มันแค่ ตื่นเฉยๆ


สติ คือ ความระลึก รู้ตัวอยู่
การรู้ตัว ไม่ได้หมายความว่า 
เป็นการเอาสติไปไว้ที่ใดที่หนึ่งให้มันหนัก
มันแค่ ตื่นเฉยๆ ตื่นขึ้นมาเฉย ๆ 
จะทำอะไรอยู่ก็ได้ พูดจา หัวเราะ 
คุยกับเพื่อนฝูง ได้ทั้งนั้น
..
เราไม่ได้ไปคุมน่ะ ว่าเราจะไปเลือกแต่ของดี ๆ .. ไม่ใช่
เรารับได้ทั้งดีและชั่ว รับได้หมดเลย 
แต่ให้รู้ว่า มันคืออะไร เท่านั้นเอง
ไม่ได้ไปตำหนิ ว่าอันนั้นดี อันนั้นไม่ดี 
ไม่ติดดี ไม่ติดชั่ว
เสียงนั้นดี เสียงนี้ไม่ดี ฉันไม่ชอบ 
ฉันชอบแต่เสียงที่ฉันต้องการ ก็กลายเป็นกิเลสไป
ถ้าเราฟังสักแต่ว่าฟัง 
เราก็อยู่ตรงนั้น อย่างสบายๆ 
..
ไม่ว่าตรงนั้นดี ตรงนี้ชั่ว 
ตรงนี้ชอบ ตรงนี้ไม่ชอบ 
ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องของกิเลสทั้งนั้น
ไม่จำเป็นต้องไปประคับประคอง 
ให้ดีหรือชั่ว
ไม่จำเป็นต้องไปประคับประคอง 
ให้มันเงียบหรือไม่เงียบ 
ไม่ต้องคำนึงถึงตรงนั้น 
ให้คำนึงถึงเฉพาะ  
การรู้ตัวทั่วพร้อมของเราเท่านั้น
นอกนั้นไม่เกี่ยวเลย
..
เพราะสิ่งเหล่านั้น มันเป็นธรรมชาติ
เป็นไตรลักษณ์ของมันเอง อย่างนั้น
เดี๋ยวอารมณ์ดี อารมณ์ชั่ว 
อารมณ์พอใจ อารมณ์ไม่พอใจ 
เกิดๆ ดับๆ ของมันเองอยู่อย่างนั้นเป็นธรรมดา
หากเราไปรังเกียจ ก็กลายเป็น กิเลส ทันทีเลย
..
ถ้าไปรัก ก็ติดอีก ติดดี ติดชั่ว สองตัวนี่แหละ
ซึ่งที่จริง ตามทางเดินแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้น 
รับได้ตลอด ทั้งดีและชั่ว 
เป็นอย่างนั้นตลอด
..
ที่จริงเขาเหล่านั้น ก็ไม่ได้ดี ไม่ได้ชั่วอะไร 
มีแต่ใจของเราตัวเดียวที่ไปเที่ยวบอกว่า
อันนั้นดีอันนั้นชั่ว
จริงๆ แล้ว มันเป็นธรรมหมด 
ตอนนี้มันไม่สงบเลย อันนี้ก็เป็นธรรม 
ตอนนี้สงบจริงๆ มันก็เป็นธรรมอีก
แต่เป็นแต่ธรรมที่เกิดดับไม่เที่ยงแทัแน่นอน
หากเราไม่ติดตรงนี้ ก็เรียกว่าเราไม่ยึด 
เราไม่มีอุปาทานตรงนี้ 
เราก็สบาย อยู่อย่างสบาย ๆ 
...
ลุงหวีด บัวเผื่อน

Image by LN_Photoart from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา