แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ แสดงบทความทั้งหมด

เราจะต้องรู้แจ้งตัวเองให้เห็นชัด แล้วก็เบื่อหน่ายตัวเอง


..ในโลกนี้ทั้งหมดแล้ว
เรารักสิ่งใดชอบสิ่งใด
สิ่งนั้นก็คือรักตัวเองชอบตัวเองนั่นเอง
การเบื่อหน่ายโลกนี้ให้หมด...
ถ้าเราไม่คลายความยินดีในตัวเองออกได้
ไม่มีทางเลย
ถ้าเราจะให้จิตเบื่อหน่ายคลายโลก
หรือคลายอารมณ์ของโลกออก
เราจะต้องรู้แจ้งตัวเองให้เห็นชัด
แล้วก็เบื่อหน่ายตัวเอง
ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา...
เบื่อหน่ายในที่นี้ไม่ใช่ไม่อยากเห็นจงเกลียดจงชัง
แต่เป็นการทำให้เห็นแจ้งขันธ์ ๕
แล้วละความยินดีในตน
ถอนความยึดมั่นขันธ์ ๕

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

Image by jeonsango from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ไม่ติดสิ่งที่ประณีต เป็นผู้มีปัญญา


พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษว่า 
การอยู่ในปราสาทราชวังเป็นการติดทั้งนั้น 
เพราะในปราสาทราชวังมีพร้อม 
รูปสวยๆ เสียงไพเราะๆ กลิ่นหอมๆ 
สัมผัสที่นิ่มนวล รสอร่อยๆ 
เป็นของประณีตทั้งนั้น 
สิ่งที่ประณีตเป็นของติดง่ายแล้วก็หลุดยาก 
ถ้าผู้ใดสามารถจะหลุดจากสิ่งที่ประณีตได้ 
ไม่ติดสิ่งที่ประณีต
ผู้นั้นเป็นผู้มีปัญญา... 

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

Image by ractapopulous from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ความสุขอยู่ที่การวางของจิต


แท้จริงความสุขอยู่ที่การวางของจิต 
คือ จิตปล่อยวางอารมณ์นั่นเอง

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



หลุดพ้นนี้ คือหลุดพ้นจากอารมณ์ของโลก



จิตเราถูกตรึงกับโลกนี้ มันทุกข์มาก 
คือเราไม่มีความเป็นอิสรภาพ 
ถ้าเกิดว่าจิตดวงนี้พ้นจากความตรึงตรงนั้นได้ 
คนนั้นคือหลุดพ้น 
ที่เราเคยได้ยินคำว่า “หลุดพ้น”
หลุดพ้นนี้ คือหลุดพ้นจากอารมณ์ของโลก
(คือสังขารหรือการคิดปรุงแต่ง ได้แก่กิเลส)
ฉะนั้น การปฏิบัติธรรมทั้งหมด
ต้องมีจุดหมายปลายทางเดียวกันว่า 
ทำอย่างไรจิตของเราจะหลุดพ้นออกจากโลกใบนี้ 
หลุดออกจากอารมณ์อันนี้  หลุดจากอารมณ์ของโลกทั้งหมด 
แล้วมันจะหลุดพ้นได้หรือ หลุดได้ ! ไม่ใช่หลุดไม่ได้ 
พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย
ท่านหลุดพ้นไปก่อนหน้าแล้ว 
และเราเองเป็นผู้ที่จะเดินทางตามต่อไป

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การไม่ปล่อยจิตออกข้างนอกเป็นการตัดปัญหาที่ต้นน้ำ



การส่งจิตไปข้างนอกมีแต่พบกับปัญหา ทุกข์ไม่จบสิ้น ..
การไม่ปล่อยจิตออกข้างนอกเป็นการตัดปัญหาที่ต้นน้ำ 
เป็นการตัดทางลำเลียงไม่ให้ต้นไม้แห่งกิเลสเติบโต  
เพราะอารมณ์รออยู่ข้างนอก 
ถ้าเราไม่ปล่อยจิตออกไป อารมณ์จะทำอะไรได้  
“ปล่อยโลกไว้อย่างนั้น เพียงแต่เราอย่าปล่อยจิตออกไปเท่านั้นเอง"

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การจะรู้พระธรรมคำสอนนั้น มีช่องนิดเดียว



จิตของเราก็เหมือนกัน 
การที่จะรู้พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น มีช่องนิดเดียว
การที่ถูกครอบงำไปหมดเพราะจิตของเราปล่อยออกข้างนอก  
เราจะให้จิตอยู่ข้างในหรือจะอยู่ข้างนอกดี  
เราจะปล่อยจิตออกไปตามนิสัยเดิมๆ หรือเราจะขังจิตไว้ข้างใน  ตรงนี้เรามีสิทธิ์..   
จงเอาช่องนิดเดียวนี้ ให้เป็นโอกาสของเราเอาชนะข้าศึกได้..    
เท่ากับว่าเราจะไม่ปล่อยจิตดวงนี้ออกไปข้างนอกอย่างเก่าก่อน..
 แล้วก็ใช้สติประคับประคองจิตของเราให้อยู่ข้างในอย่างเดียวได้ 
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็มีแวว 
ถ้าไม่อย่างนั้นก็ตัน จะเอาอะไรไม่ได้เลยชีวิตนี้ .. 

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าชนะแล้วจิตจะว่านอนสอนง่าย




..ความไม่รู้ทำให้เราหลงยึดมั่นถือมั่นขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรา เป็นของเรา..
ถ้ารู้แจ้งแล้วตัวเราก็ไม่มี 
สงครามนี้ ถ้าชนะเราก็เป็นไท ถ้าไม่ชนะก็เป็นทาสเขาต่อไป 
อย่างน่ารักเลย ไม่ดื้อ หายดื้อ 
จะทำอะไรตามที่เราสั่งให้ทำ บอกอย่างไรก็ทำอย่างนั้น 
บอกไม่ให้คิดมันก็ไม่คิด พ้นจากการปรุงแต่ง.. 
จิตนี้ควบคุมยากมันยิ่งกว่าลิง 
เมื่อมันตั้งมั่นแล้ว มันมั่งคงยิ่งกว่าหินผาเสียอีก 
เราค้นหาให้พบในตัวของเรานี้เอง..


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตอยู่นอกตัว ไม่สว่างไสว




จิตเป็นเรื่องแปลก จิตเราอยู่ข้างนอก 
จิตของเราไม่สว่างไสว เป็นจิตที่มืด 
แต่ถ้าจิตได้ถูกอบรมให้อยู่ในตัวได้ 
จิตเองจะเจิดจ้าสว่างไสวในตัวมันเอง 
อย่างอัศจรรย์ใจขึ้นมา 
จิตสงบพิจารณาอยู่ในตัว
ท่องเที่ยวในกายนคร จิตจะแจ้งขึ้นๆๆๆ 
เราจะอัศจรรย์ว่า อย่างนี้ก็มีหรือ? ..


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตเป็นอิสระจากอารมณ์ คือการปฏิบัติที่ถูกต้อง




การปฏิบัติอันใดที่จิตสามารถเพิกถอนตนเอง
ออกจากอารมณ์ทั้งหมด 
เป็นจิตอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่ออารมณ์ทั้งหมด
ได้โดยถาวรตลอดไป 
ไม่ใช่เป็นอิสระเวลาใดเวลาหนึ่ง 
แต่เป็นอิสระยืนนานตลอดไปได้ 
คนนั้นถือว่าปฏิบัติได้ถูกต้อง


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์




“ความสุขที่จริง คือ ความสงบ 
ไม่ใช่ความสุขที่จิตต้องวิ่งตามอารมณ์ตลอดเวลา”…
ถ้าเราต้องการความสุขที่สงบจากอารมณ์
เราต้องสลัดอารมณ์น้อยใหญ่ทั้งหมดที่ปรุงแต่งขึ้นมาทิ้งไปให้ได้... 
แต่ไม่ใช่แยกจิตเหมือนแยกคนสองคนออกจากกัน...
เราต้องอบรมจิตให้เห็นโลกโดยความเป็นโลก 
ให้เห็นอารมณ์น้อยใหญ่ที่มีอยู่ในจิต 
อบรมจิตให้มากๆ ให้จิตเห็นโทษของอารมณ์ 
จึงจะพรากจิตออกจากอารมณ์ได้อย่างถาวร


พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

เป้าหมายสูงสุด คือการปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด



          การทำสมาธิ ทำอุบายวิธีต่างๆ เรามาสรุปตรงที่ว่า จิตปล่อยวาง การปล่อยวางของอารมณ์ของจิต ต้องปล่อยวางอย่างเด็ดขาด อารมณ์ของจิตต้องตัดขาดจากโลกนี้ ไม่ว่าอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายถึงว่าจิตจะต้องไม่ปรุงแต่งในอารมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ความถูกต้องอยู่ตรงนั้น ถ้าบุคคลทำได้ดังนี้แล้ว ถือว่าการประพฤติเช่นนั้นถูกต้อง เป้าหมายจุดสูงสุด คือ การปล่อยวางอารมณ์ทั้งหมด

                                                                                            พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

กิเลสคือการคิดปรุงแต่งทั้งหมด




กิเลสคืออะไร กิเลสคือการคิดปรุงแต่งทั้งหมด” 
การปรุงแต่งทั้งหมดเป็นความทุกข์ทั้งหมดเลย 
ถ้ามีความคิดปรุงแต่งเกิดขึ้น กระเพื่อมเพียงเล็กน้อย 
สำหรับคนที่มีจิตละเอียดแล้ว จะรู้สึกเหมือนกับถูกมีดเสียบแทง 
มันเจ็บปวดเหลือเกิน ...
เมื่อก่อนเราอยู่กับความคิดปรุงแต่งตลอดเวลา แต่ไม่มีความรู้สึกอะไร 
แต่พอทำจิตสงบแล้ว จะเห็นว่าการคิดปรุงแต่งเป็นศัตรู 
เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ...

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

จิตน้อมหาตัวบ่อยๆ จะเกิดความสว่างและความสงบ



จิตเป็นธรรมชาติที่ว่า น้อมหาตัวบ่อยๆ 
จะเกิดความสว่าง..และความสงบ..
เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยๆ 
จะเป็นเครื่องรู้เห็น
ที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ก็จะเกิดขึ้น 
จิตมองตัวเองบ่อยๆ จะเป็นสมาธิขึ้นมา
ถ้ามองอย่างอื่นเป็นอารมณ์ ไม่เป็นสมาธิ 

พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ให้เอากายเป็นเครื่องอยู่ของจิตตลอดเวลา



          ถ้าไม่พิจารณากายให้เห็นแจ้ง และเอากายเป็นเครื่องอยู่ จิตก็จะส่งออกนอกทางอายตนะ ๖ คือตา หู ฯ ตามความเคยชินของเขา เมื่อเห็นรูป ได้ยินเสียงฯ ที่ชอบที่ถูกใจ มีความยินดี ราคะก็เกิดขึ้น เมื่อเห็นรูป ได้ยินเสียงที่ไม่ชอบ ไม่ถูกใจ มีความยินร้าย โทสะก็เกิดขึ้น ถ้าไม่รู้สึกว่ายินดีหรือยินร้าย โมหะก็เกิดขึ้น ดังนั้น “การที่จิตส่งออกนอกกายจึงเป็นสมุทัย เป็นกิเลส เป็นเหตุแห่งทุกข์” เมื่อไม่ต้องการความทุกข์ ต้องการดับทุกข์ ต้องไม่ส่งจิตออกนอกกาย “ให้เอากายเป็นเครื่องอยู่ของจิตตลอดเวลา” ราคะ โทสะ โมหะ ก็ครอบงำจิตไม่ได้ ความคิดปรุงแต่งก็ดับไป ทุกข์ก็ดับไป และในที่สุดก็สามารถพ้นทุกข์ได้โดยสิ้นเชิง

                                                                                         พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ส่งจิตออกนอกกายคือการเวียนว่ายตายเกิด



          แม้จะทำสมาธิมานาน ๒๐ ปี ๓๐ ปี เข้าออกสมาธิเก่งมากเพียงใดก็ตาม ถ้าปล่อยให้จิตท่องเที่ยวเร่ร่อนออกนอกกาย ก็เหมือนกับมีการเวียนเกิดเวียนตาย สร้างภพน้อย ภพใหญ่ อยู่ไม่รู้จักหมดสิ้น...

                                                                                            พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ

ความสุขที่ไม่มีภัย คือ ความสุขจากการรู้แจ้ง



          เมื่อจิตสงบจะมีความสุขชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมาในตัวของจิตเอง เป็นความสุขที่จิตมีสมาธิ เป็นความสุขที่ไม่มีโทษ เป็นความสุขที่ไม่อาศัยอารมณ์ใดเลย แต่ทำได้ยาก เป็นความสุขที่ต้องการอย่างยิ่ง เพื่อมาลบล้างทดแทนความสุขทางกามคุณ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ต้องการความสุข เกลียดทุกข์ ความสุขที่ไม่มีภัย คือ ความสุขจากการรู้แจ้ง…

                                                                                              พระอาจารย์จรัญ ทักขญาโณ