แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จองค์ปฐม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จองค์ปฐม แสดงบทความทั้งหมด

จงอย่าสนใจจริยาของผู้อื่น กรรมของผู้อื่น


พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

จงอย่าสนใจจริยาของผู้อื่น กรรมของผู้อื่น
ใครเขาทำกรรมชั่วเขาก็ตกเป็นทาส
ของกิเลสน่าสงสารอยู่แล้ว
จงอย่าไปซ้ำเติมเขา
จักเข้าตนเอง เพราะจิตเรา
ไปยินดียินร้ายกับกรรมชั่วของเขา
เป็นการเบียดเบียนตัวเราเอง
สร้างกรรมต่อกรรมให้เกิด
มิใช่ตัดกรรม
หากเข้าใจจุดนี้ การตัดกรรม
ก็เร็วขึ้น จึงต้องใช้ปัญญาพิจารณา
ให้เห็น เอาพรหมวิหาร ๔ เป็นหลัก
วางอารมณ์ของจิตให้ถูก

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น
รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

Image by NickyPe from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การทำจิตเพื่อพระนิพพาน


"ใครเขาจักติจักว่าอย่างไรก็เรื่องของเขา ทำจิตของเราให้เป็นปกติก็แล้วกัน จิตปกติคือจิตสงบปราศจากอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจ ไม่ว่ากรณีใดๆ ไม่ถือเอามาเป็นสาระติดข้องอยู่ในอารมณ์ ให้เห็นเป็นธรรมดาในคำที่เกิดขึ้น ถ้อยคำนั้นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป หาสาระประโยชน์อันใดมิได้"
.
"เอาจิตรอดเข้าไว้เป็นประการสำคัญ โดยเฉพาะจิตของตนเองนั่นแหละเป็นหลักใหญ่ มิใช่ไปกังวลเรื่องจิตของใครอื่น จิตของเราคิดเป็นกุศลหรืออกุศลก็พึงรู้เข้าไว้ และพึงแก้ไขให้อยู่สภาพที่ถูกที่ควรด้วย"
.
"และอย่าทิ้งการตรวจสอบอารมณ์ของจิตว่า เบียดเบียนตนเองหรือเปล่า เบียดเบียนผู้อื่นหรือเปล่า เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่นหรือเปล่า ความสงบของอารมณ์จะสมบูรณ์แบบ ก็จักต้องไม่เบียดเบียนทั้ง ๓ ประการนี้"
.
"ทำบุญเพื่อพระนิพพานก็ต้องทำจิตเพื่อนิพพานด้วย คือทำดี แต่ไม่ติดดี และรู้ว่าสิ่งไหนดี รู้ว่าสิ่งไหนไม่ดี แล้วไม่ทำอารมณ์ให้ไปเกาะทั้งดีและทั้งไม่ดี วางจิตให้อยู่ตรงกลางแบบสบายๆ นั่นเเหละ คือการทำจิตเพื่อพระนิพพาน"
.
สมเด็จองค์ปฐม
ที่มา : หนังสือ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่มที่ ๘ หน้า ๑๔๐
รวบรวมโดย : พล.ต.ท. นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

Image by InspiredImages from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ควรหมั่นขอขมาพระรัตนตรัย


พวกเจ้าควรหมั่นขอขมาพระรัตนตรัย
ไว้ทุกๆ วัน เพื่อจักได้ลดโทษการปรามาส
พระรัตนตรัยลงได้บ้าง
นี่จัดว่าเป็นขออภัยทาน ซึ่งเป็นธรรมสูงสุด
ในพระพุทธศาสนาเช่นกัน หมั่นทำให้บ่อย ๆ 
ไม่ว่าจักเป็นผู้ให้อภัยทานหรือเป็นผู้ขออภัยทาน 
ก็สามารถทำจิตให้เยือกเย็นได้

สมเด็จองค์ปฐม

Image by Marisa04 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้มาก เท่ากับอารมณ์จิตของเรา


วันหนึ่งๆ ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้มาก
เท่ากับอารมณ์จิตของเรา ทำร้ายจิตของเราเอง... 
เพราะหากใจของเราไม่ยึด ไม่ติด 
ไม่เกาะ ทุกสิ่งในโลก โดยเฉพาะขันธโลก 
หรือร่างกาย หรือขันธ์ ๕ 
และทุกอย่างที่เกี่ยวเนื่องด้วยร่างกายแล้ว 
ทุกอย่างก็เป็นอนัตตาหมด 
เพียงแค่ขณะจิตเดียวที่ผ่านไป
ก็เป็นอนัตตาแล้วหรือเป็นอดีตธรรมแล้ว

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ที่มา ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 4
รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ให้ดูใจเราเป็นสำคัญ


ให้ดูแต่อารมณ์จิตของตนเอง รักษากำลังใจไว้ให้ดี 
จงพยายามปรับจิตให้ละจากอารมณ์ที่มีความเห็นผิด 
เช่น จิตล่วงละเมิดไปในความโกรธ 
ก็จงรู้ว่าโกรธแล้ว เพราะขาดสติ 
เมื่อมีสติก็จงพิจารณาละซึ่งความโกรธนั้นเสีย 
โดยใช้หลักอริยสัจเป็นสำคัญ 
ความโลภ หรือความหลงก็เช่นกัน 
จักต้องมีกำลังใจรู้อารมณ์ของจิตอยู่ตลอดเวลา 
รู้แล้ว-เห็นแล้วจักต้องพยายามหักล้างให้ได้โดยไว 
อย่าปล่อยปละละเลย กิเลสจักมีกำลังเหนือจิต 
โดยโอกาสที่จักแก้ไขจิตจักมีได้ยาก 
จงอย่าดูใคร ให้ดูใจเราเป็นสำคัญ

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม

Image by DarkWorkX from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าปล่อยวางเสียอย่างเดียวจิตก็ไม่ทุกข์



ทุกข์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดที่ภายนอก 
แต่เป็นการเกิดขึ้นที่ภายใน 
คือ อารมณ์ของจิตของเรานั่นแหละที่ไปเกาะทุกข์ 
ถ้าปล่อยวางเสียอย่างเดียวจิตก็ไม่ทุกข์ 
ในเมื่อจิตของเราไม่มีทุกข์เสียอย่างเดียว 
ทุกข์ภายนอกจักสำคัญแค่ไหน 
ก็ไม่สามารถจักทำให้จิตของเราทุกข์ได้

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



จิตเกาะทุกข์จนลืมกำหนดรู้


ความกลัวทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็ลงที่สักกายทิฎฐิตัวเดียว 
ในเวลาหิว ในเวลาป่วย
ในเวลาหนาว ในเวลาร้อน 
อะไรมันหิว มันป่วย มันร้อน มันหนาว 
เป็นเรื่องของกายทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องของจิต
ต้นเหตุเพราะจิตของเจ้าไปติดในกาย 
เกาะความรู้สึกว่ากายนี้มีในเรา 
เรามีในกาย เมื่อกายเป็นอะไรก็ทนไม่ไหว 
จิตเกาะทุกข์จนลืมกำหนดรู้ว่า 
กายนี้ไม่ใช่เรา เราไม่มีในกาย 
แล้วพิจารณาโดยอริยสัจ
รู้เห็นตามความเป็นจริงของร่างกาย

สมเด็จองค์ปฐม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




การหนีทุกข์ หากเข้าใจใช้ประตูใจประตูเดียว



การหนีทุกข์ หากเข้าใจใช้ประตูใจประตูเดียว 
จะปิดจะเปิดก็อยู่ที่เราฝึกมันได้แค่ไหน 
ถ้าใจมันวางเฉยเป็น 
ทุกข์นอกทุกข์ใน ก็ทำอะไรเราไม่ได้ 
สงครามอย่างนี้สิที่เราควรจะสนใจให้มากๆ 
รบอย่างนี้สิพ้นทุกข์ได้ 
ชนะแล้วพวกแพ้ตามไม่ทัน 
เพราะเราไปพระนิพพานได้ 
ความทุกข์ก็ตามเราไปไม่ได้ 
จำไว้สงครามภายนอก 
ถ้าหากจำเป็นต้องทำ 
ก็จงตั้งจิตทำเพื่อชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ เท่านั้น 
เราจะไม่มีความโกรธแค้นอาฆาต-พยาบาท เป็นการส่วนตัว 
กายเราตั้งใจอุทิศให้พระพุทธเจ้า 
เราก็ต้องทำเพื่อท่าน 
จิตเราอุทิศให้พระธรรมคำสั่งสอนของท่าน 
ก็ต้องทำสงครามภายใน รบกับความทุกข์ให้เป็น

สมเด็จองค์ปฐม
ธรรมนำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม ๑

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ขอเพียงสักแต่ว่าให้รู้อารมณ์ของตนเอง



..อย่าไปรบกับใคร 
ให้รบกับอารมณ์กิเลสที่เกิดขึ้นในจิตของตนเอง 
รบกับบุคคลอื่น ชนะก็ชนะเพียงชั่วคราว ไม่ยั่งยืนถาวร 
ต้องรบกับอารมณ์กิเลสของตนเอง โดยยึดหลักสังโยชน์เข้าไว้ 
ชนะให้ได้ตามนั้น ถ้าชนะได้ก็ชนะตลอดไป 
จีรังยั่งยืนถาวรเสมอ 
ขอเพียงสักแต่ว่าให้รู้อารมณ์ของตนเอง 
รบ ๑๐๐ ครั้งก็ชนะทั้ง ๑๐๐ ครา..

สมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม 7
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การลืมสติเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ปฏิบัติ



การลืมสติเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ปฏิบัติ 
เพราะยังไม่ถึงความเป็นพระอรหันต์ 
พระอรหันต์เท่านั้นที่เป็นผู้มีสติ-สัมปชัญญะสมบูรณ์ 
เพราะฉะนั้น จงอย่าโทษตนเอง ให้เห็นเป็นธรรมดา 
แต่เห็นธรรมดาแล้ว จงหมั่นฝึกฝนจิตตนเอง 
มิใช่ปล่อยปละละเลย ก็จักยิ่งขาดสติใหญ่

สมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม 13
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อารมณ์ชอบใจหรือไม่ชอบใจ ก็สอบตกทั้งสิ้น



ให้ระวังโลกธรรม ๘ 
เกี่ยวกับคําสรรเสริญและนินทาให้มาก 
ดูอาการจิตเข้าไว้ในยามถูกกระทบ 
อย่าลืมว่าเป็นข้อสอบของจิต 
จักมีอารมณ์ชอบใจหรือไม่ชอบใจ 
ก็สอบตกทั้งสิ้น

สมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้นเล่ม ๗
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราหวังรบเพื่อชนะใจของตนเอง



ธรรมทางโลกจักกระทบเท่าใด 
นั่นแหละคือไม้เรียวของครู
ที่ขับเคี่ยวจิตใจให้มีกำลังเข้มแข็งยิ่งขึ้น 
เราไม่หวังจักรบชนะใคร 
เราหวังรบเพื่อชนะใจของตนเอง
ให้คิดเสียใหม่ว่า ขณะนี้เป็นโอกาสดีแล้ว 
ที่ได้พบกับการทดสอบกับอารมณ์เยี่ยงนี้ 
อย่าทำกำลังใจให้ขาดทุน 
ถ้าจักสอบผ่าน ก็ต้องตรวจบารมี ๑๐ ให้ครบ 
มันจักบกพร่องบ้าง ก็รีบดึงกำลังใจเข้มแข็งต่อสู้ใหม่ 
ไม่ใช่สู้กับเขา แต่สู้กับอารมณ์ใจของเราที่ถูกกระทบนั้น 
อย่าได้หวั่นไหว

พระธรรมคำสอน "สมเด็จองค์ปฐม"

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การปฏิบัติต้องพร้อมทั้ง ๔ อิริยาบถ



อย่าลืม การปฏิบัติต้องพร้อมทั้ง ๔ อิริยาบถ 
 คือ ยืน - เดิน - นั่ง - นอน และทำกิจการงานใดๆ 
 ก็ยกให้เป็นพระกรรมฐานหมด 
 กายส่วนกาย จิตส่วนจิต ต่างฝ่ายต่างทำงาน
 ควบคู่กันไปทั้งทางโลกและทางธรรม
อย่าลืมรักษาอารมณ์ของจิตเอาไว้ให้ดี ๆ 
 อย่าให้ไหลขึ้นไหลลงมากนัก 
 จิตเหนื่อยจักพลอยทำให้กายเหนื่อยไปด้วย 
 กล่าวคือหมดกำลังใจนั่นเอง จุดนี้ระมัดระวังเอาไว้ให้ดี ๆ
 อย่าให้เกิดแก่จิตเป็นอันขาด

 ธรรมโอวาท “สมเด็จองค์ปฐม”

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ธรรมารมณ์อันเกิดจากอายตนะสัมผัส คือ ภัยร้ายแรงที่สุดของจิต




ธรรมารมณ์อันเกิดจากอายตนะสัมผัส
คือ ภัยร้ายแรงที่สุดของจิต 
เพราะเผาจิตตนเองตั้งแต่ตื่นยันหลับ 
ดังนั้นวันหนึ่งๆ จึงไม่มีใครมาทำร้ายเรา 
ได้มากเท่ากับอารมณ์จิตของเรา ทำร้ายจิตเราเอง 
หรือทุกข์ใดที่ยิ่งไปกว่าอารมณ์จิตตนเอง 
ทำร้ายตนเองนั้นไม่มี

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 17 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตเป็นบัณฑิต-จิตเป็นพาล



บัณฑิตกับคนพาล
*********************************************
การรู้ก็ดี การเห็นก็ดี คือจิตมีสติกำหนดรู้ เห็นไปตามความเป็นจริง 
และพิจารณาไปเป็นธรรมดาในสิ่งนั้นๆ จุดนี้นับว่าประเสริฐ 
กล่าวคือ จิตมีความเป็นบัณฑิต ไม่หลงใหล
ไปกับรูป-เสียง-กลิ่น-รส-สัมผัส-ธรรมารมณ์ 
อารมณ์ไม่เกาะติด เพราะเห็นสภาพสิ่งสัมผัสเหล่านั้นว่าไม่เที่ยง 
มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา 
จิตก็ไม่ยึดเกาะสิ่งสัมผัสเหล่านั้นมาปรุงแต่งเป็นอารมณ์ 
สร้างความพอใจ-ไม่พอใจให้เกิดความรุ่มร้อนแก่จิต 
นี่แหละคือคำว่า รู้สักเพียงแต่ว่ารู้ เห็นเพียงสักแต่ว่าเห็น
ซึ่งต่างกับทรชนคนพาล จิตหวั่นไหวไปกับอายตนะสัมผัส 
รู้เห็นสิ่งใดมิได้ขบคิดถึงความเป็นจริง สร้างอารมณ์ตลอดเวลา 
ด้วยความรู้ไม่เท่าทัน สภาวธรรมนั้น ๆ 
เยี่ยงนี้ตถาคตไม่สรรเสริญ เพราะไม่ใช่หนทางสงบ 
ไม่ใช่หนทางนักพรต ที่จักบำเพ็ญเพียร
เพื่อเข้าถึงมรรค ถึงผลแห่งพระนิพพาน

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จิตใจที่เห็นโลกตามความเป็นจริง




จิตใจที่เห็นโลกตามความเป็นจริง 
ย่อมไม่มีการปรุงแต่งธรรม
คติประจำใจพระอรหันต์คือ ช่างมันๆๆ

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม

ระงับนิวรณ์ไม่ได้ ปัญญาถอยหลัง




อย่าปล่อยให้จิตฟุ้งซ่าน 
จนกำหนดไม่ได้ว่า 
ขณะนี้อยู่ในอารมณ์อะไร 
เพราะนิวรณ์ ๕ หากระงับมันไม่ได้ 
มันก็ทำปัญญาให้ถอยหลัง 
คือ โง่ทุกครั้งที่นิวรณ์ครองจิต



คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 7 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ผู้ไม่ประมาท




การมีสติกำหนดรู้อารมณ์ตนเองอยู่เสมอ
คือผู้ไม่ประมาท

คำสอนสมเด็จองค์ปฐม
ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 17 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

อย่าให้อารมณ์ปรุงแต่งมาสอดแทรก




ละครนี้ถ้าปิดได้โรงเดียวที่จิตของเรา 
ละครโรงอื่นที่จักแสดงอยู่ดาษดื่นทั่วโลก
ไตรภพจบจักรวาลก็ไม่มีความหมาย
จงหมั่นตั้งใจรูดม่านปิดให้ดีๆ 
อย่าให้อารมณ์ปรุงแต่งมาสอดแทรก 
เข้ามาแสดงบทบาทแห่งละครโรงนี้ได้

ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 1 
รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน

ต้องหมั่นกรุณาตัวเอง



          ใครจักกรุณาไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ตัวของเจ้าเอง ต้องหมั่นกรุณาตัวของเจ้าเอง . . . จงรู้เอาไว้เถิดว่า คราวใดที่เจ้ายังอารมณ์จิตให้เร่าร้อนไปด้วย ไฟโมหะ โทสะ ราคะนั้น เจ้าได้สิ้นความกรุณาแก่ตัวเจ้าเอง

                                                                                 ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่ม 1
                                                                        รวบรวมโดย พล.ต.ท. นพ. สมศักดิ์ สืบสงวน