แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงตามหาบัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงตามหาบัว แสดงบทความทั้งหมด

เราจะเชื่อกิเลสตัณหาอาสวะ หรือจะเชื่อพระพุทธเจ้า?


เราจะเชื่อกิเลสตัณหาอาสวะ
หรือจะเชื่อพระพุทธเจ้า?
ถ้าเชื่อกิเลสตัณหาก็ยึดถือว่า
อันนี้ๆ เป็นตัวตนหมด
.
รูปก็เป็นตน เวทนาก็เป็นตน สัญญาเป็นตน
สังขารเป็นตน วิญญาณเป็นตน อะไรๆ เป็นตน
ทั่วโลกสงสารเป็นตน เป็นของตนหมดสิ้น
.
พอสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงยักย้ายไปหน่อย
ใจหายไปเลย เป็นทุกข์ขึ้นมา
แบบไม่มีสติสตังประคองตัว
ฉะนั้นเครื่องก่อกวนเครื่องทําลาย
จึงเกิดขึ้นจากความสําคัญของจิต
ด้วยความลุ่มหลงว่าอันนั้นเป็นเรา
อันนี้เป็นของเรา
.
อะไรๆ เปลี่ยนแปลงไปเล็กๆ น้อยๆ
จึงเป็นเหมือนสิ่งนั้นมาฟันหัวใจเรา
ให้ขาดสะบั้นไปด้วยกัน
เป็นทุกข์ด้วยกันไปหมด
หาที่ปลงวางไม่ได้
.
ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไม่เป็นเช่นนั้น
กลับทวนกระแสโลกที่ยึดถือกัน!
เช่น “รูปํ อนิจฺจํ รูปํ อนตฺตา” ว่า
“นี้เป็น อนิจฺจํ เป็นของไม่เที่ยง”
พอเราจะอาศัยได้บ้างเท่านั้น
“อนตฺตา” ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา”
.
ทรงสอนให้ทราบว่า “ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น” !
เป็นแต่สภาพของส่วนต่างๆ
ที่รวมกันอยู่ตามธรรมชาติของเขาเท่านั้น”
.
เวทนาก็เช่นเดียวกัน
เป็นธรรมชาติกลางๆ
ถ้าเราไม่ไปหลงเสียเท่านั้น
ก็ไม่เกิดปัญหายุ่งยาก
.
สังขาร วิญญาณ ก็เหมือนกัน
เป็นธรรมกลางๆ
ขอให้พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง
จิตก็เป็นกลางได้
.
เมื่อจิตเป็นกลางจิตก็เป็นความจริงขึ้นมา
เมื่อจิตเป็นความจริง สิ่งนั้นก็เป็นความจริง
เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นความจริงมาแล้วแต่ดั้งเดิม
เป็นเพียงใจหลงไปสําคัญมั่นหมายเท่านั้น
.
เหล่านี้คือหลักธรรมที่สอนให้รู้ทุกสิ่ง
จนปล่อยวางได้
ใจก็เป็นกลาง คือเห็นตามความจริง
.....................
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ที่มาส่วนหนึ่งจาก หลวงตามหาบัว
ธรรมะชุดเตรียมพร้อม
"ไม่มีอะไรตาย"
เทศน์โปรดคุณเพาพงา วรรธนะกุล
ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๙
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ก.ย..68 


 

ถ้าเรารู้ทันกิเลส

ถ้าเรารู้ทันกิเลส

ความเกลียด
เราก็ไม่รู้สึกตัวว่า...เป็นกิเลส
ความโกรธ
เราก็ไม่รู้สึกตัวว่า...เป็นกิเลส
ความรัก-ความชัง เราก็ไม่รู้สึกตัวว่า...
เป็นแผนของกิเลส ที่บังคับให้แสดงออกมา 
ถ้าเรารู้ทัน...ทุกระยะ ที่มันแสดงตัว 
ไม่นาน..."กิเลส" ต้องหมอบราบไป 
ไม่พ้นมือนักจิตตภาวนาแน่นอน

หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน

Image by IlonaBurschl from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จะเป็นนักรบ ต้องประสบกับข้าศึก


อย่าถืออาการดี ชั่ว เป็นต้น  
ที่เกิดจากใจมาเป็นอุปสรรค 
จงตั้งใจพิจารณาสิ่งที่มาสัมผัส  
ด้วยปัญญาตลอดไป 
จนถึงจุดจบของสิ่งที่มาสัมผัส  
อย่าหวั่นไหวตามอาการ  ที่เกิดขึ้นเฉพาะใจ      
จะเป็นนักรบ
ต้องประสบกับข้าศึก คือ...อารมณ์ 
จงสู้รบด้วยปัญญา...
จนเห็นความจริง ของอารมณ์นั้น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Mohamed_hassan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ถ้าเราถือเหล่านี้มาเป็นตน


สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี เฉยๆ ก็ดี 
ไม่ใช่เรา  ไม่ใช่ของเรา เป็นสภาพอันหนึ่งๆ 
ท่านจึงเรียกว่า...อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา 
สิ่งเหล่านี้เป็นอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา 
ไม่ใช่สมบัติของผู้หนึ่งผู้ใด…
ถ้าเราถือเหล่านี้มาเป็นตน 
เราก็ต้องเป็นผู้เกิดอยู่วันยังค่ำยังรุ่งตลอดเวลา 
สิ่งเหล่านี้...ดับ เราก็ต้องดับไปด้วย 
สิ่งเหล่านี้...เกิด เราก็ต้องเกิดไปด้วย 
เมื่อเราไม่ถือสิ่งเหล่านั้น...
เราเห็นตามด้วยปัญญาของเราแล้ว...
สิ่งเหล่านี้...จะเกิด-จะดับ 
เราก็ไม่เป็นอะไร เวทนา สุข ทุกข์ เฉยๆ เกิด-ดับไป 
ก็ทราบว่า...เรื่องเขาเกิด-เขาดับ 
สัญญา สังขาร วิญญาณ แต่ละอย่างๆ 
ปรากฏตัวขึ้นมาเกิดๆ ดับๆ 
เราก็ทราบว่า...เขาเกิดๆ ดับๆ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา








 

ความรู้ล้วนๆ... เป็นความรู้ที่วิเศษ


...รู้ของเรา กับรู้ของท่านผู้บริสุทธิ์นั้นผิดกันมาก 
รู้ของเรามีสิ่งเจือปนอยู่ภายใน 
รู้...ของพระขีณาสพ คือพระอรหันต์ท่าน 
ไม่มี...อันใดเจือปน  มีแต่...ความรู้ล้วนๆ 
ความรู้ล้วนๆ...
ที่ไม่มีอะไรเจือปนนั้นแล เป็นความรู้ที่วิเศษ 
เป็นความรู้...ที่อัศจรรย์ 
เป็นความรู้...ที่ทรงไว้ ซึ่งความสุขเต็มเม็ดเต็มหน่วย  
เต็มภูมิฐานของจิตที่บริสุทธิ์ 
สุข ก็เต็มภูมิ คงเส้นคงวา 
ไม่มี...การเปลี่ยนแปลงแปรปรวนเหมือนโลก
ทั้งหลาย  เหมือนอาการต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในโลก
ซึ่งเต็มไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by MártaBátonyi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

นิพพานเป็นความสุขที่มีอยู่ดั้งเดิม

มีข้อหนึ่งที่แสดงในหลักธรรมว่า 
“นิพพานัง ปรมัง สุขัง” 
พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง 
ความสุขของพระนิพพานนั้น 
ไม่ใช่ความสุขอย่างโลกๆ 
ซึ่งเกิดแล้วดับไป เกิดแล้วหายไป 
แต่เป็นความสุขที่มีอยู่ดั้งเดิม
กับธรรมชาติแห่งจิตที่บริสุทธิ์แล้วเท่านั้น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/




 

สมาธิอบรมปัญญา ปัญญาอบรมสมาธิ


บางคนไม่ค่อยมีสิ่งแวดล้อม
เป็นภาระกดถ่วงใจมาก
เพียงใช้คำภาวนา
พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ เป็นต้น
บทใดบทหนึ่งเข้าเท่านั้น
ใจก็ได้รับความสงบเยือกเย็น
เป็นสมาธิลงได้ กลายเป็นต้นทุน
หนุนปัญญาให้ก้าวหน้าต่อไป
ได้อย่างสบาย ที่เรียกว่า สมาธิอบรมปัญญา
.
แต่คนบางประเภท
มีสิ่งแวดล้อมเป็นภาระกดถ่วงใจมาก
และเป็นนิสัยชอบคิดอะไรมากอย่างนี้
จะอบรมด้วยคำบริกรรม
อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น
ไม่สามารถที่จะยังจิต
ให้หยั่งลงสู่ความสงบเป็นสมาธิได้
ต้องใช้ปัญญาไตร่ตรองเหตุผล
ตัดต้นเหตุของความฟุ้งซ่านด้วยปัญญา
เมื่อปัญญาได้หว่านล้อม
ในสิ่งที่จิตติดข้องนั้นไว้อย่างหนาแน่นแล้ว
จิตจะมีความรู้เหนือปัญญาไปไม่ได้
และจะหยั่งลงสู่ความสงบเป็นสมาธิได้
ฉะนั้น คนประเภทนี้จะต้องฝึกฝนจิต
ให้เป็นสมาธิได้ด้วยปัญญา
ที่เรียกว่า ปัญญาอบรมสมาธิ 

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by ELG21 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คำว่า โลกวิทู รู้โลก


คำว่า โลกวิทู รู้โลก 
ไม่จำเป็นต้องไปนับเม็ดหินเม็ดทรายในแผ่นดิน
มีเท่าไร ในท้องมหาสมุทรมีเท่าไร 
ในแผ่นดิน มีต้นไม้ภูเขาเท่าไร 
มีทรัพย์สมบัติ สัตว์ บุคคลเท่าไร 
คำว่า โลกวิทู 
รู้เพลงของโลก รู้กลมายาของใจตัวเอง
ที่ไปสำคัญโลกว่า เป็นอะไร 
จึงไปยึดมั่นสำคัญผิดกลายเป็นพิษแก่ตัวเอง 
จนปรากฏเป็นกิเลสตัณหาอวิชชาขึ้นมา
ให้เที่ยวเวียนว่ายตายเกิด ในสงสาร
ทุกข์แล้วทุกข์เล่าไม่มีวันจบสิ้นสักที 
โลกวิทู 
รู้ตามเป็นจริงซึ่งสภาวธรรมทั้งหลาย 
แล้วปล่อยวางไว้ตามสภาพของเขา เท่านั้น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by qimono from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เมื่อพิจารณาเห็นชัดในสิ่งใด


การพิจารณาเพื่อจะแก้
จุดที่ตนผูกมัดตนนั้นแล
ท่านเรียกว่าปัญญา
เมื่อพิจารณาเห็นชัดในสิ่งใดแล้ว
จิตย่อมปล่อยไปเป็นระยะๆ

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก็เท่านั้นเอง!!


สุดท้ายแล้ว
หากเรายังไม่รู้จักปล่อยวางความคิด
ของตัวเองลง
ต่อให้เราจะหนีไปอยู่วัดแล้วก็ตาม
สิ่งเดียวที่ได้ทำจริงๆ
ก็แค่ย้ายตัวเองไปทุกข์อยู่ที่วัด
ก็เท่านั้นเอง!!

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by pixel2013 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

พิจารณาจนเห็นชัดในเวทนา เป็นหน้าที่ของเรา


เรื่องจิต...
จะสงบ  หรือไม่นั้นไม่ต้องถือเป็น...ข้อ...อุปสรรค
การพิจารณา  
จนเห็นชัดในเวทนา  เป็นหน้าที่ของเรา
จงพิจารณา...
จนแตกสลายนั้นแล  เป็นศิษย์มีครูแท้
ความอ่อนใจ...
จะเป็นไปเพื่อส่งเสริมกิเลส ครูบาอาจารย์ทุกท่าน
ไม่เคยแก้กิเลส  ด้วยความอ่อนใจ ท้อใจ
ท่านแก้กิเลสได้
เพราะ...ความกล้าหาญ ทั้งนั้น

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by sabrinabasler_fotografie from pixabay

Cr.เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ตั้งใจปฏิบัติให้ได้เป็นเศรษฐีธรรม


ท่านทั้งหลายมีสมบัติเงินทองอะไร
อย่าไปภาคภูมิใจนะ ให้ภาคภูมิใจกับศีลบริสุทธิ์ 
สมาธิแน่นหนามั่นคง 
ปัญญามีความแพรวพราวภายในใจ 
จิตใจหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงโดยชอบ
อยู่ที่ไหนสง่างาม นี่มหาเศรษฐีธรรม 
เศรษฐีนอกนั้นโลกเขามีแล้วอย่าไปแย่งตำแหน่งเขา 
เอาเศรษฐีธรรมไม่มีใครมาแย่ง 
ตั้งใจปฏิบัติให้ได้เป็นเศรษฐีธรรม 
พระพุทธเจ้า-พระอรหันต์ท่านเป็นเศรษฐีธรรมทั้งนั้น  
หาความทุกข์ไม่มี มีแต่บรมสุขเต็มเนื้อเต็มตัว 
ดับแล้วปั๊บไปนิพพานเลย 

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by StockSnap from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เห็นความจริง คือการเห็นพระพุทธเจ้า


การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม
ที่ประทานไว้ด้วยพระเมตตา
สุดส่วนไม่มีใครเสมอในโลก
นั้นคือการบูชาพระองค์ท่านแท้
.
การเห็นความจริงที่มีอยู่กับตัวตลอดเวลา
ด้วยปัญญาโดยลำดับ
นั้นก็คือการเห็นพระตถาคตโดยลำดับ
การเห็นความจริงอย่างเต็มใจด้วยปัญญานั้นแล
คือการเห็นพระพุทธเจ้าเต็มพระองค์
พระพุทธเจ้าแท้ ธรรมแท้อยู่ที่ใจ
การอุปัฏฐากใจตัวเอง คือการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า
การเฝ้าดูใจตัวเองด้วยสติปัญญา
คือการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์ อย่างแท้จริง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ถ้าจิตว่างรู้ที่ความว่าง ถ้าจิตคิดรู้ที่ความคิด


ถ้าหากว่าท่านผู้ใดขี้เกียจ 
หรือไม่มีอะไรจะคิด
ก็ให้กำหนดจิตรู้ที่จิตเฉยๆ 
ถ้าจิตว่างรู้ที่ความว่าง 
ถ้าจิตคิดรู้ที่ความคิด 
ว่างรู้ที่ความว่าง 
คิดรู้ที่ความคิด 
ไล่ตามกันไปอย่างนี้ 
เมื่อเราฝึกหัดจนคล่องตัว จนชำนิชำนาญ 
ทีหลังเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจกำหนดรู้
อารมณ์จิตหรือความคิด 
สติก็ทำหน้าที่ตามรู้คอยควบคุม 
เมื่อมีสติสัมปชัญญะ จิตของเราก็รู้ว่า
อะไรดีอะไรชั่ว อะไรผิด อะไรถูก 
มันจะรู้ของมันขึ้นมาเอง..

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by NiklasErnst from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

มันก็อยู่ในจิตอันเดียวกันเท่านั้นเอง



คำว่าพ้นทุกข์ ก็คือพ้นจากความวุ่นวาย
ที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง…
มันสิ้นไปเสียจากใจ
ท่านเรียกว่าพ้น นี่ พ้นที่ตรงนี้นะ
ไม่ใช่โดดคือไปโลกนั้น
พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร ที่ไหนล่ะ…
พ้นจากความติดข้องมันก็หลุดพ้น
พ้นจากทุกข์ มันก็เป็นสุข
พ้นจากทั้งสุขทั้งทุกข์แล้ว ก็เป็นบรมสุข
มันก็อยู่ในจิตอันเดียวกันเท่านั้นเอง
ไม่ได้อยู่ที่ไหน

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by dendoktoor from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

โง่ขนาดไหนพวกเรานี่



ดีก็ติด ชั่วก็ติด
ปรุงอยู่ตลอดเวลา
ส่วนมากติดแต่เรื่องชั่วทั้งนั้นแหละ
รักก็รัก ชังก็ชัง เคยรักเคยชังมาแล้ว...
ทำไม่จึงไม่ชินไม่ชา
ไม่รู้กลอุบายของกิเลสที่หลอกอยู่ตลอดเวลา
มันก็เอาเรื่องเก่านั่นแหละมาหลอก
ไม่ใช่เอาเรื่องใหม่มาหลอกนี่นา
พอจะได้หลงกลของมันว่าไม่ทัน
เพราะเป็นกลใหม่
อันนี้มีแต่กลเก่าทั้งนั้น
กลจากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสต่างๆ
มีแต่เรื่องของเก่า กลเก่า
ปรุงอันเก่าขึ้นมาหลอกอยู่อย่างนั้น
โง่ขนาดไหนพวกเรานี่...

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by CDD20 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เป็นเรื่องของวัฏจิต


การเสียดายการอาลัยสิ่งทั้งหลายในโลกนี้นั้น 
เป็นเรื่องของวัฏจิต 
พาให้หมุนพาให้เวียนหลอกลวง 
แล้วขนทุกข์ให้เราตายแล้วเกิด 
เกิดแล้วตาย เหมือนฟุตบอลกลิ้งไปกลิ้งมา 
ในภพน้อยภพใหญ่ 
ซึ่งเต็มไปด้วยทุกข์ในทุกภพทุกชาติ 
ในขณะที่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่นั้น
ไม่ปราศจากทุกข์ได้ แม้...ขณะเดียว

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by xresch from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา