แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
แสดงบทความทั้งหมด
แล้วมันก็ดับลงเอง
มันเข้ามาทางอายตนะ และพุ่งเข้าสู่ใจ
วิธี คือ สติตั้งมั่น คอยดักจับสิ่งที่มาตกกระทบ
รู้เหตุ แล้ววางใจ ไม่รับ
แล้วมันก็ดับลงเอง
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
ที่มา
: เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/
วางใจ ไม่รับ แล้วมันก็ดับลงเอง
มันเข้ามาทางอายตนะ และ พุ่งเข้าสู่ใจ
วิธี คือ
สติตั้งมั่น
คอยดักจับสิ่งที่มาตกกระทบ
รู้เหตุ แล้ว
วางใจ ไม่รับ
แล้วมันก็ดับลงเอง..
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
ที่มา
: เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/
ความคิดนั่นแหละคือต้นเหตุให้ทุกข์
ความคิดนั่นแหละคือต้นเหตุให้ทุกข์
เจ้าความคิดนี่แหละนะ พระพุทธเจ้าถึงเรียกว่า "อวิชชา"
คือตัวไม่รู้ ตัวความคิดนี่แหละ เป็นเหตุให้ใจเราลุ่มหลง...
ถ้าดับความคิดได้ ก็ดับกิเลสได้...
ทีนี้ก็วิชชาเกิดขึ้น ความรู้เกิดขึ้น
สิ่งที่ไม่ได้รู้ ก็รู้ สิ่งที่ไม่ได้เห็น ก็เห็น
นั่นเขาเรียกว่า "วิชชา" รู้แจ่มแจ้งโลก..
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
***การดับความคิดไม่ได้หมายถึง การห้ามใจไม่ให้คิด แต่หมายถึง การ "เห็น" และ ไม่เข้าไป "เป็น" ในความคิด เรียกว่า รู้เท่าทันความคิด ความคิดจึงไม่มีอิทธิพลเหนือจิตใจ***
ที่มา
: เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
https://www.facebook.com/Jaturataweep/
มีแต่เราไปหลงธรรมชาติ
ถ้าเรามองโลกให้เป็น ..
ทุกอย่างมันไม่เที่ยงแท้แน่
นอน
แล้วเราจะไปหลงมันทำไม ?
นี่คือกิเลสมันหลอกเอา
เราหลงงมงาย
ไม่ใช่ธรรมชาติมันหลงเรา
มีแต่เราไปหลงธรรมชาติ
ร่างกายมันรักเราไหม ?
มันอาลัยอาวรณ์เราไหม ?
มีแต่เราอาลัยอาวรณ์มันเอง
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
ดูตัวเอง จิตจะสว่างไสว
โยมทั้งหลาย สังเกตดูที่เขาหล่อพระพุทธร
ูปกัน เห็นมั้ย?
พระพุทธเจ้าไม่เคยส่งพระเนต
รไปข้างนอก แค่ดูตัวเองนะ
ทอดพระเนตรลงต่ำ ดูที่มือตัวเองนั่นแหละ ... ไม่ส่งใจออกนอก นั่น! เขาเรียกว่าดูตนเองแหละ ... ไม่ดูคนอื่น ดูทำไมคนอื่น ...ใจเรานี่มันดีหรือยัง...
นี่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหานะ มองหาแสงสว่างไม่มี ที่เขาเรียกมืดแปดด้าน
แต่ถ้าคนมองดูตัวเอง จะสว่างไสว
จิตดวงนี้ไม่มีกิเลสเพราะมั
นสว่างไสว มันมีเมตตา มีศีล มีธรรมในหัวใจ นั่นแหละ! เพราะว่าบุญคุ้มครอง ศีลคุ้มครอง เห็นมั้ยล่ะ!! ธรรมก็คุ้มครองใจเรา...
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
ผู้ที่หลงใหลในฤทธิ์อภิญญา มีแต่กิเลสครอบงำทั้งนั้น
ผู้ที่หลงใหลในฤทธิ์อภิญญา
มีแต่กิเลสครอบงำทั้งนั้น
แล้วทำไมยังหลงใหลกันอยู่ได้
ทำไมไม่เอาเวลามาดูใจของตัวเอง
ฆ่ากิเลสในใจ ใช้ปัญญาฆ่ากิเลสในใจ
ไ
ม่มีผู้ใดเอาฤทธิ์อภิญญา
มาฆ่ากิเลสได้หรอก
ผู้ที่มุ่งภาวนาเอาแต่ฌาน
อยากได้ฤทธิ์อภิญญา
อยากได้ภาพนิมิต อยากได้ญาณพิเศษ
ล้วนเดินผิดทางทั้งนั้น
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร วัดโคกปราสาท
การภาวนายิ่งอยากได้ สิ่งนั้นยิ่งวิ่งหนี
ให้พิจารณาที่ใจ ภาวนาก็ให้มีสติระลึกรู้
ทำการงานใดก็ให้มีสติระลึกร
ู้
ใช้สติใช้ปัญญาในการพิจารณา
ไปเรื่อยๆ
จนกว่าอินทรีย์จะแก่กล้า
แล้วมหาสติ มหาปัญญา
...
จะหมุนเข้ามาสู่ใจ
เมื่อสามารถฆ่ากิเลสให้พังไ
ปแล้ว
ญาณทัศนะหรืออาสวักขยญาณที่
กว้างไกล
ก็บังเกิดขึ้นมาเอง
การภาวนายิ่งอยากได้
สิ่งนั้นยิ่งวิ่งหนี และตรงกันข้าม
เมื่อไม่อยากได้สิ่งใด แต่ปรากฏว่าสิ่งนั้น
กลับวิ่งเข้ามาหา ญาณทัศนะรู้แจ้งก็เช่นกัน
หลวงพ่อฉลวย อาภาธโร
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)