แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร แสดงบทความทั้งหมด

เรื่องของกามตัณหาอยู่ที่เราปรุงแต่งเอง



เรื่องของกามตัณหานั้น มันอยู่ที่เราปรุงแต่งเอง
เพราะเราไม่รู้จักสำรวมระวังในหู ตา 
จมูก ลิ้น กาย และใจของเรา
จึงทำให้เกิดความพอใจยินดีในสิ่งต่างๆ นั้น
ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดกามตัณหาขึ้น
และเมื่อเกิดกามตัณหาขึ้น
อุปาทาน คือ ความยึดมั่นถือมั่นในกามนั้นก็เกิดขึ้น
ขอให้เรามีสติระวังรักษาในผัสสะต่างๆ ของเรา
ได้เห็นได้รู้ได้ยินในสิ่งไหน ก็ให้สักแต่ว่า
เราย่อมปราศจากทุกข์โทษใดๆ

หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

ศาสนาไม่ได้อยู่แค่กับพระกับเณร



          การวิ่งไปนั่น วิ่งไปนี่ พระองค์นั้นดี องค์นั้นไม่ดี องค์นั้นประพฤติชอบ องค์นี้ไม่ประพฤติชอบ ชอบพูดกันไป ว่ากันไป

          แต่ตัวเองนั้นมัววิ่งหาอยู่ ไม่เห็นสักที ศาสนาไม่รู้อยู่ไหน นึกว่าแต่อยู่กับพระกับเณรนั่นหรือ?

          ศาสนาไม่ได้อยู่แค่กับพระกับเณร แต่อยู่กับผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไป ฆราวาส ญาติโยมก็ตาม หากมีศีล ประพฤติธรรม ศาสนาก็อยู่กับคนนั้นนั่นแหละ ให้เข้าใจอย่างนี้

                                                                                                        หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

การปฏิบัติดี ต้องออกมาจากใจ



         การปฏิบัติดี ต้องออกมาจากใจ การที่เราเที่ยวฟังพระอาจารย์ทั้งหลายพูดว่าสิ่งนั้นดี ไม่ดี แล้วจดจำเอามาทำนั้นไม่ยั่งยืน เพราะเอามาวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ ดังนั้นควรหัดปฏิบัติขัดเกลาจิตใจให้ดีเสียเอง ทีนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะลืม เพราะเรามีอยู่กับใจแล้ว

                                                                                            หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร

เที่ยวขอธรรมะ แต่ไม่ปฏิบัติ



          เที่ยววิ่งขอธรรมะ แต่ไม่ยอมปฏิบัติ เดี๋ยวน้ำ เดี๋ยวแห้ง ไม่เอาจริงสักที ระวังเน้อ สะสมธรรมะมากไม่ดี พุงจะแตกเอง ต้องนำออกมาระบาย แยกเหตุแยกผล เรียกว่า วิปัสสนา ธรรมะนั้นไม่มีใครเขาให้มากหรอก มันจะฟุ้งซ่าน

                                                                               หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร