แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สุเมโธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์สุเมโธ แสดงบทความทั้งหมด

ความหมายของการภาวนา


ความหมายของการภาวนา...
ที่หลวงพ่อชาบอกว่า
เป็นการพักผ่อนทางจิตใจ
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย
ไม่ใช่การกำจัด หรือพยายามให้ได้มา
ซึ่งสิ่งใด ที่ต้องใช้ความมุมานะ
และความกดดัน
การที่เราพยายามควบคุม และตัดกิเลส
หรือฝึกใจให้เป็นสมาธิ
เราจะต้องใช้ความพยายามอย่างสูง
จนนำมาซึ่งความเครียด
แต่การพักผ่อนทางจิตใจ
คำว่า...พักผ่อน
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย ปล่อยวาง...
และไม่จำเป็นต้องทำอะไร...หรือเป็นใคร
ส่วนคำว่า...ทางจิตใจ
ก็หมายถึงใจ ที่เป็นธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว...
ไม่ได้หมายถึงสมอง
ซึ่งใช้ปัญญาในการวิเคราะห์แยกแยะ...
แยกแยะถูก-ผิด ดี-ชั่ว ใหญ่-เล็ก
ถึงแม้การการแยกแยะนี้...จะเป็นประโยชน์
แต่มันก็เป็นเพียง...สังขาร
ส่วนสิ่งที่ไม่ใช่สังขาร
คือ ธรรมชาติรู้...หรือ
สัจธรรม หรือธรรมะ
มีอยู่ที่นี่! และเดี๋ยวนี้
พระอาจารย์สุเมโธ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 เม.ย.69


 

สัมมาทิฏฐิ


สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นชอบ
ส่งผลให้เกิดการกระทำชอบ
การพูดชอบ การดำรงชีพชอบ
ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ
ความตั้งมั่นชอบ...
สัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่การที่เรา
เป็นบุคคลผู้ที่ตื่นรู้ และหลุดพ้น
แต่คือ...การที่ความเห็น
ว่า "มีตัวเรา" ค่อยๆ หายไป
พระอาจารย์สุเมโธ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

22 เม.ย.69


 

สัมมาทิฏฐิ


สัมมาทิฏฐิ  คือความเห็นชอบ 
ส่งผลให้เกิดการกระทำชอบ
การพูดชอบ  การดำรงชีพชอบ
ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ
ความตั้งมั่นชอบ 
มันจึงไม่ใช่หนทาง 
ให้ก้าวเดินจากจุดหนึ่ง  ไปอีกจุดหนึ่ง 
แต่มันเป็นทางที่สมบูรณ์ในตัวมันเอง
.
สัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่การที่เราเป็นบุคคลผู้ที่ตื่นรู้ และหลุดพ้น 
แต่คือการที่ความเห็นว่ามีตัวเราค่อยๆ หายไป 
การคิดว่าเราจะต้องบรรลุธรรม 
จึงไม่เป็นเหตุเป็นผลเลย 
เพราะมันเป็นแค่ความคิด และเป็นสักกายทิฏฐิ 
ยึดถือว่า...ตัวเรา คือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่
เรียกว่าผู้บรรลุธรรม
.
แต่ในความเป็นจริงแล้ว 
อะไรเล่าคือการบรรลุธรรม?  
มันไม่ใช่สิ่งที่ไกลออกไป ที่เราไม่มี  
และจะต้องพยายามให้ได้มันมา 
แต่มันเป็นแค่การตื่นรู้ปัจจุบันธรรม  
และศรัทธาในรู้นั้น...
.
ความหมายของการภาวนา 
ที่หลวงพ่อชาบอกว่า 
เป็นการพักผ่อนทางจิตใจ 
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย  
ไม่ใช่ การกำจัด หรือพยายามให้ได้มาซึ่งสิ่งใด  
ที่ต้องใช้ความมุมานะ และความกดดัน
.
การที่เราพยายามควบคุม และตัดกิเลส  
หรือฝึกใจให้เป็นสมาธิ
เราจะต้องใช้ความพยายามอย่างสูง 
จนนำมาซึ่งความเครียด  
แต่การพักผ่อนทางจิตใจ คำว่า...พักผ่อน 
ก็หมายถึงการผ่อนคลาย ปล่อยวาง...และ
ไม่จำเป็นต้องทำอะไร หรือเป็นใคร…

พระอาจารย์สุเมโธ

ที่มา : จากวีดีโอ
Posted by Onnie 🦋
(เพจ วัดพระธาตุขนบง

Image by PavanPrasad_IND from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

ธรรมชาติของเรา จะเผยตัวออกมาเอง


...แต่เมื่อเราวิปัสสนา 
เราเริ่มสำรวจความรู้สึกของ “ความเป็นฉัน” 
“ความเป็นตัวฉัน” และ “ความเป็นของฉัน” 
ในที่สุดเราก็ตระหนักได้ว่า 
ความรู้สึกนี้เป็นแค่สิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน 
มันเกิดขึ้นแล้วก็จางหายไป 
เช่นเดียวกับทุกสิ่งในธรรมชาติ 
เมื่อวิปัสสนาของเราก้าวหน้าขึ้น 
เราก็เริ่มเห็นเปลือกชั้นแล้วชั้นเล่า
ของสิ่งที่เราคิดว่าเป็นตัวเรา 
บรรดาความทรงจำ ความคิด อารมณ์ 
ความรู้สึก ความเห็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา
แล้วเราเคยหลงเข้าใจไปว่าเป็นตัวเรา 
เราจะพบว่า ความทรงจำ ความคิด 
อารมณ์ ความรู้สึก ความเห็นต่างๆ เหล่านี้
ไม่ใช่ตัวเราหรือสิ่งที่ตัวเราเป็นเลย…
.
การที่เรารู้ว่าเราเป็นอะไรไม่ใช่ประเด็น
.
ตลอด 45 ปี ที่พระพุทธองค์ทรงเผยแผ่
หลักธรรมหลังจากที่ตรัสรู้ 
พระองค์ทรงแน่วแน่ที่จะไม่กำหนดความเห็น
ว่าตัวเราคืออะไร แต่พระองค์ทรงสอนไว้
อย่างชัดเจนมากว่าสิ่งใดที่ไม่ใช่ตัวเรา 
เราไม่ใช่ความคิดของเรา ร่างกายของเรา 
ความเห็นของเรา อารมณ์ของเรา 
ความสำเร็จของเรา หรือความบกพร่องของเรา 
ปัญหาของเรา 
คำถามที่เกิดขึ้นตามมาโดยธรรมชาติคือ 
แล้วตัวเราคืออะไร ตัวตนของเราคืออะไร 
พระพุทธองค์ทรงย้ำหลายครั้งว่า 
นี่เป็นคำถามที่ผิด แทนที่จะเฝ้าหาความหมาย
ว่าตัวเราเป็นอะไร เราต้องเรียนรู้
ที่จะปล่อยวางสิ่งที่เราไม่ได้เป็น 
แล้วความเป็นจริงตามธรรมชาติของเรา
จะเผยตัวออกมาเอง

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by BenjiTran from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ถือเอาความรู้ตัวเป็นที่พึ่งได้


ที่พึ่งของเรา อยู่...ที่การตื่นรู้ในสัจธรรม.. 
ธรรมชาติที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ ก็คือสัจธรรม 
ซึ่งความรู้ตัว หรือสติสัมปชัญญะอันนี้
คือประตูนำไปสู่ธรรมชาติที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ 
เมื่อเราตื่นรู้ ขึ้นมานั่นล่ะ 
คือ ธรรมชาติที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้
ความตื่นรู้ที่แท้จริง อยู่...ตรงนั้น
สภาวะสังขาร มันเป็นไปอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น 
อาจจะแข็งแรง หรืออ่อนแอ  อาจจะเป็นสุข 
หรือเจ็บปวด
.
ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรม 
ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติภาวนาอย่างหนัก
ต้องตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง 
ต้องกำจัดกิเลส และต้องบรรลุธรรม
เป็นพระอริยเจ้าให้ได้ วันหนึ่ง...ในอนาคต
ข้าพเจ้าต้องการบรรลุโสดาบันให้ได้ก่อนตาย 
ถ้าหากไม่ได้ 
ก็หวังว่าจะได้เกิดใหม่ ในภพภูมิที่ดีกว่านี้ 
.
เราคิดของเราอย่างนี้ล่ะ ไปเรื่อยๆ 
เราจะหาเรื่องให้มัน ซับซ้อนมากขึ้น 
มีคนถามอาตมาว่า...
พวกเราจะบรรลุโสดาบันได้ไหม 
ยังมีพระอรหันต์อยู่ไหม
ทั้งนี้เพราะว่า พวกเรายังถือว่า...
พระโสดาบัน และพระอรหันต์ 
คือคุณสมบัติของตัวตน 
เรามองไปที่ใครบางคนแล้ว บอกว่า...
พระองค์นั้นที่อยู่ตรงโน้น ท่านเป็นพระอรหันต์นะ 
เราถือว่าบุคคล ตัวตน เป็นพระอรหันต์
หรือพระโสดาบัน
.
 ความเข้าใจแบบนี้...
เป็นการทำงานของจิตที่ยังมีการปรุงแต่ง 
แต่มันก็ห้ามไม่ได้ ความคิดปรุงแต่ง
มันเป็นของมันอย่างนั้นเอง 
มันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ 
ดังนั้น...เราจึงเชื่อมันไม่ได้
.
เราจะหาที่พึ่งในความคิด 
หรือการรับรู้เข้าใจของเราไม่ได้ 
แต่เรา...
ถือเอาความรู้ตัวเป็นที่พึ่งได้ 
ความรู้ตัว...
ไม่เหมือนอะไรทั้งสิ้น เหมือนไม่ใช่อะไรเลย
แต่...ก็เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง 
ปัญหาทุกอย่าง แก้ไขได้ตรงนี้นี่เอง.

พระอาจารย์สุเมโธ

ที่มา : ส่วนหนึ่งจาก "สิ้นทุกข์ในปัจจุบัน"
จากหนังสือ "อยู่อย่างรู้"

จากเพจวัดพระธาตุขุนบง

Image by TheOtherKev from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

สิ่งทั้งหลายล้วนเป็นเพียงสภาวะของจิต


สำหรับนักปฏิบัติแล้ว
ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้ 
ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นครูของเรา
ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลว
ความทรงจำอันสวยงามหรือไม่งาม
ที่ยังมีชีวิตอยู่หรือสิ้นไปแล้วก็ตาม

ทีนี้เราเรียนรู้อะไรล่ะ

เรียนรู้ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
เหล่านี้ล้วนเป็นเพียงสภาวะของจิตเท่านั้น
เราปรุงแต่งขึ้นมาเองแล้วไปยึดเอาไว้…

เมื่อรู้แล้วก็ปล่อยวางไป
เรายอมให้ชีวิตเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ
และมองมันอยู่ ให้สิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่ง
นำเราไปสู่สภาวะที่ไม่มีการปรุงแต่ง

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by adege from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อะไรเล่า คือ การบรรลุธรรม ?


สัมมาทิฏฐิ
ไม่ใช่ การที่เราเป็นบุคคลผู้ที่ตื่นรู้  และหลุดพ้น 
แต่คือ...การที่ความเห็นว่า มีตัวเรา ค่อย ๆ หายไป
การคิดว่า...
เราจะต้องบรรลุธรรม 
จึงไม่เป็นเหตุ เป็นผลเลย 
เพราะมันเป็นแค่...ความคิด  
และเป็นสักกายทิฏฐิ ยึดถือว่า 
ตัวเราคือ...สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เรียกว่าผู้บรรลุธรรม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
อะไรเล่า  คือ การบรรลุธรรม ?
มันไม่ใช่สิ่งที่ไกลออกไป ที่เราไม่มี 
และจะต้องพยายามให้ได้มันมา 
แต่มันเป็น แค่...
การตื่นรู้...ปัจจุบันธรรม 
และศรัทธาใน รู้...นั้น

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by Pexels from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นว่ามีตัวเราค่อยๆหายไป


สัมมาทิฏฐิ
คือความเห็นว่ามีตัวเราค่อยๆหายไป

...สัมมาทิฏฐิ  คือ...ความเห็นชอบ 
ส่งผลให้เกิดการกระทำชอบ การพูดชอบ
การดำรงชีพชอบ ความเพียรชอบ 
ความระลึกชอบ ความตั้งมั่นชอบ 
มันจึงไม่ใช่หนทาง 
ให้ก้าวเดินจากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง 
แต่มันเป็น...ทางที่สมบูรณ์ ใน...ตัวมันเอง
สัมมาทิฏฐิ
ไม่ใช่ การที่เราเป็นบุคคลผู้ที่ตื่นรู้  และหลุดพ้น 
แต่คือ...การที่ความเห็นว่า มีตัวเรา 
ค่อยๆ หายไป

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by pixel2013 from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

โทสะ และอกุศลจิต เป็นเหมือน...ปุ๋ยคอก


จิต...
เปรียบเหมือนกระจกเงา  มันสะท้อนภาพ
ผู้ฉลาดรู้ว่า...ภาพ มันก็สักแต่ว่าภาพ
ไม่ใช่  ตัวตน
ภาพ ไม่ทำอันตรายต่อกระจกเงาแต่ประการใด
กระจก  สะท้อนสภาวะที่โสโครกที่สุด
แต่...ตัวกระจกเอง  จะเปรอะเปื้อน ก็หาไม่  
และภาพนั้น...
ก็เปลี่ยนไป  ไม่เที่ยง
สิ่งโสโครก  
และโคลนตม  ก็มีบทบาทสำคัญเหมือนกัน 
โทสะ  และอกุศลจิต  เป็นเหมือน...ปุ๋ยคอก 
มันเหม็น  ไม่มี ใครอยากเข้าใกล้
แต่...มันให้อาหารแก่ต้นไม้ 
ทำให้เราได้ดอกไม้สวยๆ  งามๆ
ถ้าบุคคล...
สามารถพิจารณาดูปุ๋ยคอก 
และรู้เรื่องราวของมัน
แทนที่จะแสดงอาการรังเกียจแล้วละก็
บุคคลผู้นั้น...
ก็รู้...ถึงคุณค่า ของมัน

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by DominikRh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

วิถีไปสู่ความเห็นแจ้งตามพุทธวิธี


การมองดู รู้เห็น สำเหนียก 
และเฝ้าสังเกตว่า อะไรก็ตาม
ที่เกิดแล้วจะต้องดับไป 
ไม่ว่าจะหยาบหรือละเอียด ดีหรือชั่ว 
มาแล้วก็ไป ไม่เป็นเรา 
เราไม่ดี ไม่เลว ไม่ใช่หญิง ไม่ใช่ชาย 
ไม่งาม ไม่น่าเกลียด
สิ่งเหล่านี้เป็นสภาวะที่ไม่เที่ยงตามธรรมชาติ 
ไม่ใช่ “ตัวกู” 
นี้เป็นวิถีไปสู่ความเห็นแจ้งตามพุทธวิธี 
เป็นการน้อมไปสู่พระนิพพาน

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by klimkin from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่จำเป็นที่จำต้องไปรู้อะไร มากกว่านี้


ผู้รู้ท่านรู้ว่า...
เมื่อมีเกิดแล้ว ย่อมมีดับ 
ถ้าท่านต้องการที่จะเป็นพุทธ
ก็ไม่จำเป็นที่จำต้องไปรู้อะไร มากกว่านี้
ความเป็นพุทธนั้น
ต้องรู้จากการสังเกตด้วยตนเอง
มิใช่ไปเชื่อตามพระไตรปิฎก หรือมาเชื่ออาตมา
จงดูด้วยตาของท่านเอง ไปค้นดูซิว่า
สภาวะธรรมอะไร ที่ปรากฏขึ้นมา
แล้วไม่สลายไป
มีอะไรบ้าง ที่เกิดแล้วไม่ตาย
จะเป็นผู้รู้แจ้ง ผู้ตื่น อยู่เสมอนั้น
ก็ต้องพากเพียรให้รู้ด้วยตนเอง 
ในชีวิตนี้! ที่นี่!
และ ณ บัดนี้! 

พระอาจารย์สุเมโธ

Image by AdinaVoicu from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ไม่มีวัน...ที่ “ฉัน” จะเป็นอิสระได้


มนุษย์เราโหยหาอิสรภาพ 
เราพยายามค้นหาสถานที่ 
ยศถาบรรดาศักดิ์ วิถีชีวิต 
หรือความสัมพันธ์ 
ที่จะทำให้เราเป็นคนที่มีอิสระ 
แต่วิปัสสนาช่วยให้เราค้นพบว่า 
ไม่มีวัน...ที่ “ฉัน” จะเป็นอิสระได้ 
ปัจเจกบุคคล...จะไม่สามารถเป็นอิสระได้
เพราะอัตตาตัวตนของคนผู้นั้นเอง
...เป็นคุกขังตัวเองไว้

พระพรหมวชิรญาณ
(พระอาจารย์สุเมโธ)

Image by Free-Photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ป ล่ อ ย - ว า ง


การปฏิบัติด้วยวิธี ป ล่ อ ย ว า ง นี้แหละ
จะมีผลดีต่อจิตที่ยังหลงติด
อยู่กับความนึกคิดบางประการ
จงทำสมาธิภาวนาของท่านให้ง่ายลง
จนเหลือคำเพียงสองคำ ป ล่ อ ย - ว า ง
ดีกว่าไปพยายามลองวิธีอื่น
เพื่อให้บังเกิดผลเข้าสู่ฌานขั้นนี้ขั้นนั้น
หรือไปศีกษาพระสูตรและพระอภิธรรม
เรียนบาลีและสันสกฤต
แล้วเรียนมัธยามิกกะ และ ปรัชญาปารมิตา
บวชในลัทธิหินยาน มหายาน วัชรยาน
ไปแต่งหนังสือแล้วกลายเป็นพหูสูตในทางพระพุทธศาสนา...
ให้เรามาทำ ปล่อยวาง ปล่อยวางกันเถิด
อาตมาไม่ได้ทำอย่างอื่นนอกจากอย่างนี้
มาเป็นเวลาสองปีแล้ว
ทุกครั้งที่เกิดความพยายาม
อยากจะทำความเข้าใจในเรื่องใดก็ตาม
อาตมาจะบอกว่า ป ล่ อ ย ว า ง ปล่อยวาง
จนความอยากนั้นจางหายไป
ฉะนั้น อาตมาจึงทำให้มันง่าย
เพื่อช่วยท่านให้พ้นจากห้วงทุกข์ทั้งปวง

พระอาจารย์สุเมโธ

จาก หนังสือ " จิตตวิเวก ธรรมจากจิตอันสงบ"
แปลโดย น.พ. วิเชียร สืบแสง

Image by Kranich17 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 



 


ท่านจะไม่ทำอะไรเลยทั้งสิ้น


ทางของพุทธบริษัทคือ "การปล่อยวาง"
ไม่เสาะหาสิ่งใด 
ตัวปัญหานั้นคือ
การเกาะเกี่ยวอย่างไม่ลืมหูลืมตาอยู่กับกามภพ 
ท่านไม่จำเป็นต้องสลัดโลกทิ้ง

แต่เรียนรู้จากมัน เฝ้าดู 
และไม่หลงไปกับมัน 
ใช้ปัญญาของพระพุทธเจ้าเจาะทะลวงเข้าไป
โดยเฝ้าสำเหนียก เฝ้าสังเกต ตื่นอยู่ รู้ตัวอยู่ 
แล้วความโชติช่วงแห่งปัญญาก็จะปรากฏ 
ใช้ปัญญานี้ในเรื่องที่เกี่ยวกับกายของท่าน 
ความนึกคิดของท่าน ตลอดจนความรู้สึก 
ความทรงจำ และอารมณ์ต่าง ๆ 
ท่านจะประจักษ์แจ้ง 
จะยอมให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านพ้นไป 
และ ณ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ท่านจะไม่ทำอะไรเลยทั้งสิ้น
นอกจากมีปัญญาพร้อมอยู่ 
จากขณะหนึ่งไปสู่อีกขณะหนึ่ง


พระอาจารย์สุเมโธ
Image by darksouls1 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


คุณค่าด้านจิตใจ ต้องอาศัยการสละออก




การใช้ชีวิตเพื่อการเสียสละหรือการปล่อยวาง 
ไม่ใช่เรื่องของการได้หรือการเอา 
แม้แต่การได้ฌานก็ยังเป็นเรื่องของการสละออกไป 
ไม่ใช่เรื่องของการบรรลุถึง เมื่อเราสละละวางได้มากเท่าใด 
ปล่อยวางออกไปได้มากเท่าใด 

หลังจากนั้น สภาวะของฌาน ก็จะเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ


พระอาจารย์สุเมโธ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา