แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ธัมมทีโป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ธัมมทีโป แสดงบทความทั้งหมด

ตนเป็นที่พึ่งของตน ก็คือจิตนี่แหละ


ทำไมพระพุทธเจ้าจึงบอกว่า อัตตาหิ อัตโน นาโถ
ทำไมต้องบอกว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
คนอื่นใครจะพึ่งได้ ทำไมพูดอย่างนี้
แล้ว ตน คือใคร?
ตน ก็คือจิตที่เราฝึกนี่ไง
ตนเป็นที่พึ่งของตน ก็คือจิตนี่แหละ
เมื่อผู้ใดตามรักษาจิต
ผู้นั้นชื่อว่ารักษาตน
ผู้ใดรักษาตน
ผู้นั้นย่อมพ้นจากบ่วงของมารได้

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ไม่ใช่ "เรา" ไปแจ่มแจ้ง


การที่เราปฏิบัติแล้ว 
ภายในจะแจ่มแจ้งได้ด้วยตัวของมันเอง 
ไม่ใช่ "เรา" ไปแจ่มแจ้ง 
อารมณ์ปรุงแต่งดี-ไม่ดี ถูก-ผิด น้อยใจ-เสียใจ 
เมื่อมี "เรา" ไปยึดมั่น ว่าอันนี้ถูก อันนี้ผิด อันนี้ไม่ดี 
จิตภายในจึงเศร้าหมอง 
แท้ที่จริงแล้ว มันเกิดมาเดี๋ยวมันก็ดับไปเป็นธรรมดา 
เพราะอะไร เพราะว่าไม่มี "เรา" เป็นผู้ไปหมายมั่น 
ดีก็ไม่ใช่ ไม่ดีก็ไม่ใช่ 
มีแต่ความรู้สึกภายใน ไม่หมายมั่น 
มัชฌิมาปฏิปทาจึงเกิดขึ้น 
คือไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป 
นี่เป็นทางสายกลางของพระพุทธองค์

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


อย่ายึดเอาของยืม มาเป็นของเรา



อย่ายึดเอาของยืม มาเป็นของเรา
เพราะเมื่อถูกเอาคืนไป ก็ต้องเศร้า
เพราะของยืมใช้ชั่วคราว ไม่เป็นไปได้ดั่งใจ
ถ้ายึดสิ่งใดไว้ก็ต้องทุกข์เพราะสิ่งนั้น
เพราะเราจะให้มัน ไม่เปลี่ยนแปลง แต่มันเปลี่ยนแปลง
จะให้มันเป็นสุข .. แต่มันเป็นทุกข์
จะให้ได้ดั่งใจ .. แต่มันไม่ได้ดั่งใจ
จะเอามาเป็นของเรา .. แต่มันไม่ใช่ของเรา
มีแต่ของยืม ที่ต้องคืนไปตามเวลา
ดูจิตมีปัญญาเห็นความจริง .. จะไม่เพลิดเพลิน
เมื่อไม่เพลิดเพลิน ก็จะเบื่อหน่าย
ในสิ่งที่เคยหลงยึดไว้ว่าเป็นของเรา
เมื่อไม่ยึดไว้ก็คลาย
เมื่อคลายก็ปล่อย
เมื่อปล่อยก็หลุด
เมื่อหลุดก็เป็นอิสระจากเครื่องผูกมัด
ที่ร้อยรัดมัดจิต มานานแสนนาน

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



จิตที่รู้สึกตัว ย่อมเป็นอิสระจากทุกข์



เรือที่ตรงไปตามเข็มทิศ .. เมื่อเจอพายุหรือสิ่งรบกวน
ไม่หวั่นไหวออกไปนอกเส้นทาง  ย่อมถึงจุดหมายได้ฉันใด
จิตที่รู้สึกตัว .. ไม่ว่าสภาวธรรมใดเกิดขึ้น
ไม่ยึดมั่น จึงไม่หวั่นไหว ย่อมถึงจุดหมาย
คือ ความเป็นอิสระจากความทุกข์
พบความสุขที่แท้จริงได้ฉันนั้น

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราเป็นคนดีอยู่แล้ว.. ทำไมต้องฝึกจิตด้วย



เราเป็นคนดีอยู่แล้ว.. ทำไมต้องฝึกจิตด้วย  จะช่วยอะไรได้ ?

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า.. ให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตให้ผ่องใส 
คือ เมื่อทำความดีแล้ว ต้องอยู่เหนือความดีนั้นด้วย  
เพราะคนดีโดยส่วนมาก เมื่อทำความดีแล้ว 
ยังมีความกังวลที่ต้องการให้คนเห็นความดีที่ทำ ให้คนเข้าใจ  
ถ้าคนไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด ก็จะน้อยใจ เสียใจได้ง่าย...
 เปราะบางง่าย คิดว่า เราอุตส่าห์ทำความดี ทำไมไม่เข้าใจ 
ก็เลยไม่อยากจะทำความดี และอาจจะเลยเถิด  
ถึงกับไม่อยากเป็นคนดีอีกก็มี...

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นการเกิด-ดับภายใน เป็นผู้ไม่ประมาท




พระพุทธเจ้าตรัสว่า
เธอทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
ทำไมบอกว่าอย่าประมาท
อะไรคือ...อย่าประมาท?
ผู้ใดกลับมารู้สึกภายใน
เห็นการเกิด-ดับภายใน
ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาท
เดินตามรอยแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราเป็นทุกข์ เพราะกังวลที่จะไปดับความคิด



การปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติแล้วสงบ 
เราปฏิบัติให้เท่าทันความคิด 
ให้เท่าทันอารมณ์ ให้เห็นอารมณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้น 
อารมณ์ต่างๆ มันมีอยู่ เดี๋ยวมันก็ดับไป
ความคิดต่างๆ มีอยู่ เดี๋ยวมันก็ดับไป...
เพราะอะไร? เพราะว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 
เกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
ดับไปเป็นธรรมดา คือ เป็นธรรมดาที่มันต้องดับไป 
ที่เราเป็นทุกข์อยู่ เพราะเรากังวลที่จะไปดับมั

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/

จิตหลุดพ้นจากกายใจ หลุดพ้นโลก




การที่เรา “ดูแลรักษาจิต” อยู่กับปัจจุบัน
พิจารณาเห็นความจริงอยู่เสมอ จะเห็นว่าอารมณ์ทั้งหลายที่เข้ามา
ดับไปเป็นธรรมดา คือเป็นธรรมดาที่ต้องดับ
ทุกข์ที่เกิดขึ้น..ก็ดับไปเป็นธรรมดา เพราะทุกข์..ก็ไม่เที่ยง
เมื่อเข้าใจอย่างนี้ ..จึงอยู่กับเรื่องราวของโลก 
แต่อยู่เหนือเรื่องราวเหล่านั้น
เพราะโลกนี้..พระพุทธองค์บัญญัติไว้เพียง กายกับใจ
จิตที่หลุดพ้นจากกายและใจ จึงหลุดพ้นจากโลกนี้เช่นกัน


พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิต..ดำเนินอยู่บนทางสายกลาง เห็นทุกข์ และดับทุกข์ได้



จิต..ดำเนินอยู่บนทางสายกลาง เห็นทุกข์ และดับทุกข์ได้ 
เพราะมีปัญญาเห็นความจริงว่า .. 
ทุกข์ที่เกิดขึ้น มีความดับไปเป็นธรรมดา 
จิตกับความคิดแยกจากกัน 
จิตจึงผ่องใส เป็นอิสระจาก ความคิดดีและไม่ดี 
ความคิดไม่ดี ละทิ้งไป ความคิดดีนำมาใช้ 
แต่ไม่ยึดมั่นว่าความคิดทั้งหลายเป็นเราเป็นของเรา 
จิตจึงหลุดพ้นจากความทุกข์ พบความสุขที่แท้จริงตลอดไป

พระอาจารย์ธัมมทีโป

ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา