แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร แสดงบทความทั้งหมด

ธรรมทวนสมมุติ


ธรรมทวนสมมุติ
... จิตที่จะเบื่อได้ก็เพราะ
อาศัยการพิจารณาทวนกระแส
เขาว่าสวย ว่างาม ความจริงมันเป็นอย่างไร
มันเป็น อสุภะ อสุภํ
เขาว่าของนั้นยั่งยืน
แต่ทางธรรมะถือว่าเป็น อนิจฺจํ
เขาว่าของนั้นเป็นของตน ของตัว
เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรา เป็นเขา
แต่ธรรมะท่านถือว่า...เป็นอนัตตา
คือ ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล
... เพราะธรรมะมันทวนสมมุติ ทวนกระแส
มันไม่ได้ถือว่าสิ่งนั้นมันดี มันวิเศษ
ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน
ทวนกระแสอย่างนี้
... เราผู้ฝึกภาวนาจงพยายาม
ทวนกระแสของใจ อย่าปล่อย
ไปตามสัญญาอารมณ์ของกิเลสตัณหา
เมื่อเราทวนกระแสได้เท่าใด
จิตใจก็ยิ่งจะห่างไกลจากความทุกข์
จากความลุ่มหลง จากความเศร้าหมอง
จากความขัดข้องเท่านั้น ..

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ก.ค..68 



 

ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์


“ทุกข์” ควร “กำหนดรู้”
ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์
ทุกข์หมดไปไม่เป็น
เมื่อกายกับจิตยังอาศัยกัน 
ทุกข์ของขันธ์ยังมีตลอดเวลา 
แต่จิตที่จะไปติดข้องที่จะไปยึดถือ 
ไปลุ่มหลง ว่าทุกข์ให้โทษแก่เรา
อย่างนั้นอย่างนี้ ควรจะให้มันหายออกไป..

ผู้ที่ไป “รู้ทุกข์” เป็นทุกข์หรือไม่ นั่นแหละ 
เป็นเรื่องที่ “ควรกำจัด” 
เป็นเรื่องที่ควร “ปฏิบัติ” 
เพื่อทราบตามความเป็นจริง
ทุกข์คือเวทนาตัวหนึ่ง
“จิต” ผู้มา “รู้” ก็เป็นอีกอันหนึ่ง 
ไม่ใช่เวทนา ที่เกิดขึ้นแล้วดับไป
ความรู้นี้ จะเป็นสุขก็ตาม 
เป็นทุกข์ก็ตาม เฉยๆ ก็ตาม
“จิต” มัน “รู้” ตื่นอยู่ หลับอยู่ มันก็ “รู้” 
นี่คือเรื่องของ “จิต”

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร

Image by RyanMcGuire from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เหมือนกันกับปากกาของเราหมดหมึก


...การชำระใจ การพิจารณาธรรม พิจารณาไปๆ จนรู้แจ้งแทงตลอด
ในเรื่องของธรรม ก็หมดทางที่จะรักษา หมดทางที่จะแก้ไข
เหมือนกันกับปากกาของเราหมดหมึก 
ถึงเราจะเขียนต่อไปก็เขียนได้แต่ทว่าหมึกไม่มี 
มันไม่ติดกระดาษ มันเป็นอย่างนั้น
ความคิดปรุงของท่านที่เสร็จกิจพระศาสนาก็ทำนองเดียวกัน
รูป...เวทนา...สัญญา...สังขาร...วิญญาณ... ก็ยังมีอยู่
พระพุทธเจ้าหรือสาวกท่านก็ยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ 
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีอุปทาน 
สิ่งเหล่านี้เป็นขันธ์ธรรมดา ไม่มีอุปทานเข้าไปยึด เหมือนไม่มีหมึก... 
เพราะทราบตามเป็นจริงของมัน... 
สิ่งเหล่านี้เมื่อยังมีจิตมีขันธ์อยู่ก็ต้องใช้มันไป
แต่จะหลงใหลยึดถือนั้น เป็นไปไม่ได้
ท่านจึงบริสุทธิ์อยู่ตลอดกาลตลอดสมัย...

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

Cr.เพจ พุทธมหาเจดีย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ภูผาแดง

Image by Kranich17 from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว “หมดทุกข์”




ทุกข์ ควร “กำหนดรู้”
ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว “หมดทุกข์”
“ทุกข์” หมดไปไม่เป็น
เมื่อกายกับจิตยังอาศัยกัน 
ทุกข์ของ “ขันธ์” ยังมีตลอดเวลา ...
แต่จิตที่จะไปติดข้อง ที่จะไปยึดถือ ไปลุ่มหลง 
ว่าทุกข์ให้โทษแก่เราอย่างนั้นอย่างนี้ 
ควรจะให้มันหายออกไป


พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตยุ่งเกี่ยวกับอารมณ์ เป็นทุกข์



          จิตใจที่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารมณ์มากเท่าไร ก็ยิ่งให้ทุกข์แก่ใจของตัวเท่านั้น ถ้ามันปล่อยปละละทิ้งเรื่องอารมณ์สัญญาได้มากเท่าไหร่ จิตใจก็เบาสบาย สว่างไสว...

                                                                               พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ผู้อยู่เป็นสุขในโลก




เรื่องความผิดหวัง อนิจจัง มันมีอยู่ทั่วโลก 
และมีประจำโลกแต่ไหนแต่ไรมา
ผู้ปฏิบัติทำจิตของตนไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม
เพราะความรู้เท่าเข้าถึงของจริงเท่านั้น 
จะอยู่เป็นสุขในโลก...

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

จิตไม่รัก ไม่ยึด เป็นสุข



จิตเมื่อรู้เห็น ละถอน ปล่อยวางสิ่งต่างๆ
ไม่หึงหวง ไม่รัก 
จิตก็มีความสุขความสบายอย่างนั้น 
ทั้งๆ ที่ของอยู่ในตัวก็ตาม 
ของอยู่นอกตัวก็ตาม
เมื่อจิตไม่มีการรัก การยึด 
มันสบาย มันเป็นสุข

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

กิเลสกลัวปัญญาภายใน




ความจำ (ธรรมะ) นั้น
ถึงจะจำได้มากขนาดไหน กิเลสก็ไม่กลัว
แต่ถ้าประพฤติปฏิบัติ เกิดปัญญาขึ้นภายใน กิเลสกลัวมาก
เพราะปัญญาเป็นสิ่งที่ตัดกระแสของกิเลสตัณหา

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

เห็นตามเป็นจริง ท่านเรียกมีปัญญา



ถ้าใจไม่เห็นตามเป็นจริง แล้วจะเกิดปัญหาอยู่เรื่อยไป
ถ้าใจเห็นตามเป็นจริง ท่านเรียกมีปัญญา 
สามารถรักษาใจของตัวไม่ให้เอนเอียงไปตามเรื่องต่างๆ...
ไม่มีอะไรที่จะสงสัยว่าโลกมันจะเป็นไปอย่างไร 
เพราะมันเคยเป็นมาอย่างไร มันก็เป็นไปของมันอย่างนั้น 
ตามหน้าที่ของมัน ไม่มีอะไรที่จะใหม่ในโลกนี้...

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

การซักฟอกจิตใจ ต้องอาศัยความตั้งมั่นของใจ



การซักฟอกจิตใจนั้น จะต้องอาศัยความตั้งมั่นของใจ 
คือสมาธิ ฝึกอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นให้สงบ 
เพื่อจะพินิจพิจารณาสภาวะต่างๆ ให้เห็นตามความเป็นจริง 
ถ้าจิตไม่สงบ จิตไม่ตั้งมั่น จิตไม่มีกำลังของสมาธิ 
ถึงจะมีปัญญาเฉลียวฉลาดเฉียบแหลมขนาดไหน ...
พิจารณาไปก็กลายเป็นสัญญา
ไม่สามารถขับไล่กิเลสตัณหา ออกไปจากจิตใจของตัวได้

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ใจมีรักมีโกรธย่อมทุกข์




ความรักก็ดี ความโกรธก็ดี
ล้วนแต่เป็นกิเลส ไม่ใช่จิตที่บริสุทธิ์
ไม่ใช่จิตที่จะนำสุขมาให้ 
ถ้าใจมีรักมีโกรธเมื่อไร 
ใจก็ยังได้รับความทุกข์อยู่เมื่อนั้น


พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

อิทธิบาท คือ มีอิทธิฤทธิ์



          คนที่มีอิทธิบาททั้งสี่ประจำอยู่ในจิต ไม่ว่าจะทำการงานชนิดใด หยาบละเอียด ยากง่ายขนาดไหน คนนั้นจะทำสำเร็จไปได้ ท่านจึงว่า อิทธิบาท คือ มีอิทธิฤทธิ์ สามารถที่จะทำสิ่งที่ตนปรารถนาให้สำเร็จไปได้ตามความต้องการ คนที่ปฏิบัติไม่เห็นไม่เป็น ทำอะไรไม่สำเร็จลุล่วงไป ก็เพราะใจขาดอิทธิบาท ถ้ามีอิทธิบาททั้งสี่อยู่ในจิตในใจคนใดแล้ว ไม่ว่าฝ่ายโลก ไม่ว่าฝ่ายธรรม เขาคนนั้นทำอะไรจะต้องสำเร็จตามความประสงค์ของเขา

                                                                                        พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ธรรมะทวนกระแสโลก



          ถ้าหากมาพิจารณาตามธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจัง มันก็ถอดถอนได้ คลายกำหนัดได้ เพราะมันเห็นเป็นจริงอย่างนั้น ...มันไม่หลงใหลใฝ่ฝัน ไม่ได้บ้าได้บอไปตามสมมุติของโลก...จิตที่จะเบื่อได้ก็เพราะอาศัยพิจารณาทวนกระแส เขาว่าสวยงาม ความจริงมันเป็นอย่างไร มันเป็น อสุภะ อสุภํ เขาว่าของนั้นยั่งยืน แต่ทางธรรมะถือว่าเป็น อนิจฺจํ เขาว่าของนั้นเป็นของตนของตัว เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรา เป็นเขา แต่ธรรมะท่านถือว่าเ...ป็นอนัตตา คือไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ...เพราะธรรมะมันทวนสมมุติ ทวนกระแส ...มันไม่ได้ถือว่าสิ่งนั้นมันดี มันวิเศษ...ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอนทวนกระแสอย่างนี้ เราผู้ฝึกภาวนาจงพยายามทวนกระแสของใจ อย่าปล่อยไปตามสัญญาอารมณ์ของกิเลสตัณหา เมื่อเราทวนกระแสได้เท่าใด จิตใจก็ยิ่งจะห่างไกลจากความทุกข์ จากความลุ่มหลง จากความเศร้าหมอง จากความขัดข้องเท่านั้น

                                                                                       พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ใครมีความพอได้ คนนั้นก็จะมีความสุขได้



..ใครมีความพอได้ คนนั้นก็จะมีความสุขได้ 
 พอจริงก็สุขจริง พอได้มากก็สุขได้มาก 
 หัดวางเสียบ้าง หัดวางเสียหน่อย 
 ก่อนที่สังขารจะบังคับให้วาง 
 ก่อนที่ความเฒ่าชรา และความตาย 
 หรือโรคร้าย จะเป็นผู้บังคับให้วาง
ถ้ายังไม่หัดวาง จะเป็นผู้ที่เหนื่อยจนตาย 
 แล้วก็ขนอะไรไปด้วยไม่ได้เลยในที่สุด...

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร 

การปฏิบัติธรรม คือดูกายใจของตัว



          การรักษาไม่ให้ความชั่วภายนอกเกิดขึ้น จะไปรักษาคนอื่น รักษาทางโลก  มันรักษาไม่ได้ ให้รักษาภายใน รักษาตา หู จมูกลิ้น กาย ใจของตัว อย่าให้มันมีความชั่วมาเกี่ยวข้อง เมื่อเรารักษาตัวของเราได้ โลกส่วนอื่นมันเป็นอย่างไร นั่นเป็นหน้าที่ของเขา การปฏิบัติ คือโอปนยิโก น้อมเข้ามาภายใน ดูกาย ดูใจ ของตัว 

                                                                                  พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

เรียนกาย เรียนใจ ไม่หลง



หนังสือตัวเล็กๆ มันเรียนง่าย 
เรียนแล้วก็หลง 
เรียนตัวใหญ่ คือ 
เรียนกาย เรียนใจของตัวเอง 
ถ้าได้ตัวนี้ละ ไม่มีหลง

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร 
ถ่ายทอดคำสอนหลวงปู่มั่น

ของเรา ยิ่งมีมากยิ่งทุกข์มาก



ที่เราถือว่าเรา ว่าของๆ เรา 
จะไม่ให้ทุกข์แก่บุคคลผู้เข้าไปยึดถือไม่มี
มีแต่จะให้ทุกข์ มีมากเท่าไร ยิ่งทุกข์ใจมากเท่านั้น 

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร 

อานิสงส์จากการภาวนา



          การอบรมภาวนาทางปัญญา จึงเป็นเรื่องละถอนกิเลส ตัณหา อาสวะ ที่มีอยู่ในจิตในใจ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะฝึก จะอบรมจิตใจของตนได้ หากเราตั้งใจ เห็นว่าเป็นของจำเป็นจริงจัง แต่ถ้าไม่ทำก็จะไม่เกิดประโยชน์ เกิดมาไม่ทำภาวนาเลย มันก็แก่ ก็ตายเหมือนกัน ผู้ทำภาวนา ถึงแก่ ถึงตาย จิตใจของท่านไม่มีการหวั่นไหว ไม่มีการเสียดายชีวิต ไม่ถือว่าเกิดมาเป็นโมฆะ ท่านมีความสุขความสบายในจิตในใจของท่าน ถึงกายมันจะแตกสลายไปเหมือน ๆ กัน แต่จิตใจท่านไม่หวั่นไหว ไม่ลุ่มหลง นี่คือ...อานิสงส์เกิดจากการภาวนา 

                                                                                       พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

อัปปิจฉตา เป็นผู้มักน้อย



อัปปิจฉตา เป็นผู้มักน้อย 
การมักน้อยที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น
ไม่ใช่มักน้อยอะไร 
มักน้อยในอารมณ์สัญญา
มักน้อยในกิเลสตัณหา 
มักน้อยในสังขารการปรุงคิด 

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

ความสุขเกิดจากการละ


เรื่องของธรรม ความสุขเกิดขึ้นจากการละไม่เกิดขึ้นจากการได้มา 

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร