แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย แสดงบทความทั้งหมด

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอารมณ์สมาธิ


การฝึกสมาธินี่ ฝึกสติลูกเดียว เรื่องชีวิตประจำวันนี่มี
ยืน เดิน นั่ง นอน ดื่ม ทำ พูด คิด ฝึกสติให้ตามรู้สิ่งเหล่านี้ทุกขณะจิต
ทุกลมหายใจ ไม่ต้องไปนั่งสมาธิให้เสียเวลาทำงาน
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอารมณ์สมาธิทั้งนั้น
.
"หลักก็อยู่ตรงที่ว่า เราทำก็ให้มีสติ พูดให้มีสติ
คิดให้มีสติ รับประทาน ดื่ม ทำอะไรต่างๆ ให้มีสติ เป็นสมาธิทั้งสิ้น"
.
นอนลงไป จิตมันคิดอะไร ถ้าจิตมันอยู่ว่างๆ ปล่อยให้มันว่างไป
ถ้ามันคิดปล่อยให้มันคิดไป ปล่อยให้คิดไปเลย อย่าไปห้ามมัน
.
ถ้าสมมุติว่าเราสงสัยว่าปัญหานี้เราจะแก้อย่างไร
พอมันเกิดความคิดขึ้นมาอย่างนี้ มันเกิดมีปัญหาถามตัวเองว่า เราจะแก้อย่างไร
ทิ้งมันไว้นั่น อย่าไปคิดหาทางแก้ แต่เมื่อนอนลงไปแล้ว
จิตมันคิดอะไร ปล่อยๆๆๆ ไป พอไปถึงจังหวะที่มันจะแก้ได้
มันหยุดกึ๊กลง ว่าง พอไหวตัวพั๊บ
อ้อ! สิ่งนี้ต้องทำอย่างนี้
.
เรื่องชีวิตประจำวันทั้งหมดนี่เป็นอารมณ์สมาธิ
แล้วเราจะปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้อย่างไร สติตัวเดียว ทำ พูด คิด ฯลฯ
ให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ในตอนแรกๆ อาจจะสับสนวุ่นวาย
แต่เราพยายามฝึกให้คล่องตัวชำนิชำนาญแล้ว มันจะเป็นอัตโนมัติไปหมดเลย
เรื่องได้สมาธิขั้นใด ตอนใด อย่าไปสนใจ เอาสติตัวเดียวเท่านั้น
.
ทำงานอะไรต่างๆ นี้ เป็นอารมณ์สมาธิทั้งนั้น ขอให้เรามีสติลูกเดียว
.
เกร็ดธรรมคำสอน
ท่านเจ้าคุณพระราชสังวรญาณ
(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

27 ส.ค..68 


 

มิจฉาสมาธิและสัมมาสมาธิ


...แต่แท้ที่จริง
มิจฉาสมาธิและสัมมาสมาธิ 
มันก็คือสมาธิอันเดียวกัน
ที่มันเป็นมิจฉา หรือสัมมา นั้น
มันขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ปฏิบัติสมาธิ
ถ้าสมาธิมีแนวโน้มที่จะทำให้จิตบริสุทธิ์สะอาด 
ก็เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าหากจิตมีแนวโน้ม
ที่ผิดไปจากศีลผิดธรรม 
ก็เป็นมิจฉาสมาธิ
.
ทีนี้ในระดับขั้นสูง 
ถ้าหากว่าผู้ที่ปฏิบัติสมาธิ
ไปติดในสมาธิ ติดในญาณ ติดในฌาน
ก็ถือว่าเป็น มิจฉาสมาธิ 
ผู้ที่เป็นสัมมา ปฏิบัติให้พ้นทุกข์ 
เพราะฉะนั้นแนวทางปฏิบัติ
ในเมื่อสมาธิเกิดขึ้นแล้ว
ท่านก็ไม่ให้ติดสมาธิ
ผลอันใดอันเกิดจากสมาธิ เช่น อภิญญา 
หรือ ญาณ หรือ ฌาน อะไรเป็นต้น 
ท่านก็ไม่ให้ยึดไม่ให้ติด
ถือเป็นแต่พียงว่าให้สร้างพลังจิต 
เพื่อให้มีสมรรถภาพยกตัว 
ให้อยู่เหนือกิเลส เหนืออารมณ์ได้

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้


สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้
สติตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เรา
ได้ดวงตาเห็นธรรม 
เมื่อสติเข้มแข็ง จิตมั่นคง คือสมาธิ 
เพราะฉะนั้น เราปฏิบัตินี่ 
ใครจะได้สมาธิขั้นใดตอนใดก็ช่าง 
แต่ผลลัพธ์ครั้งสุดท้ายก็คือสติตัวเดียว
.
“โพชฌังโค สติสังขาโต” สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้ 
เมื่อสติกำหนดจดจ้องดูสิ่งที่เกิด-ดับกับจิตตลอดเวลา 
“ธัมมานัง วิจโย ตถา” เป็นการสอดส่องธรรม 
“วิริยัมปีติปัสสัทธิ” เกิดความเพียร 
เกิดปีติ เกิดความสงบ เกิดสมาธิ 
เกิดปัญญา เกิดความเป็นกลาง 
มันจะไปของมันตามลำดับอย่างนี้
.
เพราะฉะนั้น พอนั่งปั๊บลงไป 
จิตสงบนิดหน่อย จิตมันผุดขึ้น 
ผุดขึ้นๆๆๆ มันแสดงว่าเรา
จะได้ผลเลิศในทางปฏิบัติแล้ว 
ถ้าพอพุทโธๆๆๆ รู้สึกวูบๆๆๆ 
ละเอียดเข้าไปแล้ว บางทีมันจะช้าหน่อย 
แต่ถ้าพอสงบปั๊บลงไปแล้ว 
มันเกิดความรู้ผุดขึ้นๆ นี่เร็ว 
เพราะจิตมันสามารถหาอารมณ์มาป้อนให้ตัวเองได้ 
.
แบบสงบลงไปปุ๊บ ลงไปนิ่ง ว่าง สว่าง 
สบาย เรื่อยไป นี่มันเข้าฌานสมาบัติ
“สมาธิในฌานสมาบัติ ไม่ใช่ทางตรัสรู้ 
เป็นเพียงที่พักจิต สร้างพลังจิต 
สร้างฤทธิ์อิทธิพล สร้างอำนาจ"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การเข้าถึงอริยมรรคอริยผล เป็นเรื่องของศีล


...การเข้าถึงอริยมรรคอริยผล มันไม่ใช่เรื่องของสมาธิ 
แต่เป็นเรื่องของศีล ท่านนักเทศน์ทั้งหลายท่านเทศน์ว่า 
ศีลมีหน้าที่รักษา กาย วาจา มันไม่ถูก 
อันนี้พูดเอากันเพียงแต่ว่า ขั้นเจตนา
ศีล แปลว่า ปกติ เมื่อจิตตั้งมั่นมีความเป็นปกติ
ไม่หวั่นไหวต่อบาปและบุญ อันนั้นแหละคือศีล
ในเมื่อมันเข้าไปถึงข้างในจริงๆ แล้ว 
ศีลนี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่สุด 
ที่มันจะเป็นมัคคปฏิปทา ตัดทอนกิเลสและบาปกรรม 
สมาธิเป็นแต่เพียงฐานการสร้างพลังจิตให้เข้มแข็ง 
ปัญญาก็ให้รู้เหตุรู้ผล แต่เมื่อรู้เหตุรู้ผล แล้วจิตปล่อยวาง
ก็กลายเป็นปกติจิต
เพราะฉะนั้น ในขั้นที่อริยมรรคอริยผลจะเกิด
จริงๆ นี่ ' ศีล '..ต้องเข้าถึงจิตถึงใจ...
.

ที่มา หนังสือ สะอาด พระราชสังวรญาณ

(หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย)

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ไม่ประเสริฐเท่า...รู้ใจตนเอง


ใครจะรู้วิเศษเท่าไร ไม่ประเสริฐเท่า...รู้ใจตนเอง
ความมีอิทธิฤทธิ์ หรืออะไรต่างๆ อย่าไปสนใจ
ขอให้มีอันรู้จิตของเรานี่
ใครปฏิบัติสมาธิ ไม่ได้ญาณ ไม่ได้ฌานขั้นใด
แต่ว่า...มีสติรู้จิต อยู่...ตลอดเวลา 
มีศีลบริสุทธิ์    ใช้การได้

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

Image by PublicDomainPictures from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ได้ชื่อว่าเป็น "พระอรหันต์"


"ผู้รู้" ผู้รู้เท่าเอาทัน 
คือไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
รู้อะไรขึ้นมาก็เฉย 
เพราะมันเป็นภูมิปัญญาของจิต
ที่ฝึกอบรมอยู่แล้ว จิตจึงไม่หวั่นไหว 
ไม่ติดในสิ่งเหล่านั้น 
ในขณะนั้น เป็นจิตที่บริสุทธิ์สะอาด
ไม่มีตัณหา ไม่มีกิเลส ไม่มีอุปาทาน
จิตจึงมีปรากฏการณ์อย่างนั้น 
ถ้าหากว่าจิตของท่านผู้ใดเป็นอยู่อย่างนี้
ตลอดกาลไม่ผันแปร 
ก็ได้ชื่อว่าเป็น "พระอรหันต์" 

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

สร้างจิตให้เป็นอิสระ


การปฏิบัติสมาธิแบบพระพุทธเจ้านี้ 
คือสร้างจิตให้เป็นอิสระ
ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใด

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by pieonane from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สติปัฏฐาน 4


การภาวนา
เท่าที่ได้ข้อมูลมานี่ง่ายที่สุด
ไม่ต้องไปนึกอะไร
อย่างดีก็ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ๓ จบ
แล้วทำสติกำหนดรู้จิตเฉยอยู่
พอจิตว่างอยู่ ปล่อยให้ว่าง
ถ้าจิตคิด ปล่อยให้คิด
เอาสติตามรู้ ทีนี้ถ้าหากว่า
จิตยังไม่มีพลัง พอคิดปั๊บ
เรากำหนดรู้ เขาจะหยุดคิด
มันก็เป็นความว่าง
ว่างแล้วเราก็รู้อยู่ที่จิต
.
- การรู้อยู่ที่จิต เป็น จิตตานุปัสสนา
- เมื่อจิตคิดขึ้นมา เรากำหนดรู้
ก็ ธัมมานุปัสสนา
- พร้อมๆ กันนี้ สุขทุกข์ก็เกิดขึ้น
จิตของเราก็รู้เองโดยไม่ได้ตั้งใจ
ก็เป็น เวทนานุปัสสนา
- กิริยาอาการที่กำหนดหมายรู้สิ่งต่างๆ ได้
มันเกิดจากประสาททางสมอง
ก็เป็นเรื่องของ กายานุปัสสนา"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
cr.เพจลูกศิษย์ท่านพ่อลีฯ

Image by vietnguyenbui from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

ให้มีสติรู้...อยู่กับสิ่งนี้


เราจึงไม่จำเป็นจะต้อง
ไปมุ่งที่จะให้จิตมันเข้าไปสู่สมาธิ
ขั้นละเอียดถึงขนาดที่ว่าตัวหาย
หรือว่ายังเหลือแต่จิตดวงเดียว ลอยเด่น
อยู่บนฟ้า บนเมฆอะไรทำนองนั้น
เอากันเพียงแค่ว่า...
ในเวลาปกติ ยืน เดิน นั่ง นอน
รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด
เป็นอารมณ์จิต
ให้มีสติรู้...อยู่กับสิ่งนี้
ซึ่งเป็นเรื่องอารมณ์
เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน...
ให้ถือว่าเราปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by vermilionchameleon from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มันไม่ใช่จิตฟุ้งซ่าน


ความจริงนี่ 
ถ้าหากว่าความคิดเกิดขึ้น 
เรายินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ 
มันก็เป็นจิตฟุ้งซ่าน 
แต่ถ้ามันสักแต่ว่า...คิด 
คิดแล้วทิ้งไปๆ มันไม่ใช่จิตฟุ้งซ่าน  
ถึงแม้ว่า มันจะฟุ้งซ่านก็ตาม 
ไม่ฟุ้งซ่านก็ตาม...
ถ้าเรามัวแต่ห้ามจิตไม่ให้คิด 
ให้นิ่งอยู่เฉยๆ 
มันไม่มีอารมณ์สิ่งรู้  
ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมาย
ให้เรากำหนดรู้ว่า...
อะไรไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คัมภีร์พระไตรปิฏกมันอยู่ในใจหมด


สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นสุข
เราไม่ต้องไปนึกคิดพิจารณาให้มันลำบากใจ
เพราะความจริงมันปรากฏกับเราอยู่แล้ว  
ทุกลมหายใจ ทุกขณะจิต
เรากำหนดจิตดูมันเท่านั้น
สุขก็รู้  ทุกข์ก็รู้    
ไม่สุข ไม่ทุกข์  ก็รู้
ความโศกเศร้า ความโทมนัสน้อยใจ
หรือความน้อยเนื้อต่ำใจ อะไรที่มีอยู่ในใจเรา
เราก็รู้เมื่อเรามีสติ
อ่านลงไปซิ
คัมภีร์พระไตรปิฏกมันอยู่ในใจหมด

หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย  

Image by julio_55 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สมาธิมั่นคง สติเป็นมหาสติ


ถ้ามันคิดไป คิดแล้วสักแต่ว่าคิด 
คิดแล้วทิ้งไป คิดแล้วทิ้งไป อันนี้มันไม่ฟุ้ง 
แต่ว่าคิดแล้วมันดีใจไป เสียใจไป 
ร้องไห้ไป หัวเราะไป 
ทุกข์ไป สุขไป อันนี้มันฟุ้ง 
แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีลักษณะที่มันฟุ้งนี่แหละดีที่สุด 
สติของเราก็จ้องดูอยู่นั่นแหละ
จิตคิดเราก็รู้ คิดแล้วดีใจ เราก็รู้
เสียใจ เราก็รู้ สุข เราก็รู้ ทุกข์ เราก็รู้
ธรรมชาติของจิต เมื่อมีสิ่งรู้ 
สติมีสิ่งระลึก หนักๆเข้า 
มันเพิ่มพลังงานมากขึ้น 
สมาธิมั่นคง สติเป็นมหาสติ 

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

นาทีทองเมื่อล้มตัวลงนอน


นาทีทองช่วงหนึ่ง คือ เมื่อล้มตัวลงนอน
น้อยนักที่จะหลับทันที
...มักจะนอนคิดอะไรไปเรื่อย
ขอให้ใช้ช่วงนี้ตามดูจิต
ดูความคิดไปเรื่อยๆ 
เกิด ดับ เกิด ดับ
จิตจะได้บริหารสติ 
มีกำลังสติเพิ่มเอง...จนหลับไปเอง
สมาธิจะเกิดตอนหลับได้..จิตสว่างแจ่มใส 
เดินจิตพิจารณาต่อเอง
ปัญหา เรื่องขัดข้องที่ค้างคาใจ 
จะมีคำตอบให้..ตอนนอนหลับ

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by Cdd20 from pixabay 

Cr.Fb.Achara Klinsuwan

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อย่าไปสำคัญมั่นหมายในสิ่งรู้


ตอนใจที่จิตของเรา
มีความแน่วแน่บริสุทธิ์จริง 
ความรู้มันก็จริง
ถ้าช่วงใดที่จิตของเรามันแน่วแน่
และมีกิเลสเจือปน
หรือเราอยากรู้อยากเห็น 
มันจะโกหกเราทันที 
เพราะฉะนั้นทางผิดทางถูก
อย่าไปสำคัญมั่นหมายในสิ่งรู้ทั้งหลายเหล่านั้น

หลวงพ่อพุธ  ฐานิโย

Image by asundermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จิตเป็นสมาธิในขั้นวิปัสสนากรรมฐาน


จิตที่จะติดตามรู้อารมณ์ได้ตลอดเวลา  
หมายถึงว่า  เราคิดอะไรขึ้นมา
จิตมันก็รู้ทัน
ประสบเหตุการณ์อะไรขึ้นมา
จิตมันก็รู้ทัน  
ใครด่ามาก็รู้ทัน  
ใครตำหนิมาก็รู้ทัน  
ใครยกย่องสรรเสริญมา ก็รู้ทัน  
จิตสามารถที่จะตั้งมั่นอยู่ในสภาพปกติ  
ไม่ยินดียินร้ายต่อเหตุการณ์นั้้นๆ  
ได้ชื่อว่า 
"จิตเป็นสมาธิในขั้นวิปัสสนากรรมฐาน"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by enriquelopezgarre from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เอกัคคตา


เอกัคคตา ไม่ได้หมายความว่า
จิตต้องนิ่งไม่มีอะไร เพียงอย่างเดียว

อย่างเราอยู่ธรรมดาอย่างนี้
จิตของเราเป็นกลาง
เกิดความคิดอะไรขึ้นมา
สติรู้ปั๊บ รู้แล้วปล่อยวางๆๆ
อันนี้ก็คือ เอกัคคตา

เอกัคคตา จิตเป็นหนึ่งโดยไม่มีความคิด ไม่มีอะไร
นั่นเป็นเอกัคคตาในฌานสมาบัติ
แต่เอกัคคตาในสมาธิวิปัสสนา
ต้องมี วิตก วิจาร
มีความคิด แล้วก็มีสติรู้พร้อม

เพราะฉะนั้น ทางปฏิบัติที่สบายที่สุดก็คือว่า
เราไม่ต้องไปควบคุมจิต
เพียงแต่ให้มีสติกำหนดรู้จิตอย่างเดียว

ถ้าจิตนิ่ง ปล่อยให้มันนิ่ง
ถ้ามันคิด ปล่อยให้มันคิด
แต่เราเอาสติตามรู้

อันนี้เราสามารถปฏิบัติได้ตลอดเวลา 
โดยไม่ต้องเลือกกาล เลือกเวลาว่า
เช้า สาย บ่าย เย็น

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by TRINHDACTRUONG from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


บุญ กับ บาป เป็นสิ่งที่มีค่าเท่ากัน



บุญ กับ บาป เป็นสิ่งที่มีค่าเท่ากัน
...มีค่าเท่ากันอยู่ที่ตรงไหน 
อยู่ตรงที่ดวงจิตของสัตว์
ให้ติดข้องอยู่ในวัฏสงสาร 
แต่แตกต่างกันโดยการให้ผล 
บุญให้ผลเป็นสุข บาปให้ผลเป็นทุกข์... 
เพราะฉะนั้น...ต้องสละทิ้งทั้งบุญและบาป 
ถ้ายังเกาะบุญอยู่ก็ยังข้องอยู่ในวัฏสงสาร 
เกาะบาปอยู่ก็ยังข้องอยู่ในวัฏสงสาร 
ยังไม่พ้น ต้องพ้นทั้งบุญและบาป

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by AJS1 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ศีล ก็คือ กายปกติ ใจปกติ


ในทางทฤษฎี 
เราเริ่มจากศีล สมาธิ ปัญญา 
แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ แล้ว 
สมาธิและปัญญากลับเป็นเพียง 
อุปกรณ์ช่วยสนับสนุน ศีล
ศีล ก็คือ กายปกติ ใจปกติ 
ใจปกติ คือใจเป็นกลาง 
ไม่หวั่นไหวในสภาพทั้งปวง 
จิตเป็นกลางไม่หวั่นไหวในสภาพทั้งปวง 
เรียกว่า ‘จิตหลุดพ้น’

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by ThomasWolter from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ผู้มีสมาธิมั่นคง



ชีวิตของคนเรานี่ เป็นอยู่ด้วยพลังของสมาธิ
ผู้ที่ทำอะไรจับจด จับโน่นวางนี่ ไม่เอาจริงเอาจัง คือคนขาดสมาธิ
แต่ว่าท่านผู้ใด ทำอะไรอาศัยสัจจะความจริงใจ
ประพฤติสิ่งใดให้ได้สิ่งนั้น
ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้มีสมาธิมั่นคง
แม้จะยังไม่ถึงสมาธินาน
ได้ฌานได้ญาณอะไรก็ตาม...

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by Ylloh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ถ้าใจรู้อยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าอยู่ที่นั่น


ถ้าใจรู้อยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าอยู่ที่นั่น 
ถ้าใจรู้อยู่เป็นปกติ ไม่หวั่นไหว 
พระธรรมก็อยู่ที่นั่น 
ถ้าใจมีสติสัมปชัญญะ สังวรระวัง 
หรือควบคุมความรู้สึกให้รู้อยู่ที่รู้ 
คือที่ใจนั้นเอง พระสงฆ์ก็อยู่ที่นั่น 
พระพุทธเจ้า ก็คือ จิตรู้ของเรา 
พระธรรม ก็คือ 
จิตที่มีความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี 
พระสงฆ์ ก็คือ 
เจตนาตั้งใจจะละความชั่วประพฤติดีอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by susan-lu4esm from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา