แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร แสดงบทความทั้งหมด

จิตของปุถุชน จิตพระอรหันต์


จิตของปุถุชนนั้น ยังมีการให้ค่า ให้คะแนน
กับอารมณ์ กับสิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง 
นั่นคือ ยังมีชอบ/ไม่ชอบอยู่
ทั้งชอบและไม่ชอบนั้น จะเกิดอาการจิตกระเพื่อม 
ธรรมชาติของใจนั้นเมื่อพบกับอารมณ์ที่พึงใจ 
ก็จะกระเพื่อมในลักษณะดึงเข้ามาหาตัว 
อยากเก็บรักษาสภาวะนั้นไว้นาน ๆ 
แต่เมื่อได้ประสบกับอารมณ์ที่ชัง 
จะเกิดปฏิกิริยาตรงกันข้าม กล่าวคือ 
จะมีการผลักออกจากตัว 
ด้วยความรู้สึกทนอยู่กับความไม่ชอบนั้นไม่ได้
ต่อเมื่อญาณหยั่งรากลึกตั้งมั่น 
ก็จะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปกติเป็นปัจจุบัน
การเห็น การได้ยิน จะเป็นปกติขึ้น 
สิ่งใดมากระทบ จิตก็จะฉลาดในการตั้งรับ 
อาการคอรัปชั่นทางอารมณ์ก็จะลดลง
หากแต่จิตของพระอรหันต์นั้น ตั้งตรง 90 องศา 
ไม่ให้คะแนนกับอารมณ์ จิตไม่กระเพื่อม จิตก็จะโปร่งเบา วาง สงบ
มีแต่ “รู้” แจ่มจรัสเจิดจ้าอยู่ในภายใน 
จิตในสภาวะดังกล่าว จะว่างจากความผูกยึด เป็นตัวเป็นตน
ไม่มีใครทุกข์ ไม่มีใครสุข ไม่มีใครเจ็บ ใครตาย 
ไม่มีใครได้ ใครเสีย แม้แต่ตัวสติปัญญา หรือสัมมาทิฏฐิ ใดๆ 
ไม่มีทั้งผู้กระทํา และผู้ถูกกระทําใดๆ ทั้งสิ้น
มีแต่วางอยู่ “รู้” อยู่ เจิดจรัสสว่างไสวอยู่ ในภายในชั่วนิรันดร์
จะเข้าถึงสภาวะนี้ได้ จะต้องสร้างทัศนะแห่งความเคยชิน
ในการที่จะย้อนมองข้างใน ให้เป็นปกตินิสัย 
แล้วเพียรเฝ้าดูเฝ้ารู้ เฝ้าระวังจิตให้ติดต่อสืบเนื่อง 
ปัดทุกสิ่งที่ผุดโผล่ขึ้นมาทิ้งให้หมด 
ไม่ตามคอยวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น 
ไม่ให้ความใส่ใจ หรือสนใจกับพฤติกรรมใดๆ ที่อุบัติขึ้นมาในจิต 
ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง หรือนิมิตวิเศษวิโสใดๆ ทั้งนั้น 
ก็เมื่อสภาวะที่แท้จริงของจิตเดิมแท้นั้น ว่างและบริสุทธิ์แล้ว 
ในความว่างบริสุทธิ์นั้น จะมีพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร
ขอจงจําไว้อย่างประทับใจว่า
จงรู้ทุกอย่างที่จิตรู้ แต่อย่าติดในรู้นั้น

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เอกภาพของชีวิตเริ่มที่ความรู้สึกตัว



เอกภาพแห่งชีวิตจะมีขึ้น ก็จะต้องเริ่มจาก 
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (สติ-สัมปชัญญะ) ก่อน 
ทำอยู่เสมอๆ เป็นประจำๆ แล้วใช้สติคอยดูความคิด
ที่เกิดขึ้นเป็นประจำๆ เสมอๆ เช่นกัน
วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า 
อย่าเบื่อ อย่าท้อแท้ อิดหนาระอาใจ 
จงคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับชีวิต

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ทุกครั้งที่ดูจิตจะเกิดญาณ



ทุกครั้งที่เรามีการย้อนกลับมาดูจิตใจ 
จะเกิด “ญาณ” หรือ “ปัญญา” ซึ่งจะมีการหยั่งรากลึก
ลงไปทีละน้อยๆ ในทุกขณะ ที่เกิด ‘สติ’
ฝึกบ่อยๆ จะทําให้การรู้ การเห็น 
การได้ยิน ได้สัมผัส นั้นไม่เหมือนเดิม 
การติดอยู่ในอารมณ์ต่างๆ จะค่อยๆ สั้นลง 
จะไม่จมอยู่ในความคิดยาวนานเหมือนก่อน 
หากรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ 
ก็แสดงว่าการรู้เห็นวงจรปฏิจสมุปบาทนั้น ได้เริ่มขึ้นแล้ว

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

วิธีปฏิบัติจิตเห็นจิต อันเป็นทางสายตรง



พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ตลอดจนพระอรหันต์สาวกทั้งหลาย
ได้วางจิตของท่านไว้กับสภาวะแห่ง “ รู้ ” ดังกล่าว 
จิตของท่านเหล่านั้นจึงปลอดจากภาวะแห่งการปรุงแต่ง เป็นอิสระเต็มบริบูรณ์ 
สิ่งที่ตามหลัง “ รู้ ” มา เป็นต้นว่า ดี-ชั่ว, เย็น-ร้อน, สุข-ทุกข์, ฯลฯ 
มิอาจจะมีอิทธิพลเหนือจิตท่าน 
เพราะจิตของท่านคืนเข้าสู่ความเป็นธรรมชาติเดิมแท้ 
คือ สภาวะ “รู้” หมดดวง โดยสิ้นเชิงแล้ว....
ด้วยเหตุนี้... “ รู้ ” จึงเป็นวิหารธรรมอันบรมสุขของท่านเหล่านั้นชั่วนิรันดร.....!!! 
โดยขั้นต้น ก็อย่างที่เคยพูดไว้ให้ฟังว่า ค่อยๆ เพียรรักษาจิตของเราไว้ให้ดี... 
มีอะไรได้สัมผัส หรือจิตคิดอะไรขึ้นมาก็ตาม 
ขอโปรดได้หันเข้ามาดูข้างใน คือดูที่จิต หรือดูความคิด 
อย่าส่งจิตออกไปดู ข้างนอก จงพยายามมีสติให้รู้ทันกับความคิดทุกๆ ครั้ง ที่มันคิด.....
ดูเบาเบา..... ดูนุ่มนุ่ม..... ดูหวานหวาน..... อย่าเพ่ง.... อย่าจ้อง 
และ อย่าห้ามความคิด ให้เฝ้าดูเฉย ๆ เท่านั้น
ขอให้พวกเราเพียรปฏิบัติไปในแนวทางดังกล่าวนี้
คือ จิตเห็นจิต อันเป็นทางสายตรง 
แล้วไม่ช้าหากปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง 
จิตของพวกเราจะก้าวหน้าและละเอียดยิ่งขึ้น 
ในที่สุดก็จะเป็นผู้แตกฉานในเรื่องของจิตเป็นอย่างดี 
ย่อมหมายถึงว่า พวกเราเดินใกล้ประตูพระนิพพานเข้ามาทุกขณะแล้ว....

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ดูตัวเองบ่อยๆ ปัญญาญาณจะค่อยๆ หยั่งรากลึก



จุดอ่อนของฆราวาสคือ การขาดความสืบเนื่อง
เพราะความสืบเนื่องนี้คือความก้าวหน้า
และความก้าวหน้าต้องอาศัยวิริยะ ก็คือความเพียรนั่นเอง
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ภาวิตา พหุลีกตา”
ปัญญาจะเกิดได้ จะต้องเกิดจากการทำเป็นประจำ ทำบ่อยๆ 
นอกจากเราปฏิบัติในรูปแบบแล้ว
ในชีวิตประจำวัน เราก็ต้องหมั่นย้อนมาดูที่ใจตนเอง
พยายามเก็บเล็กผสมน้อยทั้งวัน 
หลอมรวมการปฏิบัติให้อยู่ในชีวิตประจำวัน 
รู้อิริยาบถ อย่าทิ้งความรู้สึกตัว หมั่นย้อนมาไปเรื่อยๆ

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

สติเป็นธรรมอุปการะ ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ



หากเราฝึกเจริญสติบ่อยๆ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ
หรือเกิดผัสสะมากระทบอายตนะทั้ง ๖
เราจะหันมามองที่จิตอย่างอัตโนมัติ
จะไม่หวั่นไหวไปตามอำนาจแห่งกิเลสนั้น
ฉะนั้น สติจึงเป็นธรรมอุปการะ
ที่ทำให้เกิดปัญญาญาณ

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ความคิดเป็นเสมือนต้นตอของชีวิต 
ทุกชีวิตมิได้มีความเป็นเอกภาพแห่งตัวเอง 
จะต้องตกอยู่ในอิทธิพลของความคิด 
เมื่อความคิดถูกมรรคปัญญาควบคุม สังขารตัวปรุงก็จะถูกขจัดไป 
จะเหลือเพียงเนื้อแท้แห่งความผุดผ่องของความคิดฝ่ายสัมมาทิฐิล้วนๆ 
จงทําความรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะ ใช้สติเฝ้ามองดูความคิดทุกภาวะที่เกิดขึ้น
 นี่เป็นวิถีทางที่จะรีดกระแสชีวิตของเราให้เรียวบางลง
จากการห่อหุ้มของ โมหะ โทสะ โลภะ 
อันเสมือนเปลือกและกระพี้ของชีวิต 
ก็จะเหลือเพียงแก่นอันกลมกลึงเสลาบริสุทธิ์ล้วนๆ ของชีวิต

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เมื่อความคิดถูกมรรคปัญญาควบคุม




ความคิดเป็นเสมือนต้นตอของชีวิต
ทุกชีวิตมิได้มีความเป็นเอกภาพแห่งตัวเอง
จะต้องตกอยู่ในอิทธิพลของความคิด
เมื่อความคิดถูกมรรคปัญญาควบคุม
สังขารตัวปรุงก็จะถูกขจัดไป
จะเหลือเพียงเนื้อแท้แห่งความผุดผ่อง
ของความคิดฝ่ายสัมมาทิฐิล้วนๆ


หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ขอกำลังใจ 1 like ที่  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

รักษาจิต อย่าให้มันก่อรูปความคิดใดๆ




...ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม
จงรักษาจิต อย่าให้มันก่อรูปความคิดใดๆ ขึ้นมา
...จากจิตหนึ่งถึงจิตหนึ่ง ถ้าปราศจากรูปความคิดแล้ว
จากจิตหนึ่งถึงจิตหนึ่ง ย่อมไม่มีกรรม

หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร


ที่มา : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คนเราทุกข์ เพราะความคิดของตัวเอง




“คนเราทุกข์ เพราะความคิดของตัวเอง”
เพราะไม่รู้เท่าทันมายาของจิต 
ไปหลงตามแล้วก็ช่วยมันปรุง ทุกข์จึงเกิดขึ้น
เพียงแต่เราดูมันอยู่เฉยๆ มันคิดอะไรขึ้นมา 
เราอย่าไปห้าม แล้วเราก็อย่าไปตาม...

เฝ้าแต่มองดูเฉยๆ อย่าเพ่ง อย่าจ้อง ดูเบาๆ นุ่มๆ 
ความปรุงแต่งทั้งหลายก็ถอยหมดไป
เมื่อความปรุงแต่งหมดไป 
จิตก็ถึงความว่าง มีรู้อยู่เฉยๆ...


หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

ติดตามบนเฟสบุ๊คได้ที่ : บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หยุดคิดคือหยุดสังสารวัฎ




ตัณหาต่างๆ ความรัก ความเกลียด 
ความกลัว มาจากความคิด
หยุดคิดคือหยุดสังสารวัฎ
เริ่มจากกระทบปั๊บกลับมาดู
ห้ามคิดไม่ได้ ..ธรรมชาติเค้าต้องคิด
เราเป็นผู้ดูเฉยๆ ใช้คำว่า “สักแต่ว่า”
ถ้ากลับมาดูทัน มันไม่เป็นเรื่องยาว 
แรกๆ จะใช้เวลาหน่อย ต่อไปจะเห็นชัด
ว่าโลกทั้งโลก สังสารวัฎ
อยู่ตรงสังขารการปรุงแต่งนี้เอง


หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร

การปฏิบัติธรรม คือ การแยกจิตออกจากอารมณ์



"..ถ้าจะกล่าวโดยสรุป 
การปฏิบัติธรรม คือ การแยกจิตออกจากอารมณ์
วิธีการคือ อย่าส่งจิตออกนอก อย่าตามเงาของจิต 
ระวังผัสสะ กระทบปั๊บ ย้อนกลับ มีสติรู้ทัน 
ความคิดมันก็จะหยุด จิตหยุดคิด คือหยุดปรุงแต่ง
ระวังอย่าให้มันก่อรูปความคิด
ความคิดเป็นสังขาร (การปรุงแต่ง) ทั้งนั้นแหละ
สุขก็เป็นสังขาร ทุกข์ก็เป็นสังขาร
สังขารใดๆ ก็ตาม มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์
กิจอื่นนอกจากความพ้นทุกข์ไม่มีอีกแล้ว
ทำบ่อยๆ ทำให้มาก ทำได้แล้วจะมีกำลัง
เป็นฆราวาสจะทำให้เกลี้ยง ทำให้ขาว
เหมือนสังข์ที่ขัด มันทำยาก.."

ใจความตอนหนึ่งจากธรรมเทศนา
พระอาจารย์มนตรี อาภสฺสโร
สวนพุทธธรรม ป่าละอู
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2557

สติมี ปัญญามาเอง




          สติ ... เมื่อถูกประกอบให้สมบูรณ์มากขึ้น ๆ แล้ว. สติตัวนี้เองจะแผลงเป็น มรรคปัญญา หรือ ปัญญาญาณ อันทรงพลัง เป็นญาณที่เพียบพร้อมไปด้วย วิชชา คือ ความรอบรู้... 

                                                                                             หลวงพ่อมนตรี อาภัสสโร