แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ
พระอาจารย์วัน อุตตโม
แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ
พระอาจารย์วัน อุตตโม
แสดงบทความทั้งหมด
รูปร่างที่เราเห็นว่าสวยว่างาม
...รูปร่างที่เราเห็นว่าสวยว่างามนั้น
ข้างในเต็มไปด้วยของไม่สะอาด
ก็เหมือนกันกับโลงผี
ที่แต่งให้สวยงามข้างนอก
แต่ข้างใน น่าเกลียดน่ากลัวนัก...
พระอาจารย์วัน อุตตโม
คนเราต้องรู้สึกตัว เมื่อไม่รู้สึกก็เป็นคนที่ลืมตัว
คนเราต้องรู้สึกตัว เมื่อไม่รู้สึกก็เป็นคนที่ลืมตัว
ทุกสิ่งทุกอย่างเราก็ลืมเจ้าของ เพราะฉะนั้นความพินาศฉิบหายต่างๆ จึงได้เกิดขึ้นแก่ตัวของเรา ก็เราไม่มีความคิดเฉลียวอะไรทุกสิ่งทุกอย่าง คือไม่มีความระแวง ความระวังไม่มี ความเผลอตัวมันก็เกิดขึ้น ความลืมตัวมันก็เกิดขึ้น ก็เลยเป็นคนที่เกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราอยู่ในความไม่ประมาท
เป็นผู้ตื่นตัว รู้สึกตัวอยู่เสมอ
มีความคิดระแวง ระวังตัวของเราอยู่ทุกวิถีทาง แล้วเราก็จะเป็นไปเพื่อความเจริญได้
พระอาจารย์วัน อุตตโม
จิตไม่เอนเอียงคือหลักมัชฌิมาปฏิปทา
ความพอใจกับความไม่พอใจ
ยังเป็นอิฏฐารมณ์ ยังเป็นอนิฏฐารมณ์อยู่
กามสุขัลลิกานุโยค ก็คือเป็นฝ่ายอิฏฐารมณ์
อัตตกิลมถานุโยค ก็คือเป็นฝ่ายอนิฏฐารมณ์
ผู้ที่บังคับจิตไม่ให้เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งได้
ชื่อว่าดำเนินตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา
พระอาจารย์วัน อุตตโม
จิตของเราต้องควบคุมด้วยการภาวนา
การภาวนาจึงเป็นการควบคุม
ไม่ให้จิตของเราตามอารมณ์
เหมือนกันกับสำลีหรือนุ่นที่เป็นของเบา ก็ต้องมีอะไรครอบไว้รักษาไว้ ลมพัดมามันจึงจะไม่ไปตามลม
จิตของเรา
ก็เหมือนกัน
เราก็ต้องควบคุมด้วยการภาวนา
พระอาจารย์วัน อุตตโม
จิตที่ดี จะต้องอยู่ในความเที่ยงธรรม
จิตที่ดี จะต้องอยู่ในความเที่ยงธรรม
คือไม่ตกไปในอิฏฐารมณ์ อนิฏฐารมณ์
ไม่มีความรัก ไม่มีความชัง
เรียกว่าจิตเป็นกลาง
ถ้าจิตของเรามันรวมแน่วแน่
...
จดจ่อในสิ่งเดียว
จิตก็จะมีกำลังขึ้น เมื่อจิตของเรามีกำลัง
จิตนี้ก็จะต่อต้านกับกิเลส
ที่มันเกิดขึ้นกับจิตใจของเ
รา
จิตก็จะมองเห็นสัจธรรม
รู้ทันสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
พระอาจารย์วัน อุตตโม
ร่างกายคือแหล่งรวมทุกข์
ร่างกายของเรานี้แหละ คือแหล่งรวมทุกข์ก้อนใหญ่ที
เดียว
ถ้าหลงมากก็ทุกข์มาก ถ้าหลงน้อยก็ทุกข์น้อย เมื่อถึงวันนึง เราก็ต้องจากกายนี้ คงเหลือแต่ดวงจิตที่ยังคงผู
กอยู่กับกิเลสเผาผลาญ
ต้องพิจารณาให้มาก ให้เห็นว่ามันเป็นของไม่สวย
งาม เป็นของน่ารังเกียจ
ถ้าพิจารณาได้อย่างนี้มันก็
จะค่อยๆ คลายความหลงงมงายลงไปเอง
พระอาจารย์วัน อุตตโม
การภาวนาเป็นการควบคุมไม่ให้จิตตามอารมณ์
...ภาวนา เราต้องใช้ปัญญาควบคุมจิตใจของเรา ให้มีจิตได้ทบทวนตรวจค้นความรู้สึกสำนึกในจิตของเราอยู่เสมอ ไม่ให้มันล่วงเลยไปตามอารมณ์ คือไม่ตามใจ โดยมากคนเราไม่มีภาวนา ก็คือตามอารมณ์ คิดตามอารมณ์ พูดตามอารมณ์ ทำตามอารมณ์ แล้วแต่อารมณ์เป็นใหญ่
การภาวนาจึงเป็นการควบคุมไม่ให้จิตของเราตามอารมณ์
เหมือนกันกับสำลีหรือนุ่นที่เป็นของเบา ก็ต้องมีอะไรครอบไว้รักษาไว้ ลมพัดมามันจึงจะไม่ไปตามลม จิตของเราก็เหมือนกัน เราก็ต้องควบคุมด้วยการภาวนา ตรวจค้นจิตของเรา จึงเรียกว่า โอปนยิโก น้อมเข้ามาในตน ทบทวนเข้ามาหาจิตของเรา ความรู้สึกนึกตรวจค้นอยู่เสมอ ทบทวนจิตของเราให้รู้ผิดรู้ถูก รู้ดีรู้ชั่วของจิต
พระอาจารย์วัน อุตตโม
หากไม่ทบทวนดูตัวเอง...
หากว่า เราไม่ทบทวนเข้ามาดูตัวของเราแล้ว
เราก็จะมองข้ามตัวของเราไป
สิ่งที่ไม่ดี เลยมองไม่เห็น
เมื่อเรามองไม่เห็น
เราก็ปรับปรุงตัวของเราให้ดีไม่ได้
แก้ความผิดไม่ได้ ละความชั่วของเราไม่ได้...
พระอาจารย์วัน อุตตโม
เห็นโทษของร่างกาย...เห็นธรรม
ร่างกายของเราท่านว่าเป็นมหาภูตรูป
...ภูตก็คือผี...ทำความเดือดร้อนให้แก่ตัวเราอยู่ตลอดกาล ต้องได้เลี้ยงได้เซ่นได้สรวงมันอยู่ตลอดกาลเวลา...อาหารก็พยายามตกแต่งดีๆ มาทนุถนอมประจบประแจงมัน...ผ้าดีๆ ก็หามาให้นุ่ง...แต่มันก็ไม่รู้คุณ...มีแต่จะบีบบังคับ ก่อความทุกข์ความร้อนให้แก่จิตใจของเราอยู่ตลอดเวลา...
นี่คือการพิจารณาให้เห็นโทษของร่างกาย... ให้เรากำหนดพิจารณาอย่างนี้ จิตของเรามันจึงจะสงบ
...เกิดความสลดสังเวช...เกิดความเบื่อหน่าย...ละวางอุปาทาน ความยึดความถือในร่างกายนี้ ...จิตของเราตั้งอยู่ในความสงบได้ ปัญญาก็จะเกิดขึ้น พิจารณาสภาวธรรมทั้งหลาย ก็จะเห็นเป็นความจริงขึ้นมา...
พระอาจารย์วัน อุตตโม
ยากอะไร...
ยาก
อะไร
ก็ไม่ยากเท่า
ปฏิสังขรณ์
ถอน
อะไร
ก็ไม่ยากเท่า
ถอนมานะ
ละ
อะไร
ก็ไม่ยากเท่า
ละกามคุณ
บุญ
อะไร ก็ไม่เท่าบุญ
บรรพชา
หา
อะไร ก็ไม่ยากเท่า
หาตน
จน
อะไร ก็ไม่เท่า
จนปัญญา
พระอาจารย์วัน อุตตโม
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)