แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล แสดงบทความทั้งหมด

เห็นกายชัดเจน เห็นธรรม




ถ้าหากว่าใครพิจารณากายให้เห็นชัดเจน 
คนนั้นจะเห็นธรรม..
เกิดก็เกิดจริง แก่ก็แก่จริง เจ็บก็เจ็บจริง 
ตายก็ตายจริง นี่เรียกว่าสัจธรรม 
เป็นของจริงทั้งนั้น


หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ฝึกสติให้ดีเพื่อกำจัดสัญญาอารมณ์



ให้ฝึกสติ ฝึกให้มันกล้า มันพอ มันมีกำลัง
ถ้าสติของเรามันกล้าพอแล้ว อารมณ์มันจะตามมาได้ที่ไหน
ถ้าสติของเราอ่อนแออยู่ มันก็ตามมาได้นั่นแหละ
นี่ความบกพร่องมันอยู่ที่ตรงนี้
เหล่านั้นไม่ให้ติดตามมา...

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

คนเราไม่อยากหนีจากทุกข์



          คนเราไม่อยากหนีจากทุกข์ ถ้าอยากหนีจากทุกข์คงจะพ้นทุกข์อยู่หรอก ... พระพุทธเจ้าท่านให้พิจารณาดู ... ‘ในสิ่งที่เกิดหรือเป็น’ นี่ก็เพราะว่าเราไม่ดูไม่พิจารณาเลย กลับเห็นว่าของตายเป็นของเป็น เห็นของเน่าของเหม็น กลายเป็นของหอม... พระพุทธเจ้าท่านว่าของที่อยู่กับตัวนั้นเป็นสิ่งโสโครก เราไม่เห็นตาม เราไม่ดูตามพระพุทธเจ้า ...ไม่เห็นว่าเนื้อหนังร่างกายของคนเรานั้นเป็นสิ่งเน่าเหม็นโสโครก เป็นของที่เน่าเปื่อย ...ถ้าเราเห็นเป็นจริงแล้ว มีทางที่จะเบื่อหน่าย…

                                                                                                หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

พิจารณากายให้เห็นชัดเจน จะเห็นธรรม



เรื่องการปฏิบัติธรรมของพวกเราก็เหมือนกัน 
ไม่ต้องสงสัยที่อื่น มาดูที่กายกับใจของพวกเรานี้
อันนี้แหละมันเป็นสิ่งปิดบังคุณธรรมไว้ 
ไม่ให้เราเห็นธรรม ก็เพราะกายของพวกเรานี้แหละ
ถ้าหากว่าใครพิจารณากายให้เห็นชัดเจน ...
คนนั้นจะเห็นธรรม เห็นสภาพความแปรปรวนของกาย 
เกิดก็เกิดจริง แก่ก็แก่จริง เจ็บก็เจ็บจริง 
ตายก็ตายจริง นี่เรียกว่าสัจธรรม เป็นของจริงทั้งนั้น 
ให้เรารู้จักสภาพความเป็นจริงอย่างนี้ อย่าไปหลงใหล

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

การทำความเพียร ให้กำหนดสติ อย่ากำหนดเวลา



          การทำความเพียร ให้กำหนดสติ อย่ากำหนดเวลา ถ้าสติเผลอเมื่อใด ก็รู้ว่า เราขาดความเพียรไปแล้วเมื่อนั้น ถ้าสติตั้งลงที่ตรงไหน ก็ย่อมเป็นธรรมขึ้นมาตรงนั้น ถ้าไม่มีสติแล้ว ก็จะไม่เป็นธรรมทั้งคืนทั้งวัน

                                                                                                   หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

เห็นกายเห็นใจ ก็พอที่จะพ้นทุกข์ไปได้



          ถึงแม้ว่าเราไม่มีปัญญามาก ขอแต่ว่ารู้กายรู้ใจของเราเท่านั้นก็พอ เราไม่ได้ปฏิสัมภิทา คือความแตกฉานในอรรถธรรม…ก็พ้นทุกข์ไปได้เหมือนกัน ขอแต่ว่ารู้ความจริงเท่านี้ก็พอ เห็นกายเห็นใจ เห็นความจริงอยู่อย่างนี้ ก็พอที่จะพ้นทุกข์ไปได้ 

                                                                                                      หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

พึงพิจารณากายนี้ให้เป็นของตาย



          ผู้มายึดมั่นสำคัญกายนี้ อันเป็นของไม่มีสาระ ว่าเป็นของมีสาระ ย่อมไม่ถึงธรรมที่เป็นสาระ มีแต่ความดำริผิดเป็นที่ไป ฉะนั้นพึงพิจารณากายนี้ให้เป็นของตาย สลายตามจริง ซึ่งเป็นคู่กันกับความเกิดแล้ว จะได้ละเลิก ถือของไม่มีสาระ ว่าเป็นของมีสาระเสียได้

                                                                                             หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

ต่อสู้โดยการไม่เอา ไม่ยึด ไม่ถือ ต่อสู้ให้ปล่อยวาง



          โลกธรรมมันเป็นอยู่อย่างนั้น นินทา สรรเสริญมันมีอยู่อย่างนั้น เป็นธรรมดาของโลกมันมีอยู่อย่างนั้น แต่ว่าข้อสำคัญนั้น อย่าไปยึดไปถือเอามาเป็นสมบัติของเรา นี่ให้เราเข้าใจอย่างนั้น ปลุกใจของพวกเราให้ต่อสู้ขันธมาร หรือกิเลสมาร แต่ว่าต่อสู้โดยการไม่เอา ไม่ยึด ไม่ถือ ต่อสู้ให้ปล่อยวาง นี่เอาอย่างนี้ จึงจะสมกับว่าเป็นนักปฏิบัติ เพื่อหาความพ้นทุกข์  

                                                                                              หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

พระพุทธเจ้าสอนให้พิจารณากายกับจิตเท่านั้น



          พระพุทธเจ้าสอนให้พวกเราพิจารณากายกับจิตเท่านั้น นี่เป็นหนทางที่พวกเราจะหาทางพ้นทุกข์ หาก เราพิจารณาได้ชัดเจน เห็นความเป็นจริงแล้ว มันก็จะรู้ไปเอง เห็นไปเองน่ะ ความพ้นทุกข์ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องไปถามใคร เราต้องถามเราเอง นี่มันพ้นอยู่ที่ไหน พ้นทุกข์นั่น มันก็พ้นอยู่ที่ตัวของเรานี่ หายความสงสัยอยู่ที่เรานี่ นี่หละให้พวกเราตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ

                                                                                                หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

การบำเพ็ญธรรมต้องให้มีสติ



การบำเพ็ญธรรมต้องให้มีสติ ถ้าขาดสติได้ชื่อว่าขาดความเป็นธรรม

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

สติเป็นที่มาของปัญญา



หมั่นฝึกหัดสติของตนให้กล้า 
เมื่อสติของเรามันกล้าพอแล้ว 
จะกำหนดดูที่ไหนมันก็ทะลุปรุโปร่งไปหมด 
ถ้าสติมันกล้าพอแล้ว มันมีกำลังพอแล้ว 
กำหนดดูกายของตน มันก็ทะลุปรุโปร่งไปหมด 
หรือจะกำหนดดูอะไรก็รู้ซาบซึ้งอยู่ภายใน

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล

อยากพ้นทุกข์ในวัฏสงสารนั้นไม่ค่อยมี



ที่อยากพ้นทุกข์ในวัฏสงสารนั้นไม่ค่อยมีหรอก
มีแต่อยากร่ำอยากรวย ต่อจากนั้นไป ร่ำรวยให้ถึงที่แล้ว
จึงจะหาทางหนีจากทุกข์ 
มันหนีไม่ได้หรอก มันติดแล้ว มันติดกองทุกข์ 
มันติดร่ำติดรวย ติดยศฐาบรรดาศักดิ์
แก้ไขก็ยาก ถ้าไม่ฝ่าฟันเอาจริงๆ แล้ว มันไม่ได้" 

หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล