แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ แสดงบทความทั้งหมด

การยกระดับใจ ให้มั่งมีนั้นทำได้ทุกคน


ความคิดอย่างหนึ่งที่สมควรฝึกให้เกิดขึ้นเป็นประจำ 
คือความคิดว่าพอ..คิดให้รู้จักพอ 
ผู้รู้จักพอจะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ 
ส่วนผู้ไม่รู้จักพอจะเป็นผู้ร้อนเร่า
แสวงหาไม่หยุดยั้ง 
ความไม่รู้จักพอมีอยู่ได้แม้ใน
ผู้เป็นใหญ่เป็นโต มั่งมีมหาศาล 
และความรู้จักพอก็มีได้แม้ในผู้ยากจน ต่ำต้อย 
ทั้งนี้ก็เพราะความพอ เป็นเรื่องของใจ
ที่ไม่เกี่ยวกับฐานะภายนอก 
คนรวยที่ไม่รู้จักพอก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา 
คนจนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา
.
การยกฐานะจากยากจนให้มั่งมีนั้นทำได้ไม่ง่าย 
บางคนตลอดชาตินี้อาจทำไม่สำเร็จ 
แต่การยกระดับใจ ให้มั่งมีนั้นทำได้ทุกคน
แม้มีความมุ่งมั่นจะทำจริง 
คนรู้จักพอไม่ใช่คนเกียจคร้าน 
และคนเกียจคร้าน ก็ไม่ใช่คนรู้จักพอ 
ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ถูกต้อง 
แล้วอบรมตนเองให้ไม่เป็นคนเกียจคร้าน
แต่ให้เป็นคนรู้จักพอ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การเปิดใจรับบุญ


คนที่มีบุญนั้น 
บุญย่อมคอยจ้องที่จะเข้าช่วยอยู่แล้ว 
เพียงแต่เปิดโอกาสให้เข้าช่วย คือเปิดใจรับนั่นเอง 
การเปิดใจรับก็คือ 
เปิดอารมณ์ที่หุ้มห่อออกเสียแม้ชั่วขณะหนึ่ง 
ด้วยสติที่กำหนดทำใจตามวิธีของพระพุทธเจ้า 
เมื่อบุญได้โอกาสพรั่งพรูเข้ามาถึงใจ 
หรือ โผล่ขึ้นมาได้แล้ว 
จิตใจจะกลับมีความสุขอย่างยิ่ง 
อารมณ์ทั้งหลายที่เคยเห็นว่าดีหรือร้าย 
ก็จะกลับเป็นเรื่องธรรมดาโลก

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19

Image by qimono from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทุกคนควรรู้อารมณ์ตน


ทุกคนควรรู้อารมณ์ตน
รู้ให้ทันเวลา มากเพียงใด ก็ยิ่งดี
ความรู้ทัน เท่านั้นที่จะทำให้ อารมณ์ดับ
อารมณ์ทั้งหลาย เกิดแล้วดับ ได้เร็วเพียงใด
ก็จะทำให้ใจอันเป็นที่รองรับอารมณ์นั้น
พ้นจากความซัดส่าย ฟูขึ้นแฟบลง ได้เร็วเพียงนั้น 
ได้มี ความสงบสุข ไม่หวั่นไหวไปตาม
อำนาจของอารมณ์ทั้งหลาย หรือ มาร

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19

Image by MabelAmber from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ทุกคนควรรู้อารมณ์ตน


ทุกคนควรรู้อารมณ์ตน 
รู้ให้ทันเวลามากเพียงใดก็ยิ่งดี 
ความรู้ทันเท่านั้นที่จะทำให้อารมณ์ดับ 
อารมณ์ทั้งหลาย เกิดแล้วดับได้เร็วเพียงใด 
ก็จะทำให้ใจอันเป็นที่รองรับอารมณ์นั้น 
พ้นจากความซัดส่ายฟูขึ้นแฟบลงได้เร็วเพียงนั้น 
ได้มีความสงบสุข ไม่หวั่นไหว
ไปตามอำนาจของอารมณ์ทั้งหลาย หรือมาร

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Image by Πασκαλ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

กิเลสแม้มีอยู่เต็มโลก ก็ไม่เข้ามาห้อมล้อมใจ


ความคิดปรุงแต่ง 
เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง 
จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส 
กายได้สัมผัส คือ 
การส่งใจออกไปชักนำกิเลสเข้ามาห้อมล้อมจิตใจ
เหมือนอาหารที่ปรุงแต่งด้วยกลิ่นของความหวาน
ออกไปชักนำมดมารุมขึ้นอาหาร
หยุดความคิดปรุงแต่ง 
เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง 
จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้สัมผัส 
กิเลสแม้มีอยู่เต็มโลก 
ก็ไม่เข้ามาห้อมล้อมใจ  
ใจย่อมผ่องใส  สว่าง  
ห่างไกลความร้อนความมืดของกิเลส

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Image by jplenio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ระวังการปรุงของใจเราเองให้ถูกต้อง


จะสุขก็เพราะใจปรุงให้สุข 
จะทุกข์ก็เพราะใจปรุงให้ทุกข์ 
ดังนั้นสิ่งที่ควรระมัดระวังที่สุด 
คือการปรุงของใจคนนั้นแหละ
มิใช่การกระทำของคนอื่น 
คนอื่นจะทำอย่างไร
เราระวังการปรุงของใจเราเองให้ถูกต้อง
แล้วความทุกข์ของเราจะไม่เกิด
เพราะการกระทำของเขาเลย 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 


คนโดยมากมักเข้าใจผิด
ในผลของความดี 
คือมักไปเข้าใจผลพลอยได้
ว่าเป็นผลโดยตรง 
และมักมุ่งผลพลอยได้เป็นสำคัญ 
เมื่อไม่ได้ผลเป็นวัตถุจากการทำความดี
ก็จะบ่นว่าทำดีไม่เห็นจะได้อะไร 
รักษาศีลไม่เห็นร่ำรวยอะไร 
เป็นเพราะไม่เข้าใจว่า 
ผลของความดีคืออะไร 
ผลของความดี คือความหลุดพ้น

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Photo by Bayu Prayuda on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เป็นสิ่งที่ "ถูกรู้" ได้ทันที



คนอารมณ์เย็น
ใช่ว่าไม่โกรธเลย
แต่เป็นคนที่เกิดความโกรธแล้ว
ไม่เห็นความโกรธ "เป็นตน"
แต่เห็นความโกรธเป็นสิ่งดับได้รวดเร็ว
ความโกรธ ไม่ใช่สิ่งที่ห้ามได้ทันที
หรือว่าไปตัดมันทิ้งได้ทันที
แต่เป็นสิ่งที่ "ถูกรู้" ได้ทันที
ภาวะที่มันเกิดขึ้นแล้วยอมรับตามจริง
คือภาวะที่มี “สติ แทนที่ความโกรธ”

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร


Image by eunseong0331 from pixabay


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


มีสุขท่ามกลางทุกข์ได้


ผู้ที่ปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธเจ้า
ย่อมรู้จักแบ่งเบาที่จะให้ทุกข์ขัางนอก
ก็เป็นทุกข์ข้างนอก
ไม่ให้มาบรรทุกไว้ในจิตใจ
แบ่งเบาออกไปเสียจากจิตใจ
เมื่อเป็นเช่นนี้ จิตใจจึงจะมีความสุข
แม้จะอยู่ในท่ามกลางความทุกข์ภายนอก
และเมื่อจิตใจมีความสุข 
ก็สามารถที่จะมีสติปัญญา
แก้ความทุกข์ข้างนอกได้
ตามที่สามารถจะแก้ได้
แต่ถ้าจิตใจรับเอาความทุกข์ข้างนอก
มาไว้เสียเต็มที่แล้ว
ก็เป็นอันหมดหนทางที่จะแก้ไข

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Image by hu_lexxi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



การให้ธรรมที่แท้จริง


พุทธศาสนิกชนจำนวนไม่น้อย 
มีศรัทธาเชื่อให้คุณแห่งการให้ธรรมเป็นทาน 
จึงแม้สามารถก็จะพากัน
พิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน 
ซึ่งเชื่อว่าเหนือการให้ทั้งปวง.. 
แต่การให้ธรรมที่แท้จริง 
ย่อมหมายถึงการทำตนเองของทุกคนให้มีธรรม 
ให้ธรรมในตนปรากฏแก่คนทั้งหลายโดยอัตโนมัติ 
ไม่ต้องมีการแสดงออกเป็นการสั่งสอนด้วยวาจา 
หรือเช่นด้วยการแสดงธรรมแบบพระธรรมเทศนาของพระ
การสั่งสอนธรรมหรือให้ธรรม
ด้วยความประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองนั้น 
มีความสำคัญเหนือกว่า
การแจกหนังสือธรรมเป็นอันมากด้วยซ้ำ 
เพราะการประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ 
จนธรรมนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายกับใจ 
นั่นแหละเป็นการแสดงธรรม
ให้ปรากฏแก่ผู้รู้ผู้เห็นทั้งหลายทั้งปวง 
และจะต้องได้ผลมากกว่า
การให้ธรรมที่เป็นข้อเขียนในหน้าหนังสือ...

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

Image by zj900430 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



แม้ไม่ต้องการมีความทุกข์ในภพชาติหน้า...




แม้ไม่ต้องการมีความทุกข์ในภพชาติหน้า
ก็ต้องทำใจให้ไม่มีความทุกข์
เสียตั้งแต่ในภพชาติปัจจุบันนี้
ไม่ปรารถนาเป็นอะไร ไม่ปรารถนาเป็นอย่างไรในชาติหน้า
ก็ต้องทำใจ คือ 
ทำใจไม่ให้เกาะเกี่ยวอยู่กับอะไรนั้น กับอย่างนั้น
ตั้งแต่ในปัจจุบันชาติ
จึงจะสมปรารถนา ไม่เช่นนั้นก็จะสมปรารถนาไม่ได้


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

มือเท้าที่ใจมีคือความคิด



กิเลสไม่มีมือไม่มีเท้า 
ไม่อาจเข้ายึดใจผู้ใดได้
แต่มือเท้ามีในใจทั้งหลาย 
วิ่งไปกอดกิเลสร้ายอย่างโง่งง

มือเท้าที่ใจมีคือความคิด 
ปรุงแต่งจิตให้โลภและโกรธหล
เพื่อปัญญาแจ่มใสให้มุ่งตรง 
อัญเชิญพระพุทธองค์ครองความคิด

ไม่ให้คิดแต่งปรุงอย่างยุ่งยาก 
“พระพุทโธ” ถวายฝากกายและจิต
“พระพุทโธ”ระลึกรู้อยู่เป็นนิตย์ 
เป็นพระพรชีวิตเหนือพรใด

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ไม่มีตัวเราของเราแล้ว ไม่มีความทุกข์




ไม่มีตัวเราของเราแล้ว ไม่มีความทุกข์ 
เพราะไม่ถูกกระทบ ไม่มีอะไรให้ถูกกระทบ 
เหมือนคนไม่มีมือ ก็ไม่เจ็บมือ คนไม่มีขา ก็ไม่เจ็บขา 
ดังนั้น การทำให้ไม่มีตัวเรา ของเราได้จึงวิเศษสุด 
แต่ก็ยากยิ่งนักสำหรับปุถุชนคนสามัญทั้งหลาย 
ฉะนั้นขอให้มีเพียงเราเล็กๆ มีเราน้อยๆ ก็ยังดี 
ดีกว่าจะมีเราใหญ่โตมโหฬาร มีของเราเต็มบ้านเต็มเมือง


เมื่อปุถุชนไม่สามารถทำตัวเราให้หายไปได้
ยังหวงแหนห่วงใยตัวเราอยู่ ของเราจึงยังต้องมีอยู่ด้วย
ของเราจะหมดไปก็ต่อเมื่อตัวเราหมดไปเสียก่อน นี้เป็นธรรมดา 
ถ้ายังมีตัวเราของเราอยู่ ยังต้องกระทบกระทั่งอยู่ 
ยังหวงแหนรักษาตัวเราของเราไว้ 
ก็ควรอย่างยิ่งที่จะหวงแหนรักษาให้ถูกต้อง 
จะได้ไม่ต้องรับโทษทุกข์ของการมีตัวเราของเรามากเกินไปอย่างเดียว 
แต่มีโอกาสที่จะได้รับคุณรับประโยชน์บ้างจากการมีตัวเราของเรา 
นั่นก็คือต้องระวังรักษาปฏิบัติต่อตัวเราของเราให้ดี ให้เป็นตัวเราของเราที่ดี



สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก

นิพพานเป็นธรรมะที่รู้ได้



          นิพพานดูเหมือนจะเป็นสิ่งมืดมิด ลี้ลับ เข้าใจไม่ได้ และเป็นธรรมะสูงสุดเอื้อม แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะธรรมะทั้งนั้นที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ล้วนประกอบด้วยลักษณะ ๓ ประการ คือ รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้ ปฏิบัติได้จริง และนิพพานก็เป็นธรรมะข้อหนึ่งที่ตรัสสอนไว้ จึงเป็นธรรมะที่รู้ได้ มีเหตุที่อาจตรองตามได้ และปฏิบัติให้บรรลุได้

                                             สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ทำความดีด้วยใจว่างจากกิเลส




...ทำความดีด้วยใจว่างจากกิเลส 
ทำความดีอย่างสบายๆ อย่างมีอุเบกขา 
คือ ทำใจเป็นกลางวางเฉย 
ไม่หวังผลอะไรทั้งสิ้น 
การตั้งความหวังในผลของการทำดี...
เป็นธรรมดาของสามัญชนทั่วไป ซึ่งก็ไม่ผิด 
แต่ก็จะถูกต้องกว่า หากจะไม่ตั้งความหวังเลย

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ความสันโดษ ท่านสอนให้ใช้กับผลไม่ใช่เหตุ




“ความสันโดษ” นี้ มีคนเข้าใจผิดกันมาก 
หาว่าเป็นธรรมที่ทำให้ขาดความกระตือรือร้น 
จึงเป็นเครื่องฉุดรั้งความเจริญ...
ความสันโดษนั้น ท่านสอนให้ใช้กับผลที่ได้ 
คือในความยินดีพอใจในผลที่ได้...
แต่ว่าในการประกอบเหตุนั้น ท่านสอนไม่ให้ใช้ สันโดษ 
ท่านสอนให้ใช้ “วิริยะ” คือความพากเพียรพยายาม
คนเราขาดสันโดษ คือความพอใจในผลที่ได้ 
แต่มักจะไปสันโดษในเหตุ คือไม่อยากทำเหตุ 
จึงทำให้เกิดการลักขโมย หรือเกิดการแสวงหาในทางที่ผิด...

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ปัญญาเกิดจากจิตสงบ




ความมีปัญญา ย่อมเกิดแต่การปฏิบัติอบรมจิตให้สงบ
จิตสงบเพียงไร ปัญญาย่อมยิ่งเพียงนั้น 
และเมื่อจิตวุ่นวายเพียงไร ปัญญาย่อมหย่อนเพียงนั้น

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนให้มี อินทรียสังวร




พระพุทธเจ้าได้สั่งสอนให้มี อินทรียสังวร 
คือความสำรวมอินทรีย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และมนะคือใจ 
โดยที่เมื่อเห็นอะไร ได้ยินอะไร เป็นต้น 
ก็ไม่ยึดถือสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ...
เพราะเมื่อยึดถือ ความยินดียินร้าย ...
บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ย่อมไหลเข้าสู่ใจ หรือสู่จิต 
ต่อเมื่อมีความสำรวมอยู่ ไม่ยึดถือสิ่งที่เห็น ที่ได้ยิน เป็นต้น... 
ก็ย่อมตกอยู่แค่ตา แค่หู ในภายนอกเท่านั้น ไม่ไหลเข้าสู่จิตใจ 
และความสำรวมนี้ก็คือ ตัวสติ


สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

อภัยทานเป็นบุญสูงสุด



         ..การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ “อภัยทาน” แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือ “การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู” ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ “ละโทสะกิเลส” และเป็นการเจริญ “เมตตาพรหมวิหารธรรม”

                                                                                   สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
                                                                                                  สกลมหาสังฆปริณายก

การทำให้ความลำบากคลี่คลาย ต้องกระทำเมื่อจิตใจสงบเยือกเย็น



ไม่ว่าจะเผชิญกับความยากลำบากอย่างใด
ให้มั่นใจว่า การทำให้ความลำบากนั้นคลี่คลาย
จะต้องกระทำเมื่อจิตใจสงบเยือกเย็นเท่านั้น
ใจที่เร่าร้อน ไม่อาจนึกคิดให้ปลอดโปร่งได
ใจที่เร่าร้อน ไม่อาจช่วยให้ร้ายกลายเป็นดีได้...

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช 
สกลมหาสังฆปริณายก