แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต แสดงบทความทั้งหมด

ราคะและโมหะให้ระวังให้มาก เพราะมาในรูปของไฟเย็น



ถ้าจะมาขอโอวาท ก็จะเตือนให้ระวังระเบิด ๓ ลูก
มีชื่อ ราคะ โทสะ และโมหะ
ระเบิด ๓ ลูกนี้ร้ายกาจมาก เป็นรากเหง้าของความชั่วร้า
เรื่องโทสะเห็นจะไม่มีใครชอ
เพราะเป็นของร้อน และเห็นได้ง่ายว่าเป็นทุกข์...
แต่ราคะและโมหะให้ระวังให้มาก 
เพราะมาในรูปของไฟเย็น 
ให้ความสุขได้ มองไม่ค่อยเห็นความทุกข์
และราคะนั้นเมื่อมีโมหะเข้าช่วยจะไปกันใหญ่
เพราะจะพากันหลงรักหลงชัง

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

วิธีสงบใจที่ดีที่สุด “หายใจยาวและลึก”



...สงบใจได้แม้เมื่อตนอยู่ในอันตราย หรือประสบทุกข์
อย่าให้เสียใจ หมดสติ สะดุ้งดิ้นรนจนสิ้นปัญญาแก้ไข
เกิดความท้อถอยไม่ทำอะไรต่อไป
ความสงบไม่ตื่นเต้น เป็นเหตุให้เกิดปัญญา ประกอบกิจให้สำเร็จได้สมหวัง
เราจะแก้ไขเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแก่เราได้นั้นก็มีทางจะทำอยู่ ๒ ขั้น
๑.ต้องสงบใจมิให้ตื่นเต้น  ๒.ต้องมีความมานะพยายาม
วิธีสงบใจที่ดีที่สุด “หายใจยาวและลึก”

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

เหตุนี้จึงต้องหัดบังคับตนเอง



          "ตนของตนย่อมเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง"  เหตุนี้จึงต้องหัดบังคับตนเอง ผู้อื่นถึงจะเป็นศัตรู ก็ไม่เท่าตนเป็นศัตรูต่อตนของตนเอง ถ้ายังไม่สามารถบังคับตนของตนเองให้ดีได้แล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าจะบังคับผู้อื่นให้ดีได้

                                                                                          ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ความโกรธเป็นเหตุให้กำลังออกไปจากตัวมาก



          ความโกรธเป็นเหตุให้กำลังออกไปจากตัวมาก เหตุนี้คนกำลังโกรธจึงมีกำลังเรี่ยวแรงมาก แต่เมื่อหายโกรธแล้ว มักอ่อนเปียก ถึงกับเป็นลมก็มี เพราะกำลังได้ออกไปจากตัวมากในขณะที่โกรธ การข่มความโกรธไว้ได้ จึงเป็นการเก็บสงวนกำลังจิตตานุภาพไว้ในตัวเรา

                                                                                        ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

สุขทางโลก ซ้อนด้วยทุกข์



          พระพุทธเจ้าสอนว่า “นตฺถิ สนฺติปรมํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี” หมายความว่า ความสุขอื่นมี เช่น ความสุขในการดูละคร ดูหนัง ในการเข้าสังคม Social ในการมีคู่รักคู่ครอง หรือในการมีลาภยศ ได้รับความสุข สรรเสริญ และได้รับความสุขจากสิ่งเหล่านี้ ก็สุขจริง แต่ว่าสุขเหล่านี้มีทุกข์ซ้อนอยู่ทุกอย่าง ต้องคอยปรับปรุงกันอยู่เสมอ ไม่เหมือนกับความสุขที่เกิดจากสันติ ความสงบ ซึ่งเป็นความสุขที่เยือกเย็นและไม่ซ้อนด้วยทุกข์ และไม่ต้องแก้ไขปรับปรุงตกแต่งมาก เป็นความสุขที่ทำได้ง่ายๆ เกิดกับกายใจของเรานี่เอง อยู่ในที่เงียบๆ คนเดียวก็ทำได้ หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมสังคมก็ทำได้ ถ้าเรารู้จักแยก ใจ หาสันติสุข กายนี้ก็เพียงสักแต่ว่า อยู่ในที่ระคนด้วยความยุ่ง สิ่งแวดล้อมเหล่านั้นไม่ยุ่งมาถึงใจ

                                                                                    ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ไม่มีอะไรต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต



ไม่มีอะไรต่างกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต  
เพราะตามหลักธรรมแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเหตุทั้งหลาย
ล้วนอยู่ในสภาพเดียวกัน คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป 
และไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้น 
ใครยึดถือมากก็ยุ่งมาก ใครยึดถือน้อยก็ยุ่งน้อย 
ใครไม่ยึดถือเลยก็ไม่ยุ่งเลย 
สำคัญอยู่ที่ตั้งแนวความคิดและการพิจารณา
ให้เห็น ให้เข้าใจโดยถูกต้อง

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ทำใจให้เหมือนกับใบบัว



กิเลสที่เกิดขึ้นกับจิตนั้น อยู่ที่เจ้าตัวผู้นั้นจะเต็มใจรับมันเอาไว้หรือไม่ 
ถ้าไม่รับ มันก็เกิดไม่ได้ คือ ทำใจให้เหมือนกับใบบัว 
เมื่อมีน้ำมากระทบ ก็จะกระเด็นร่วงไปโดยที่ใบบัวไม่มีรอยเปียกเลย

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ทำอะไรไม่ผิด เพราะ "สติ"



          ที่จะทำอะไรไม่ผิดนั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ "สติ" ถ้ามี สติ คุ้มครองกาย วาจา ใจ อยู่ทุกขณะ จะทำอะไร ไม่ผิดพลาดเลย ที่ผิดพลาด เพราะขาดสติ...ชีวิตของพระพุทธเจ้า และ พระอรหันต์ ท่านมี "สติไพบูลย์" อยู่ทุกขณะจิต ท่านจึงทำอะไรไม่ผิด และถึงซึ่งอมตธรรม คือธรรมที่ไม่ตาย เรียกว่า "พระนิพพาน" ..

                                                                                      ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต..

เนื้อหนังหุ้มโครงกระดูก



เนื้อหนังหุ้มโครงกระดูก
ก็นิยมกันว่าสวย รักกันอยู่ด้วยความหลงแท้ๆ
หลงว่าจะเป็นอย่างที่เห็นอยู่ตลอดไป ไม่ได้มองลึกลงไป
ไม่ได้เห็นแก่นแท้ว่ามีแต่กระดูก ไม่น่าอภิรมย์แต่อย่างใด
ทำไมจึงยังหลงใหลมัวเมากันอยู่ได้

ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต 

สุขย่อมคู่กับทุกข์



ไม่มีความสุขใดๆ ที่จะไม่มีความทุกข์แทรกซ้อนอยู่

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ความผิดนี้แหละ เป็นครูอย่างดี



จงระลึกถึงคติพจน์ ว่า “Do no wrong is do nothing!” 
“ทำอะไรไม่ผิดเลย ก็คือไม่ทำอะไรเลย” 
ความผิดนี้แหละ เป็นครูอย่างดี 
ควรจะรู้สึกบุญคุณของตัวเอง ที่ทำอะไรผิดพลาด 
และควรสบายใจที่ได้พบกับอาจารย์ผู้วิเศษ คือความผิด

 ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

กฎของจิตตานุภาพ



          จงจำไว้ว่า ถ้าปรารถนาความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่น ก็ควรส่งกระแสใจที่ประกอบด้วยความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจไปยังท่านเหล่านั้น แล้วก็จะได้รับความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากท่านเหล่านั้นเช่นเดียวกัน นี่เป็นกฎของจิตตานุภาพ


                                                                                        ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

ใครมีปาก...



ใครมีปาก...อยากพูด...ก็พูดไป 
เรื่องอะไร...ก็ช่าง...อย่าฟังขาน 
เราอย่าต่อ...ก่อก้าว...ให้ร้าวราน 
ความรำคาญ...ก็จะหาย...สบายใจ

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต


วิธีขจัดอารมณ์ร้าย




เมื่ออารมณ์ร้ายเหล่านี้เกิดขึ้นในใจ จงหายใจเข้าให้ลึกๆ 
สร้างมโนภาพ สูดเอากำลังงานของชีวิต 
ที่มีอยู่ในสากลโลก อำนาจ ความแข็งแรง และกำลังเข้าไป
  เมื่อหายใจออก จงนึกขับอารมณ์ร้ายเหล่านี้ออกมา 
และเพ่งกล่าวในใจว่า ออกไป ออกไป ออกไป 
พร้อมกับทำความรู้สึกว่าอารมณ์ร้ายเหล่านี้
ออกไปจากใจแล้ว 
ปฏิบัติอย่างนี้จนกว่าอารมณ์นั้นจะจางหายไป
ถ้าไม่หายอย่าเพิ่งเลิก 

ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

อย่าเลี้ยงความไม่สบายใจ



          คำว่า “ไม่สบายใจ” อย่าใช้ และอย่าให้มีขึ้นในใจต่อไป “Let it go , and get it go!” ปล่อยให้มันผ่านไป อย่ารับเอาความไม่สบายใจไว้ ถ้าเผลอไปมันแอบเข้ามาอยู่ในใจได้ พอมีสติรู้สึกตัวว่าความไม่สบายใจเข้ามาแอบอยู่ในใจ ต้อง Get it out! ขับมันออกไปทันที อย่าเลี้ยงความไม่สบายใจไว้ในใจ มันจะเคยตัว
                                                                       ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

กฎของจิตตานุภาพ



          จงจำไว้ว่า ถ้าปรารถนาความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจ จากผู้อื่น ก็ควรส่งกระแสใจที่ประกอบด้วยความเมตตา  และความเห็นอกเห็นใจไปยังท่านเหล่านั้น แล้วก็จะได้รับ ความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจจากท่านเหล่านั้น เช่นเดียวกัน นี่เป็นกฎของจิตตานุภาพ แล้ว ความสำเร็จทั้งหลายที่ปรารถนา ก็จะบังเกิดแก่ตนสม ประสงค์ทุกประการเป็นแน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลย


                                                                                ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

เคราะห์เป็นครูของเรา



ให้รู้สึกว่าเคราะห์นั้นทำให้เราดีขึ้น
เป็นครูของเรา เป็นผู้เตือนเรา ...
อย่าเห็นว่าเคราะห์กรรมเป็นของเลว
ไม่น่าปรารถนา ควรคิดว่าเป็นของดี
ที่ทำให้เราเข้มแข็งมั่นคงขึ้น
ให้รู้สึกเสมอว่าเราเกิดมาเรียน
ทั้งเคราะห์ร้ายและเคราะห์ดี
เคราะห์เป็นบทเรียนของเรา
ที่จะทำให้เราแจ้งโลก
แล้วจะได้พ้นโลก
ดังนี้ เราจะไม่รู้จักเคราะห์ร้ายเลยในชีวิต
อย่างไรก็ดีอย่าปล่อยชีวิต
ให้เป็นไปตามยถากรรม
โดยมิทำการต่อสู้เลยเป็นอันขาด


                                                           ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

เมื่อถึงความสงบ



          เมื่อถึงความสงบแล้วยังไม่จบนะ ภพยังไม่สิ้น ชาติยังมีอยู่ พรหมจรรย์ไม่จบ ที่มันไม่จบก็เพราะยังมีทุกข์อยู่ ให้เอาตัวสมถะ ตัวสงบนี่พิจารณาต่อไปค้นหาเหตุผล จนกระทั่งจิตไม่ติดในความสงบ เพราะความสงบก็เป็นสังขารอันหนึ่ง ก็เป็นสมมุติ ก็เป็นบัญญัติอีก ที่ติดอยู่นี้ก็ติดสมมุติติดบัญญัติ เมื่อติดสมมุติติดบัญญัติ ก็ติดภพติดชาติ ภพชาติก็คือความดีใจในความสงบนั่นแหละ เมื่อหายความฟุ้งซ่าน ก็ติดความสงบ ก็เป็นภพอีก เกิดอยู่อย่างนี้ ภพชาติเกิดขึ้นมา ทำไมพระพุทธเจ้าจะไม่รู้

                                                                            ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต

คนที่ไม่เหมือนโลกนิยม



คนที่ทำอะไรไม่เหมือนที่โลกนิยม
ก็จะมีคนว่าบ้า โดยคนที่พูด
 ไม่ได้เข้าใจโดยถ่องแท้ว่า
 อย่างไรจึงบ้า อย่างไรจึงดี
 .ท่านบอกว่าคนเราที่เกิดมานี้
 มีหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งที่พึงกระทำ
 คือการทำตนให้พ้นทุกข์
 ถ้าไม่ทำก็เท่ากับว่า
 ไร้ประโยชน์ในการเกิดมา
 เพราะจะต้องเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นั่นเอง

                                                             ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมานิต