไม่ข้องติด 
ว่า...เป็นหลักหรือต้นตอ  อันเป็นประธานสำคัญ

ท่านเว่ยหล่าง

Image by pcsfish from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ต้องสามารถรู้แจ้งด้วยใจเอง ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง


การที่ใครจะบรรลุอนุตรสัมโพธิได้นั้น
ผู้นั้นจะต้องสามารถรู้แจ้งด้วยใจเอง
ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง
หรือที่เรียกว่าจิตเดิมแท้
อันเป็นสิ่งที่ใครสร้างขึ้นไม่ได้ 
หรือทำลายให้สูญหายไปก็ไม่ได้
ชั่วเวลาขณะจิตเดียวเท่านั้น  
ผู้นั้นสามารถเห็นแจ้งจิตเดิมแท้
ได้โดยตลอดกาลทั้งปวง
ต่อจากนั้น
ทุกๆ สิ่งย่อมจะเป็นอิสระจากการถูกกักขัง
กล่าวคือจะเป็นวิมุติหลุดพ้นไป

ท่านเว่ยหล่าง

Image by Krisatu from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ยานอันสูงสุด


ในวันหนึ่ง ภิกษุชิช็วง ได้ถามพระสังฆปรินายกว่า
พระพุทธองค์ได้ประกาศคำสอน เรื่อง “ยานสามชนิด”
และเรื่อง "ยานชั้นสูงสุด" ไว้ด้วย
แต่กระผมไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้
ขอให้ใต้จงกรุณาอธิบายเถิด
.
พระสังฆปรินายกได้ตอบว่า
ในการพยายามเพื่อเข้าใจเรื่องเหล่านี้
ท่านควรจะส่องดูที่ใจของท่านเอง
และทำตัวต่อสิ่งทั้งปวงในภายนอกอย่างมีอิสระ
ความแตกต่างระหว่างยานทั้งสี่ชนิด
มิได้อยู่ที่ตัวธรรมะ
แต่อยู่ที่ความแตกต่าง
ของใจคนที่จะปฏิบัติธรรมะ
.
การดู การฟัง การท่องพระสูตร เป็นยานขนาดเล็ก
การรู้ธรรมและเข้าถึงความหมาย
เป็นยานขนาดกลาง
การเอาธรรมะที่รู้นั้นมาปฏิบัติจนเป็นปรกตินิสัย
นี่คือยานขนาดใหญ่
การเข้าใจธรรมทั้งปวงอย่างปรุโปร่ง
ได้ดื่มรสธรรมะนั้นอย่างสมบูรณ์
เป็นอิสระจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง
มีใจอยู่เหนือสิ่งทั้งปวง
และไม่ถืออะไรไว้โดยความเป็นตน
นี่แหละคือยานอันสูงสุด

สูตรของเว่ยหล่าง

Image by JLB1988 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ธรรมชาติแท้ของท่าน


..เมื่อท่านทำในใจไม่คิด
...ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่วแล้ว
ในเวลานั้น 
...นั่นคือธรรมชาติแท้ของท่าน...

ท่านเว่ยหล่าง

Image by mackmacedo0266 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หากไม่มีความคิด ก็เหมือนกับก้อนหิน


พระอาจารย์ ว้อหลุน หลังจากบำเพ็ญเพียรอยู่หลายปี 
ก็นึกว่าตนเองรู้แจ้งแล้ว จึงไปหาท่านเว่ยหล่าง
เพื่อทดสอบภูมิธรรม พร้อมกับเขียนโศลก .. ว่า
. 
"ว้อหลุน มีเทคนิคและวิธี ที่จะสามารถดับร้อยความคิดได้ 
สิ่งที่มากระทบจิตไม่เกิด ต้นโพธิ์เติบโตขึ้นทุกวัน"  
.
ท่านเว่ยหล่างเมื่ออ่านแล้ว.. ได้พูดกับลูกศิษย์ว่า 
"ว้อหลุน ยังไม่เข้าไม่ถึงหลักธรรมอย่างแท้จริง 
 หากปฏิบัติธรรมลักษณะนี้.. ต้องแย่แน่ 
 หลงคิดว่า.. สิ่งที่มากระทบจิตไม่เกิด
 เป็นความสามารถอย่างสูง เป็นความเข้าใจที่ผิด
.
เราปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นพุทธะที่มีชีวิต ไม่ใช่เป็นพุทธะที่ตายแล้ว 
กลายเป็น ท่อนไม้ ดิน หรือ หิน  แล้วจะเป็นพุทธะอย่างไร 
ไม่สามารถฉุดช่วยผู้คน แล้วจะมีประโยชน์อะไร 
.
ท่านเว่ยหล่างจึงแต่งโศลกตอบไปว่า 
"เว่ยหล่างไม่มีเทคนิคและวิธี 
ร้อยความคิดก่อเกิดไม่มีหยุด
สิ่งที่มากระทบจิตย่อมเกิด 
แล้วต้นโพธิ์จะเติบโตได้อย่างไร" 
.
เหล่าลูกศิษย์อ่านโศลกยังไม่เข้าใจ ท่านเว่ยหล่างจึงอธิบายให้ฟังว่า 
ทุกสิ่งที่ต้องใช้เทคนิคและทุกวิธีล้วนแต่ต้องใช้ความสามารถ 
จิตย่อมจดจ่ออยู่กับความสามารถในการกระทำนั้น 
ยังเป็นการยึดติดอยู่กับการกระทำ เท่ากับ ยังใช้ไม่ได้
.
ไม่จำเป็นต้องไปดับความคิด ไม่มีความคิด.. แล้วจะไปทำอะไรได้ 
หากไม่มีความคิด ก็เหมือนกับก้อนหิน ก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง 
เหมือนกับเวลาที่เราแสดงธรรม หรือฟังธรรม.. ต้องใช้ความคิดร่วมด้วย
. 
...แม้มีความคิด
...แต่ไม่ยึดติด(ไม่หมายมั่น)กับรูปลักษณ์นั้น 
...ก็เหมือนกับไม่มีความคิด 
.
ส่วนต้นโพธิ์นั้น แสดงถึงจิตเดิมแท้ของพุทธะ 
ไม่เพิ่มไม่ลด ไม่เกิดไม่ดับ แม้จะปฏิบัติธรรม จนเป็นพุทธะแล้ว 
ก็ไม่ได้เพิ่มอะไรแม้แต่นิดเดียว  แล้วจะมีอะไรเติบโตได้อย่างไร
..................................................
“แม้มีความคิด
 แต่ไม่ยึดติด (ไม่หมายมั่น) กับรูปลักษณ์นั้น 
 ก็เหมือนกับไม่มีความคิด “ 
คนแบบเดียวกับ ว้อหลุนที่คอยดับความคิดไม่ให้จิตเกิด
มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน 
แล้วกี่ร้อยล้านคน..ถึงจะมีคนแบบ.. ท่านเว่ยหลาง..สักคน 
ที่ไม่ดับความคิด แต่ไม่มีอุปาทานกับความคิด 
เพราะเมื่อแจ้งจิตเดิมแท้ 
ธรรมทั้งหลายล้วนประชุมลงในนิโรธะ 
ตถตา 
Cr.ห้องธรรม Awake
Image by chuxiyue from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ชื่อว่าได้บรรลุถึงสมาธิ


ถ้าเราพัวพันอยู่กับอารมณ์ภายนอก  
จิตภายในก็จะปั่นป่วน  
เมื่อเราหลุดจากการพัวพัน
ด้วยอารมณ์ภายนอกทุกอย่างแล้ว  
จิตก็จะตั้งอยู่ในศานติ  
จิตเดิมแท้ของเราเป็นของบริสุทธิ์
อยู่แล้วอย่างแท้จริง  
แล้วเหตุผลที่ว่า  ทำไมเราจึงปั่นป่วนนั้น  
ก็เพราะเรายอมตัวให้อารมณ์
ซึ่งแวดล้อมเราอยู่  ลากเอาตัวเราไป  
ผู้ที่สามารถรักษาจิตของตนไว้ไม่ให้ปั่นป่วนได้  
ไม่ว่าจะอยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมชนิดไหนหมด  
นั่นแหละ ชื่อว่าได้บรรลุถึงสมาธิ

ท่านเว่ยหล่าง
จากสูตรของเว่ยหล่าง

Image by JLB1988 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

แล้วท่านก็จะอยู่ในสมาธิตลอดเวลา


จงทำใจของท่านให้อยู่ในสภาพ
เหมือนกับความว่างอันหาขอบเขตไม่ได้
แต่อย่าให้มันเข้าไปติดในทิฏฐิว่า “ดับสูญ”
จงให้ใจทำหน้าที่ของมันอย่างอิสระ 
ไม่ว่าท่านจะกำลังทำงานหรือหยุดพัก
จงอย่าให้ใจของท่านเกาะเกี่ยวในสิ่งใด
จงอย่าไปรู้สึกว่ามีความแตกต่าง
ระหว่างอริยบุคคล กับบุคคลธรรมดา 
อย่าไปคิดว่ามีความแตกต่าง
ระหว่างตัวผู้กระทำ กับสิ่งที่ถูกกระทำ
จงปล่อยจิตเดิมแท้และสิ่งทั้งปวง
ไว้ในสภาพแห่งความเป็นเช่นนั้น 
แล้วท่านก็จะอยู่ในสมาธิตลอดเวลา

ท่านเว่ยหล่าง
.
พุทธทาสภิกขุ แปล
จากสูตรของเว่ยหล่าง  หน้า ๑๕๔

Image by anishikiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นี้แหละ คือ พุทธะ

ปรัชญา คือ ความรู้แจ้ง 
ความรู้แจ้ง คือ จิต 
เป็นต้นกำเนิดดั้งเดิม 
ซึ่งปราศจากรูป
การศึกษา เรื่อง “ทาง”ทางโน้น
ด้วยปรารถนาจะเป็นพุทธะนั้น
ไม่ต้องศึกษาคำสอนใดๆ ทั้งหมด
จงเรียนแต่เพียงว่า
ทำอย่างไรจึงจะเว้นขาด
จากการแสวงหา
หรือการผูกพันตัวเอง 
ต่อสิ่งทุกสิ่งเท่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรถูกแสวงหา
ข้อนี้ หมายความว่า “จิตไม่เกิด”
เมื่อไม่มีการยึดมั่นถือมั่นอยู่
ข้อนี้ หมายความว่า “จิตไม่ถูกทำลาย”
สิ่งซึ่งไม่เกิดและไม่ถูกทำลาย
นี้แหละ คือ พุทธะ

ท่านเว่ยหล่าง

Image by liaoyiye from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ยานอันสูงสุด



การดู การฟัง การท่องพระสูตร
เป็นยานขนาดเล็ก
การรู้ธรรม และเข้าถึงความหมาย
เป็นยานขนาดกลาง
การเอาธรรมะ ที่รู้นั้น
มาปฏิบัติจนเป็นปกติวิสัย​ 
นี่คือ ยานขนาดใหญ่
การเข้าใจธรรมทั้งปวงอย่างปรุโปร่ง 
ได้ดื่มรสธรรมะนั้นอย่างสมบูรณ์
เป็นอิสระจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง
มีใจอยู่เหนือสิ่งทั้งปวง
และไม่ถืออะไรไว้ 
โดยความเป็นของของตน 
นี่แหละคือ​ยานอันสูงสุด

ท่านเว่ยหล่าง

Photo by 五玄土 ORIENTO on Unsplash

Cr.Fb.Pakapol Pongsura

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

โพธิแท้ ย่อมปรากฏ


สัมมาทิฏฐิ เป็นสิ่งที่ถูกขนานนามว่า "เลิศเหนือโลก"
มิจฉาทิฏฐิ เป็นสิ่งที่ถูกขนานนามว่า "ข้องอยู่ในโลก"
เมื่อใดทิฏฐิทั้งสองอย่าง
ไม่ว่าสัมมาหรือมิจฉา ถูกสลัดพ้นออกไป
เมื่อนั้น โพธิแท้ ย่อมปรากฏ

ท่านเว่ยหล่าง

Image by wuxuantu_oriento from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา