แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านมิงจูร์ รินโปเช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านมิงจูร์ รินโปเช แสดงบทความทั้งหมด

เราก็จะเป็นอิสระจากความทุกข์


ตราบเท่าที่เราไม่ตระหนักรู้
ถึงธรรมชาติแท้จริงของตัวเรา
เราก็จะทุกข์
แต่เมื่อใดที่เราตระหนักรู้
ถึงธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง
เราก็จะเป็นอิสระจากความทุกข์
ท่านมิงจูร์ รินโปเช
As long as we don’t recognize our real nature, we suffer.
When we recognize our nature, we become free from suffering.
*ธรรมชาติแท้จริงของเรา คือจิตเดิมที่เป็นอิสระอยู่เหนืออารมณ์และความคิด*
---
Mingyur Rinpoche
[From the book "The Joy of Living:
Unlocking the Secret and Science of Happiness"]

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 ม.ค.69


 

แต่เพียง "แค่สังเกต" มัน


หากคุณไม่พยายามหยุด
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจ
แต่เพียง "แค่สังเกต" มัน
ในที่สุดคุณจะเริ่มรู้สึก
ถึงความผ่อนคลายอย่างมหาศาล
ถึงความรู้สึกว่างโล่งภายในจิตใจ
ซึ่งนั่นแหละคือจิตโดยเนื้อแท้
เป็นพื้นหลังที่ปราศจากสิ่งรบกวนตามธรรมชาติ
เป็นที่ที่ความคิดต่างๆ แค่เข้ามาแล้วก็ไป
ท่านมิงจูร์ รินโปเช
If you don’t try to stop whatever is going on in your mind,
but merely observe it, eventually you’ll begin to feel
a tremendous sense of relaxation,
a vast sense of openness within your mind -
which is in fact the natural mind,
the naturally unperturbed background
against which various thoughts come and go.
🙏🌹🙏
~ Mingyur Rinpoche

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

7 พ.ย.68 

 

เราปฏิบัติเพื่อรู้จัก "สิ่งที่เราเป็นอยู่แล้ว"


นี่เป็นความย้อนแย้งอันยิ่งใหญ่ของวิถีพุทธ
เราปฏิบัติเพื่อรู้จัก "สิ่งที่เราเป็นอยู่แล้ว"
ดังนั้น จึงไม่มีการบรรลุสิ่งใด
ไม่ได้อะไรมา ไม่ได้ไปที่ไหน
เราแสวงหาเพื่อเปิดเผย
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นเสมอมา
ท่านมิงจูร์ รินโปเช
“This is the great paradox of the Buddhist path:
that we practice in order to know what we already are,
therefore attaining nothing, getting nothing, going nowhere.
We seek to uncover what has always been there.”
– Mingyur Rinpoche
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ต.ค.68 



 

สิ่งที่ทำให้การเกิดของเรามีค่ามาก


สิ่งที่ทำให้การเกิดของเรามีค่ามาก
คือ ศักยภาพในการตื่นรู้
เราเกิดมาเป็นพุทธะ
และการปฏิบัติธรรมทั้งปวง
ก็ช่วยให้เราตระหนักรู้
และรักษาความจริงข้อนี้ไว้
เนื่องจากเราไม่เชื่อในความสามารถ
ของตนเองที่จะตื่นรู้
คำสอนเหล่านี้จึงทำงานเพื่อเปลี่ยนนิสัย
ที่มองว่าตนเองมีความสามารถไม่เพียงพอ

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
“What makes our birth so precious is our potential for awakening.
We are born buddhas, and all dharma practices help us recognize and nurture this truth.
Because we do not actually believe in our own capacity for awakening,
these teachings work to reverse the tendency to see ourselves as insufficient.”

- Yongey Mingyur Rinpoche
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

23 ก.ค..68 


 

แทนที่จะถูกความคิดเหล่านั้นใช้


เมื่อเธอไม่เข้าใจธรรมชาติและที่มาของความคิด 
ความคิดของเธอก็จะใช้เธอ
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบธรรมชาติแห่งจิต
ของพระองค์แล้ว 
พระองค์ก็ทรงกลับด้านกระบวนการนี้ 
พระองค์ทรงแสดงให้เราเห็นว่า
เราจะใช้ความคิดของเราได้อย่างไร
แทนที่จะถูกความคิดเหล่านั้นใช้

When you don’t understand the nature and origin of your thoughts, 
your thoughts use you. When the Buddha recognized the nature of his mind, 
he reversed the process. He showed us how we use our thoughts 
instead of being used by them.
---
ท่านมิงจูร์ รินโปเช
Mingyur Rinpoche 

[From the book "The Joy of Living: Unlocking the Secret and Science of Happiness"]

Photo by Rui Xu on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ธรรมชาติแท้จริงของเรา ตื่นรู้อยู่แล้ว


ใครๆ มักเข้าใจว่า 
การตรัสรู้คือการบรรลุภาวะจิตใหม่ 
ราวกับภาวะนั้นเป็นเป้าหมายให้เข้าถึง 
หรือเป็นสิ่งนอกกายที่ต้องขวนขวายให้ได้มา 
.
แต่พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่า 
จิตที่ยึดมั่นถือมั่นของพระองค์
นั่นแหละคือปัญหา 
ที่ผ่านมาทรงมองเห็นความจริง
กลับหัวกลับหางไปหมด 
.
หลังจากพยายามควบคุมจิต 
และปฏิเสธความจำเป็นพื้นฐาน
ของร่างกายมาหลายปี 
พระองค์ทรงตัดสินพระทัยไม่พยายาม
ที่จะได้มาซึ่งการตรัสรู้ 
หากเพียงแต่นั่งมองจิตให้เห็นว่า 
จะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากการสังเกต
สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน 
พระองค์ทรงทำเยี่ยงนี้ขณะประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ 
และได้พบว่า ธรรมชาติแท้จริงของเรานั้น
ตื่นรู้อยู่แล้ว บริบูรณ์อยู่แล้วอย่างที่มันเป็น 
และแท้จริงแล้วสิ่งที่ทรงแสวงหา
ก็มีอยู่แล้วในพระองค์เอง 
.
ปัญญาที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ
เป็นสิ่งง่ายๆ แต่ยากที่จะรับได้ 
คำสอนของพระองค์ทำให้เรารู้ว่า 
มีส่วนหนึ่งของตัวเราซ่อนอยู่เงียบๆ 
โดยที่เราไม่รู้ นี่คือความย้อนแย้ง
อย่างยิ่งในวิถีพุทธ 
ที่ว่าเราฝึกฝนเพื่อจะได้รู้สิ่งที่มีอยู่แล้วในตน 
ดังนั้นจึงไม่ได้เข้าถึงสิ่งใด 
ไม่ได้ได้มาซึ่งสิ่งใด ไม่ได้ไปสู่ที่ใด 
เราแสวงหาเพื่อเปิดเผย
สิ่งที่มีอยู่แล้วตรงนั้นเสมอมา

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
จากหนังสือ “รักโลก”

Image by oasis502 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






 

นั่นคือปัญญา


ความหลง คือการที่เราไม่รู้ความจริงของธรรมชาติ 
เรามีชุดความคิด ความเชื่อที่เราปักใจไว้ 
มองโลกอย่างที่เราคิดว่าจริง 
ถ้าสังเกตดูให้ดี และอนุญาต
ให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น 
ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น 
นั่นคือการเริ่มต้นเป็นอิสระจากความหลง 
นั่นคือปัญญา 

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

จากการบรรยายหัวข้อ
“ภาวนาและภาวะวิกฤตทางจิตใจในปัจจุบัน”
ณ สวนโมกข์ กรุงเทพ 25 ก.ย.66

Image by ilmiia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

การวางใจให้โอเคกับความไม่โอเค


จุดเริ่มต้นความไม่ทุกข์:

สาเหตุของความทุกข์คือ 
การปฏิเสธ ผลักไส (Aversion) ตัณหา 
ความอยาก (Craving) ความหลง (Ignorance) 
เราจะเป็นอิสระจากสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร 
คำตอบก็คือ กลับไปสัมพันธ์กับการภาวนา
.
เลิกผลักไสหันมายอมรับ: 

เราต้องปลดปล่อยตัวเองจากกิเลส 
แต่ไม่ใช่ด้วยการห้ามไม่ให้เกิดขึ้น 
แต่ให้ยอมรับว่ามันมีอยู่ 
โดยไม่ทิ้งการรับรู้ 
ไม่หลงและไหลไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น 
การวางใจให้โอเคกับความไม่โอเค 
คือจุดเริ่มต้นของการไม่ผลักไส…

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

จากการบรรยายหัวข้อ
“ภาวนาและภาวะวิกฤตทางจิตใจในปัจจุบัน”
ณ สวนโมกข์ กรุงเทพ 25 ก.ย.66

Image by nonmisvegliate from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

เมื่อคุณเปลี่ยนจิตตัวเอง ทุกสิ่งที่คุณรับรู้ก็จะเปลี่ยน


กล่าวกันว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม
ถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ 
เพื่อให้ผู้ซึ่งมีระดับปัญญาต่างกัน
ได้เข้าใจในอำนาจของจิต 
.
ข้าพเจ้าไม่ได้ศึกษาทั้งหมด 
ดังนั้นจึงกล่าวไม่ได้ว่าพระธรรม
มีจำนวนดังกล่าวแน่นอนหรือไม่ 
พระองค์อาจจะสอน 83,999 บท 
หรือ 84,001 บท ก็ไม่อาจรู้ได้ 
.
แต่สารัตถธรรมของพระองค์
อาจสรุปได้เพียงหนึ่งว่า 
“จิตคือแหล่งที่มาของประสบการณ์
รับรู้ทั้งปวง และถ้าเรา
เปลี่ยนทิศทางของจิตได้ 
เราก็จะสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติ
ของทุกสิ่งที่เรารับรู้” 
.
เมื่อคุณเปลี่ยนจิตตัวเอง 
ทุกสิ่งที่คุณรับรู้ก็จะเปลี่ยนด้วย 
มันเหมือนกับคุณใส่แว่นตาสีเหลือง 
ทันใดนั้น ทุกสิ่งที่คุณเห็น
ก็จะเป็นสีเหลือง 
ถ้าคุณใส่แว่นสีเขียว 
ทุกอย่างที่คุณเห็นก็จะเป็นสีเขียว

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Photo by Jamie Street on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การภาวนาเป็นเรื่องง่าย



เพียงแค่รู้ไม่ไล่ตาม
.
ข้าพเจ้าจะขอเผยความลับชิ้นโตแก่คุณ 
สิ่งใดก็ตามที่คุณรับรู้
ตอนที่คุณวางความใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจิต
ไม่ว่าขณะใดก็ตาม นั่นคือการภาวนา 
การพักวางจิตเฉยๆ แบบนี้ คือประสบการณ์ของจิตธรรมชาติ 
ความแตกต่างเพียงประการเดียวระหว่าง
การภาวนากับกระบวนความคิด ความรู้สึก 
และผัสสะที่เกิดขึ้นทุกวันตามปกติ 
คือเกิดการระลึกรู้ขึ้นในขณะที่คุณปล่อยจิต
ให้วางอยู่อย่างที่มันเป็น 
โดยไม่วิ่งไล่ตามความคิดหรือวอกแวกไป
กับความรู้สึกหรือผัสสะ
ข้าพเจ้าใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรู้ได้ว่า จริงๆ แล้ว
การภาวนานั้นง่ายเพียงใด 
ด้วยเหตุที่มันดูเป็นของธรรมดาเหลือเกิน 
อยู่ใกล้กับความเคยชินของการรับรู้ประจำวัน
เสียจนเราไม่คิดที่จะหยุดเพื่อทำความรู้จักมัน... 

จากหนังสือ “ชีวิตที่เบิกบาน”
ไขรหัสสู่ศาสตร์แห่งความสุข
ท่านมิงจูร์  รินโปเช ร่วมกับอีริค สแวนสัน เขียน
พินทุสร ติวุตานนท์ แปล

Image by RJ001rock from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การทำให้ตนเองดีขึ้นคือทำให้โลกดีขึ้นด้วย


ผู้คนทั่วไปในโลกพยายามจะทำให้โลกดีขึ้น 
เจตนาของพวกเขาน่านับถือ 
แต่พวกเขาอยากจะเปลี่ยนทุกสิ่งนอกจากตนเอง 
การทำให้ตนเองดีขึ้นคือทำให้โลกดีขึ้นด้วย…
ถ้าเรายังไม่สามารถเปลี่ยนตนเองได้ 
เราก็เหมือนฝูงชนเกรี้ยวโกรธที่ตะโกนหาสันติภาพ 
การจะขับเคลื่อนโลกได้นั้น 
เราต้องยืนนิ่งๆ ในโลกนี้ให้เป็น 
ยามนี้อาตมาศรัทธาวิธีของคานธียิ่งกว่าที่เคยเป็นมา 
“ถ้าอยากให้โลกเป็นเช่นไร 
ก็จงเปลี่ยนตนเองให้เป็นเช่นนั้น”

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
จากหนังสือ “รักโลก”

Image by Willgard from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จุดเริ่มต้นของปัญญา


การยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็น 
เป็นจุดเริ่มต้นของปัญญา

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Image by Sponchia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ในความรู้ตัวตามธรรมชาติ


คุณอาจเริ่มผูกมิตร
กับความวิตกกังวล ความเครียด 
ความโศกเศร้าของคุณได้ง่ายๆ 
โดยการโอบอุ้มมันไว้
ในความรู้ตัวตามธรรมชาติ

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Image by TienSinh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ผู้ใดก็ตามที่ได้อุทิศตน



ผู้ใดก็ตามที่ได้อุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น 
ไม่ว่ามากน้อยเพียงใดก็ตาม 
เขาหรือเธอผู้นั้นย่อมได้รับการตอบแทน
นับพันเท่าทวีในการเรียนรู้
และพัฒนาความก้าวหน้าในทางธรรม  
ทุกมธุรสวาจา ทุกรอยยิ้ม
ที่ท่านได้มอบแก่ผู้ที่กำลังเผชิญวันอันเลวร้าย 
ย่อมจะย้อนตอบแทนคุณท่าน
อย่างที่ท่านเองก็มิอาจคาดคิด

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

จากหนังสือ ชีวิตที่เบิกบาน: ไขรหัสสู่ศาสตร์แห่งความสุข 

Whatever degree a person commits himself or herself to the welfare of others, he or she is repaid a thousandfold by opportunities for learning and advancement. Every kind word, every smile you offer someone who might be having a bad day, comes back to you in ways you'd never expect.

– Mingyur Rinpoche 

from the book “The Joy of Living: Unlocking the Secret and Science of Happiness”

Cr.เพจ Tergar Thai

Image by RebeccasPictures from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ทุกครั้งที่เราปล่อยวาง


ทุกครั้งที่เราปล่อยวางสิ่งที่เรามองว่า
มันคือ ตัวฉัน และ ของฉัน 
นั่นคือการประหัตประหารอัตตาไปทีละน้อยๆ 
และทุกครั้งที่ความครอบงำของอัตตาลดลง 
โอกาสที่จะเข้าถึงปัญญาในตัวเราเองก็มีมากขึ้น 

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
จากหนังสือ “รักโลก”

Every release of whatever we identify as me and mine deals a small death blow to ego; and every decrease of ego-domination increases access to our own wisdom. 

Mingyur Rinpoche

from the book “In Love with the World”

จากเพจ Tergar Thai

Image by  ID 2023852  from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เพียง “แค่มอง” สิ่งที่กำลังเป็นไปในจิต


กุญแจสำคัญ หรือวิธีปฏิบัติของพุทธศาสนา 
อยู่ที่การเรียนรู้ที่จะอยู่กับ
การรู้ตามความคิด ความรู้สึก 
และการรับรู้ต่างๆ ตามที่ปรากฏ... 
การตามรู้เฉยๆ นี้เรียกว่า “การเจริญสติ” 
ซึ่งในทางกลับกันก็เป็นเพียงการอยู่กับ
ความกระจ่างใสตามธรรมชาติของจิต... 
ถ้าข้าพเจ้ารู้ตามความคิด การรับรู้ 
และสัมผัสที่เป็นนิสัย 
โดยไม่ถูกลากไปกับมัน 
พลังของมันที่เคยอยู่เหนือข้าพเจ้า
ก็จะเริ่มอ่อนแรงไป 
ข้าพเจ้าก็แค่รับรู้การมาและการไป 
ไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำงานตามธรรมชาติของจิต 
เพียง “แค่มอง” สิ่งที่กำลังเป็นไปในจิต 
ก็สามารถเปลี่ยนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงนั้นได้แล้ว

ท่านมิงจูร์ รินโปเช
จากหนังสือ “ชีวิตที่เบิกบาน” 

ที่มา : เพจ Tergar Thai
Image by kytalpa from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ปัญญาญาณแห่งศูนยตา


อิสรภาพที่แท้จริงเกิดจาก
การอาศัยปัญญาญาณแห่งศูนยตา...
...ความกรุณา การให้ทาน การช่วยเหลือผู้อื่น 
การมีศีล ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่วิเศษมาก 
เราต้องกระทำสิ่งเหล่านี้ 
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสก็คือ 
“สิ่งสูงสุดที่ทำให้เราหลุดพ้น
จากรากของความทุกข์
หรือรากของสังสารวัฏได้อย่างสิ้นเชิง 
ก็คือปัญญาญาณแห่งศูนยตา..." 

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Image by SnapwireSnaps from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การภาวนาแท้จริง


การภาวนาแท้จริงแล้วคือ 
การฝึกอันเรียบง่ายที่สุด
ในการวางจิตปัจจุบัน
อยู่กับสภาวะตามธรรมชาติ 
และปล่อยให้ตัวคุณอยู่อย่างง่ายๆ 
และชัดเจนกับสิ่งใดก็ตาม 
ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความรู้สึก 
หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Image by Gab-Rysia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา