แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล แสดงบทความทั้งหมด

เราต้องหัดปฏิเสธการปรุงแต่ง


การปฏิบัติธรรม
เราต้องหัดปฏิเสธ  
ปฏิเสธ การปรุงแต่งของเจ้าของ
รู้ปั๊บ...ปฏิเสธไว้
ถ้ามันปรุงได้  เราก็หยุดได้

จิตของเราจะออกไปข้างนอก
เราต้องปฏิเสธบอกว่า...ที่ออกไป  
ไม่ใช่...ธรรม
ธรรม  ต้องไม่ออก
ธรรม  ต้องหยุด

ถ้าเรา...หยุดได้
เราก็หยุดการเกิดได้
ถ้าเรา...หยุดไม่ได้
การเกิดของเรา  ก็หยุด...ไม่ได้

หยุดแล้ว...
จะถึงสุญญตา 
ความสิ้นสุดของการปรุงแต่ง
ให้มาเห็นจิต...เจ้าของ
เห็นจิตเจ้าของแล้ว...จบเลย

หลวงพ่อเยื้อน   ขันติพโล

Image by Veronika_Andrews from pixabay

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ถ้าจะให้สุดต้องปล่อย


เหมือนเราเดินขึ้นเจดีย์ไปแล้ว
สุดเจดีย์..จะเหลืออะไร
ไม่เหลืออะไร..เหลือแต่อากาศ เหลือแต่ความว่าง
แต่ถ้ายังอยู่ในเจดีย์ ยังมีอะไรเยอะแยะ
มีจิ้งจก..มีฝุ่นละออง..มีสิ่งของ
แต่ถ้าเดินขึ้นไปถึงสุดยอดแล้ว
จะรู้ว่า..มันไม่มีอะไร
แต่ถ้าใครตั้งใจเดินให้สุด.. จะไม่สุด
ถ้าจะให้สุดต้องปล่อย..ไม่อยาก..ไม่ยึด..ไม่คิด..ไม่ถือ
ทำจิตให้เป็นปกติ..แค่นั้นเอง ไม่ยากอะไร

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by kalyanayahaluwo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เพราะ "เราไม่เคยดูใจ"


ใจไม่ใช่ลิง
............

โยม: ใจเป็นลิงอยู่ตลอดเลยเจ้าค่ะ 
หลวงพ่อ: ใจไม่ใช่ลิง...และไม่เคยเป็นลิง 
แต่ส่วนใหญ่เราไปดูว่ามันเป็นลิง 
ที่เห็นว่ามันเป็น "ลิง" นั่นคือ "ขันธ์ ๕" 
.
"ใจไม่ใช่ขันธ์ ๕" 
และ "ขันธ์ ๕ ไม่ใช่ใจ" 
.
เรามัวไปดูแต่ขันธ์ ๕ เลยเห็นว่ามันเป็นลิง 
เพราะ  "เราไม่เคยดูใจ"

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by joelfotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

นั่นแหละ จิตว่าง ที่แท้จริง


จิตว่าง 
มันว่างแล้วว่างเลยนะจิตเนี่ยะ
ไม่มีเข้าๆ ไม่มีออกๆ
จิตว่าง มันไม่มีพระจันทร์ ไม่มีพระอาทิตย์
ไม่มีกลางวัน ไม่กลางคืน
มันจึงไม่มีจิตมืด ไม่มีจิตสว่าง
ถ้าจิตยังมีแสงสว่าง
บางคนก็เรียกจิตประภัสสร
อันนั้นยังมีตัวเกิดอยู่
เพราะถ้าจิตมีมืด แสดงว่าต้องมีสว่าง
และถ้ามีจิตสว่าง แสดงว่าต้องมีจิตมืด
ของมันเป็นของคู่กัน
ไม่มีทั้งมืด ไม่มีทั้งสว่าง
มันเป็นธรรมชาติสักแต่ว่ารู้อยู่ขณะนั้น
ไม่มีลังเล ไม่มีสงสัย ไม่มีความคิดเห็นอะไร
มันเต็มไปด้วยความระลึกรู้อย่างธรรมดาๆ อยู่อย่างนั้น
ไม่มีอะไรที่ต้องถือ ปล่อยให้ธรรมชาติทำหน้าที่ไป
แต่ไม่ยึดถือ แม้กระทั่งจิตเรา ก็ไม่มี
มันมีอยู่นะ แต่เหมือนไม่มี ไม่มีความหมายอะไร 
นั่นแหละ จิตว่าง ที่แท้จริง

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by RJ001rock from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

การปฏิบัติธรรมเราต้องหัดปฏิเสธ


การปฏิบัติธรรมเราต้องหัดปฏิเสธ
ปฏิเสธ...การปรุงแต่งของเจ้าของ
รู้ปั๊บ...ปฏิเสธไว้
ถ้ามันปรุงได้ เราก็หยุดได้
จิตของเราจะออกไปข้างนอก
เราต้องปฏิเสธบอกว่า...
ที่ออกไป ไม่ใช่ธรรม
ธรรม ต้องไม่ออก
ธรรม ต้องหยุด
ถ้าเราหยุดได้
เรา ก็หยุดการเกิดได้
ถ้าเราหยุดไม่ได้
การเกิดของเรา ก็หยุด...ไม่ได้
หยุดแล้วจะถึง...สุญญตา
ความสิ้นสุดของการปรุงแต่ง
ให้มาเห็นจิต...เจ้าของ
เห็นจิตเจ้าของแล้ว...จบเลย.

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by pruslee from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การภาวนาไม่ต้องไปตัดสังขาร


การภาวนาไม่ต้องไปตัดสังขาร
จิตไม่ปรุงแต่งจะมีสังขารตัวไหนต้องไปตัด
เรามาค้นหาผู้รู้ ค้นหาจิตของเราให้ชัดๆ
เดี๋ยวตัดเองหมดเลย
ที่เราไปนั่งตัดกันเพราะเราไม่เห็นจิต
ตัดเท่าไหร่ก็ไม่หมด
พิจารณาร่างกายของเราเป็นอสุภกรรมฐาน 
เป็นไตรลักษณ์
พิจารณาไปก็เหมือนเดิม
จิตใจเราก็ไม่เปลี่ยน
นิสัยเหมือนเดิมเลย
มันเปลี่ยนแค่สัญญา ชั่วครั้งชั่วคราว
แต่ไม่เปลี่ยนด้วยธรรมชาติ
ถ้าจิตเราเปลี่ยนด้วยธรรมชาติมันก็จบเลย
จิตจริงๆ มันจบได้

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by Erik_Karits from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การภาวนานี่ มันเปลี่ยนคนได้


การภาวนานี้
อาตมาถือเป็นเรื่องสุดยอด
เพราะการภาวนานี่ มันเปลี่ยนคนได้
มันเปลี่ยนชีวิตได้ เปลี่ยนจิตใจได้
เปลี่ยนจิตใจ จากจิตใจไม่ดี เป็นคนดี
จากจิตใจไม่มีธรรม เป็นมีธรรม
จิตใจไม่เห็นกาย ว่าเป็นอนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา
มาภาวนาแล้ว มองเห็นอนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา
นี่มันอัศจรรย์ตรงนี้ มันเปลี่ยนได้จริงๆ
โยมท้อแท้ไม่ได้
หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
Image by angelicavaihel from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เห็นจิตตนเองแล้ว เป็น "มรรค"


ธรรมะนี้ เป็นของเย็น 
ผู้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว
เห็นจิตตนเองแล้ว เป็น "มรรค"
จะเป็นคนกระตือรือร้น มีความเสียสละ 
มีความเย็น สบาย และเมื่อทำจนชำนาญเป็น "วสี" 
จะเข้าใจชัดเลยว่า จิตไม่ใช่ธาตุทั้งสี่ ธาตุทั้งสี่ไม่ใช่จิต
และ จิตไม่ใช่ขันธ์ ขันธ์ไม่ใช่จิต 
จิต ก็อยู่อย่างเย็นสบาย เป็น "จิตว่าง"

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by ksa61011 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

หา "ประตูใจ" ไม่เจอ


บรรลุธรรมจริงๆ แล้วไม่นาน 
ที่นาน นานเพราะหา "ประตูใจ" ไม่เจอ 
สุขตรงนี้เป็นบรมสุข 
สุขที่จิตเห็นจิตตนเอง 
เป็นความสุขที่ปราศจากการปรุงแต่ง 
ไม่มีอะไรปรุงแต่งให้สุขได้ 
เพราะจิตเข้าไปสู่ความว่าง

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

แยกจิตออกจากธาตุทั้งสี่ขันธ์ทั้งห้า


ร่างกายไม่ใช่ของเรา
จิตต่างหากเป็นเรา
ถ้าจิตเราดี จิตตรงนี้เป็นผู้รู้
มันจะเห็นเป็นธาตุทั้งสี่ ไม่มีตัวเราเลย
การที่เราจะแยกออกได้ เราต้องรู้จักมัน
ถ้ารู้จักมันเราก็ไม่หลง เราก็เป็นนาย
เพราะจิตที่มันมีปัญญารอบรู้แล้ว
ตัวปัญญานี้มันแยกได้หมด
แยกจิตออกจากธาตุทั้งสี่ขันธ์ทั้งห้า
หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
Image by photo-graphe from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

ถ้าหาจิตเจอ กิเลสก็ไม่มา


ถ้าหาจิตเจอ กิเลสก็ไม่มา 
ถ้ายังหาจิตไม่เจอ กิเลสต้องมา 
เพราะกิเลสมันอยู่นอกจิต 
ถ้าหาจิตไม่เจอ ก็เจอกิเลสแทน
ก็ปรุงแต่งไปสารพัด 
เขาเรียกว่า ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์ 
มันจึงปรุงแต่งมหาศาลเลย 
ถ้าจิตไปสู่ความว่าง 
สังขารก็แพ้ 
ถ้าเรารู้ว่าตรงไหนสังขารแพ้ 
เราก็ไปสู่จุดนั้น 

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Photo by Giuseppe Patriarchi on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าจิตว่าง


จิตคือ...ผู้รู้ 
ความคิดคือ...ผู้ถูกรู้ 
ถ้าจิตว่าง
จะไม่มีทั้งผู้รู้และผู้ถูกรู้ 
ไม่มีทั้งผู้กระทำ 
และผู้ถูกกระทำ 
จิตนั้นอิสระเสรี 
ไม่ต้องกำหนดอะไร 
ไม่มีอะไรเข้าถึงอะไร 
ไม่มีอะไรกับอะไร 
มันสมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว 
เป็นอนัตตา

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล


Image by Jenny_Dang from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ระลึก "รู้" ไม่ใช่มานั่งเพ่ง


ระลึก "รู้"
ไม่ใช่มานั่งเพ่ง 
ถ้านั่งเพ่งเมื่อไหร่มันก็จะเหนื่อย 
แค่ระลึกรู้ สัมผัสรู้ 
มันก็จะเบา 
เพราะจิตมันอยู่ในความว่าง 
แต่สิ่งที่ได้ชัดเจน คือ 
ปรุงแต่งไม่ได้ 
มันมี "ผู้รู้" อยู่ตรงนั้น 
ปรุงไม่ได้ มันมีผู้รู้
ปราศจากการปรุงแต่ง

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by Jiyoung_Kim_photo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




อยากเห็นพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า 
อยากเห็นพระพุทธเจ้าก็น้อมเข้ามาที่ตัวเรา 
เรียกว่า ปัจจุบันจิต 
เป็นธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต่ง 
นั่นคือธรรมะ 
แต่ถ้าปรุงแต่งก็เป็นธรรมะ 
แต่เป็นสังขารธรรม 
พระพุทธองค์จึงตรัสว่า 
อย่าไปหากิเลส มันเป็นเรื่องของมัน 
เราอย่าไปเอามาเป็นสาระ 
มันเป็นกองบัญชาการ 
มันทำให้เรามีแต่ความทุกข์ มีแต่ความร้อน 
เป็นธรรมที่เกิด เกิดเพราะโลภะ โทสะ โมหะ 
พระองค์จึงให้ไปหาธรรมะที่ไม่เกิด 
ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย อยู่ที่ตัวของเรา 
ตั้งสติไว้ปกติ ไม่มีอดีต อนาคต 
ก็เกิด ความว่างทันที 
ถ้ารู้อยู่ตรงนี้จะไม่รู้อย่างอื่น รู้แค่รู้ 
เหมือนที่หลวงปู่ดุลย์ท่านว่า 
การปฎิบัติ ถ้าเราไปหาจิตเจอ 
สังขารก็ตายเอง ไม่ต้องไปฆ่ามัน 
แต่ถ้าหาจิตไม่เจอก็เป็นทาสของมัน 
เพราะทิฎฐิที่ทำให้เราไม่รู้ธรรม ก็เพราะมีอดีต อนาคต

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by AnnaliseArt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ขอให้มองเห็นจิตของเราให้ชัดเจนเสียก่อน


จะบรรลุไม่บรรลุ หรือไม่บรรลุไม่ต้องพูดถึง 
ขอให้มองเห็นจิตของเราให้ชัดเจนเสียก่อน 
มองขันธ์ตัวเองให้เป็นไตรลักษณ์เสียก่อน 
เห็นด้วยจิต ไม่ใช่เห็นด้วยตาเนื้อ 
ถ้าข้างในมันว่าง ข้างนอกก็จะว่างหมด 
ถ้าถึงตรงนี้แล้ว จะภาวนาหรือไม่ภาวนา 
ก็เหมือนภาวนาอยู่

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by Valiphotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



จิตวางเฉยคือปัญญาแล้ว



ถ้าจิตเราอยู่ในความว่าง
จิตนั้นเป็นของจริง 
แต่ถ้าจิตยังไม่ว่าง เป็นของไม่จริง
เพราะมันมีขันธ์ห้า 
แต่บางคนกลับบอกจิตที่อยู่ในความว่าง ไม่มีปัญญา 
ที่พระพุทธเจ้าบรรลุ
ท่านบรรลุถึงไม่มีอะไรนั้นเอง.. 
จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราปรุงแต่งไม่ได้ 
ที่จิตมันอยู่ในความวางเฉยหมดนั้นแหละ
ปัญญาแล้ว

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by HeungSoon from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เราเจอความว่างก็เจอพระพุทธเจ้านั้นเอง


จะไปตัดกิเลสทำไม 
เพียงแต่เราไม่ใช้มัน กิเลสมันก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว 
เพราะ"เห็นจิตแล้ว กิเลสหาย" 
ถ้าเราไปเห็นกิเลส จิตก็หาย 
ปรุงแต่งตลอดเวลา เกิดขึ้นดับไปๆ 
เพราะมันอยู่ในขันธ์ห้า 
เราพิสูจน์ด้วยตัวเองนะ
ถ้าเราไปหยุดอยู่ตรงนั้น พวกนั้นหายหมด 
เพราะ"จิตเป็นความว่าง" 
จิตนั้นต้องหยุดอยู่กับความว่าง 
พระพุทธเจ้าท่านบรรลุธรรมก็เพราะท่านหยุด 
พระพุทธเจ้าก็คือความว่างนั้นเอง 
เราเจอความว่างก็เจอพระพุทธเจ้านั้นเอง

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

Image by BUMIPUTRA from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


การปฏิบัตินั้น เราต้องการแค่ระลึกรู้สึกๆๆ


-อาการของการเพ่ง คือ อะไร?
คำว่าเพ่งนั้น ขอให้ผู้ภาวนาดูอาการของจิตเป็นหลัก 
หากจิตเคลื่อนออกมาจากฐานจิต 
หรือส่งเข้าในเพื่อดูให้ชัดเจนทุกอิริยาบถของจิต 
ทำให้เห็นทุกอณู ทุกรายละเอียด นั่นคือ การเพ่ง
เพ่ง คือ ฌาณ 
สังเกตง่ายๆ ถ้าเห็นชัดเจน
นั่นคือการเพ่งให้เกิดความชัด แต่สติมันจะอ่อนลง 
การปฏิบัตินั้น เราต้องการแค่ระลึกรู้สึกๆๆ 
เราต้องการแค่นั้นเอง เอาแบบเป็นกลางๆ 
ไม่ต้องให้ชัดจนสามารถมองเห็นเป็นดวงเป็นก้อน 
และไม่ใช่การกล่อมให้สติอ่อน
จนเบลอเหมือนรู้สึกจะนอนหลับ
ทางสุดโต่ง 2 ทางเช่นนี้ เราพึงละเสีย 
ให้เหลือแต่มัชฌิมาปฏิปทาพอ

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล
บันทึกโดยเขมปัญโญคฤหัสถ์
เพจลูกศิษย์พระอาจารย์เยื้อน ขันติพโล

Image by StockSnap from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สมาธิโดยธรรมชาติ



สมาธิที่ต้องเข้าๆ ออกๆ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ... 
สัมมาสมาธิ เป็นสมาธิที่เกิดโดยธรรมชาติ 
ปราศจากความตั้งใจ 
แต่เป็นภาวะของจิตที่ตั้งมั่น 
มั่นคงด้วยสติ สติสัมปชัญญะ 
เป็นสมาธิโดยธรรมชาติ

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


จิตเราเป็นแค่ธาตุรู้



จิตเราเป็นแค่ธาตุรู้ มีแค่ธาตุรู้ สัมผัสรู้ 
นี่คือ จิตเราจริงๆ สิ่งที่มันไปปรุงแต่งนานานั้น 
มันไม่ใช่จิต มันเกี่ยวกับสังขาร 
สังขารเขาเรียกว่า เป็นมหาโจร โจรห้าร้อย 
ทุกข์ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นั่นแหละ 
เขาเรียกมหาโจร ทำให้เราต้องเป็นทาสของมัน 
เป็นทาสของสังขาร ...

หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา