แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ แสดงบทความทั้งหมด

นาของราคะตัณหา


ความสุขสงบมันอยู่ที่ใจสงบนี้เท่านั้นเอง 
ไม่ได้อยู่ที่รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส 
ธรรมมารมณ์ทั้งหลายทั้งปวง
ที่เราเคยแสวงหามาโดยตลอด
หาเท่าไรมันก็ไม่พบ 
มันจะพบได้อย่างไร 
นั่นเป็นนาของราคะตัณหา

หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สละสิ่งไม่ดีในใจ เป็นยอดของทาน



          หัดเสียสละความรู้สึก สิ่งที่ไม่ดีที่มีอยู่ในตน ในจิตใจ ออกไปเสียบ้าง ความเคียดแค้น ความโกรธ ไม่พอใจ โกรธเล็กๆ น้อยๆ ขัดเคือง หัดสละออกไปจากใจบ้าง ก็เป็นทาน เป็นยอดของทาน สิ่งชั่วเหล่านี้ยังติดแน่นเพราะเรานิยมพอใจในสิ่งเหล่านี้ จึงแกะยาก เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาให้เห็นโทษของสิ่งเหล่านี้ให้มา

                                                                                               หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

เมื่อสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ก็เป็นคนสมบูรณ์




มีสติรู้ตัวเสมอ รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
กับกาย วาจา จิตของเรา 
รู้ว่าดี ชั่ว ถูก ผิด 
บุญ บาป ไม่บุญ ไม่บาป นั้น 
ล้วนเกิดมาเพื่อฝึกสติสัมปชัญญะของเรา 
เมื่อสติสัมปชัญญะของเราสมบูรณ์ 
เราก็เป็นคนสมบูรณ์ สามารถทำความดี
ได้สมบูรณ์ นี่คือแนวทาง 

หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

สติคือตัวสร้างความรู้สึกให้อยู่กับตัว




สติคือตัวสร้างความรู้สึกให้อยู่กับตัวตลอดเวลา 
ความรู้สึกอยู่ที่ไหน ใจก็อยู่ที่นั้น


หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

แม้ความดี...ก็สักแต่ว่าสร้าง



          ....หลักการที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ เป็นองค์ประกอบของการประพฤติปฏิบัติของผู้ที่ปรารถนาที่จะไม่ติดยึดความสุขความทุกข์ คนเราเมื่อละความชั่วได้แล้วมันก็ติดความดี...ติดความดีมันก็ยังเป็นอัตตาอยู่... มันก็มีภพมีชาติขึ้นมา มันก็ไม่พ้นทุกข์อยู่นั้นแหละ ...ทีนี้ถ้าจะให้มันหมด แม้ความดี...ที่เราสร้างขึ้นมาในตัวของเรา ก็สักแต่ว่าสร้างเท่านั้น ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอัตตา ว่าเราเป็นคนมีความดีอย่างนั้น มีความสุขอย่างนั้น ความสุขเป็นของเรา เราเป็นความสุข นั่นแหละคำว่าอัตตา...

                                                                                                         หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

ไม่ยึดสภาวะ เพียงเรียนรู้เพื่อถอดถอนกิเลส



...สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ไม่สุข ไม่ทุกข์ก็ดี 
ความโง่ก็ดี ความฉลาดปราดเปรื่องก็ดี 
ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราทั้งหลายจะพึงยึดถือ
เอามาเป็นตัวเป็นตน เป็นเรา เป็นของของเรา 
เพียงแต่ว่าเป็นสภาวธรรมที่เราค้นคว้า...
และเรียนรู้ให้เกิดเป็นความรู้ของเราขึ้นมา
เพื่อจะถอดถอนกิเลสในหัวใจ... 

หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

รักษาจิตตน พ้นบ่วงมาร



          ...บุคคลผู้ใดมาควบคุมรักษาจิตของตนอยู่เสมอๆ ด้วยการมีสติตามระลึกรู้ถึงการเคลื่อนไหวภายในจิตใจของเรา ผู้นั้นจะชื่อว่าได้รักษาจิตของตน เมื่อมีการรักษาจิตของตน ผู้นั้นก็จะพ้นจากบ่วงของมาร หรือจะพ้นจากเงื้อมมือของมารในที่สุดได้

                                                                                                     หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ

ความดีแบบติดดีต้องละ



          คนเราเมื่อละความชั่วได้แล้วมันก็ติดความดี สร้างความดีมันก็ไปติดความดี ติดความดีมันก็ยังเป็นอัตตาอยู่ ...อัตตาคือสำคัญว่าเป็นตัวเป็นตน...ถ้าเมื่อมันมีตัวมีตน มันก็มีภพมีชาติขึ้นมา มันก็ไม่พ้นทุกข์อยู่นั่นแหละ ... ที่นี้เมื่อเราไม่ต้องการทุกข์มันก็ต้องทำลายอัตตาทั้งหมด อัตตานั้นก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นความชั่วแล้วเป็นอัตตา ความดีไม่เป็นอัตตา ไม่ใช่ มันเป็นเหมือนกันหมด เราก็ต้องละเท่านั้นแหละ ความดีนั้นก็ต้องละ ความดีแบบติดดีต้องละ...แต่การปฏิบัติความดีนั้นไม่ละ โดยที่พระอรหันต์แม้แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงละไปจากศีล สมาธิ และปัญญา มีอยู่อย่างนั้น...

                                                                                             หลวงพ่อทอง จนฺทสิริ