แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล แสดงบทความทั้งหมด

เป็นเหยื่อหนอนไปชาติหนึ่งๆ



เราไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อศึกษาเล่าเรียน
ทำการทำงาน ตั้งหลักปักฐาน มีครอบมีครัว มีลูกมีเต้า
แล้วก็แก่ แล้วก็เจ็บ แล้วก็ตายไป
ถ้าเราเกิดมาเพียงแค่นั้น ก็เท่ากับว่า
เกิดมาเพื่อเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารเท่านั้น
เป็นเหยื่อหนอนไปชาติหนึ่งๆ ไม่พ้นโลกนี้ไปได้

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เมื่อปฏิบัติธรรม อย่าได้ขาดหลัก ๓ อย่าง




เมื่อเราปฏิบัติธรรมนั้น อย่าได้ขาดหลัก ๓ อย่างคือ
-ยังความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
-การรู้เท่าทัน มีสติอยู่ทุกเมื่อ
-พยายามยกจิตขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนา อย่าท้อถอย
รู้อารมณ์ กำหนดอารมณ์
ตัวกิเลสก็จะละลายเสื่อมไป เบาบางไปจากขันธสันดานของเรา
คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกไปจากจิตใจของเรา
ดังคำบาลีที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า
“อาตาปี สัมปะชาโน สติมา วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง”

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ชีวิตที่มีค่ามาก คือ ชีวิตที่เห็นความแปรปรวนในร่างกาย




นักปฏิบัติจะต้องรู้จักรูป-นาม รู้จักพระไตรลักษณ์ก่อน
จึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม
ชีวิตที่มีค่ามาก คือ ชีวิตที่เห็นความแปรปรวนในร่างกาย ในชีวิต
เป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้แน่นอน เห็นเป็นทุกข์ เห็นว่าไม่ใช่ของเรานั่นแหละ
เป็นความรู้ที่ยอดเยี่ยม คุ้มค่าในชีวิตที่เกิดมา
เป็นความรู้จริง ในสิ่งที่มีในตัวเราของเรา รู้จักความจริงของชีวิต
“ความจริงของชีวิต คือ รูปกับนาม
แล้วรูปกับนามก็เป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

อินทรีย์พละกล้าแข็ง จะประหารกิเลสโดยอัตโนมัติ




การกำหนดให้ได้ปัจจุบันธรรม ทำให้ขณิกสมาธิรวมตัว
เมื่อขณิกสมาธิรวมตัว ทำให้อินทรีย์พละมีกำลังแก่กล้า
เมื่ออินทรีย์พละมีกำลังกล้าแข็ง
จะเข้าไปทำหน้าที่ประหัตประหารกิเลส ในมรรคญาณโดยอัตโนมัติ
โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ประการใด


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

กำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบัน ตัวกิเลสจะหายไป




แสงสว่างย่อมจะไปกำราบตัวมืดให้หายไปฉันใด
เมื่อมีการกำหนดรู้อารมณ์ปัจจุบันแล้ว
ตัวกิเลสก็หายไปได้ฉันนั้น
เมื่อมีสติอยู่ ตัวโมหะย่อมหมดไป
เมื่อประคองตัวสติสัมปชัญญะให้ตั้งมั่นอยู่แล้ว 
มันก็จะหมดสิ้นไปซึ่งอาสวะกิเลสทั้งหลาย
และจะถึงที่สุดแห่งทุกข์


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้




การกำหนดที่ติดต่อสืบเนื่อง ทำให้พลังสมาธิเติบกล้า
เห็นการเกิดดับของรูปนามอยู่โดยตลอด
ทำให้เห็นพระไตรลักษณ์ชัดแจ้ง
ดังนั้นจึงต้องคอยกำหนดอารมณ์
ที่เกิดขึ้นทางกาย เวทนา จิต และธรรมอยู่ตลอดเวลา 
ชีวิตมีค่าก็ตอนที่กำหนดรู้


หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

วิญญาณที่บริสุทธิ์ต้องประกอบด้วย “สติ”




วิญญาณที่บริสุทธิ์นั้นต้องประกอบไปด้วย “สติ”
เอาสติตัวนี้มาตั้งอยู่ที่กาย ที่เวทนา ที่จิต ที่ธรรม
แล้วจะรู้ตามความเป็นจริง เรียกว่า “ยถาภูตญาณ”
โยคีบุคคลใดเห็นความเกิดดับของรูปนาม แม้จะอยู่เพียงวันเดียว
ก็ยังประเสริฐกว่าบุคคลที่ไม่เห็นการเกิดดับ แม้มีชีวิตอยู่ร้อยปี

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

การเจริญวิปัสสนาทุกวินาที คุณพ่อคุณแม่ได้มีหุ้นส่วนด้วย



การเจริญวิปัสสนาทุกวินาที คุณพ่อคุณแม่ได้มีหุ้นส่วนด้วย
ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ของเราที่ได้ให้ชีวิตเรามา 
เราจะได้มาเดิน มาอยู่ปฏิบัติอย่างนี้หรือ 
เราต้องทำอวัยวะที่เป็นมรดกของพ่อแม่ให้มานี้
ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและพ่อแม่...
การกราบ การเดิน การนั่งสมาธิ บุญของเรา พ่อแม่ได้กับเราด้วย

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ยอดแห่งธรรมะ คือสติปัฏฐาน ๔



ยอดแห่งธรรมะ คือสติปัฏฐาน ๔
คือความไม่ประมาทนั่นเอง
เจริญสติให้อยู่กับปัจจุบันขณะ
ไม่หลงโลภ ไม่หลงโกรธ ไม่หลงลืมนั่นแหละ
จะทำให้กำจัดอวิชชาให้ออกไปได้
ด้วยการกำหนดรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดกับตัวเรา

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ชีวิตที่ไม่มีการปฏิบัติธรรม เหมือนกับแผ่นดินที่ว่างเปล่า



ชีวิตที่ไม่มีการปฏิบัติธรรม
เหมือนกับแผ่นดินที่ว่างเปล่า
เหมือนกับภาชนะที่ปราศจากอาหาร
ย่อมหาประโยชน์อันใดมิได้
ผู้ปฏิบัติธรรม เปรียบเหมือนผู้ทรงพระไตรปิฎก
เหมือนไม้จันทน์ที่อยู่ในป่า 
ย่อมเป็นของหายาก

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

สติปัฏฐาน ๔ เพื่อกำจัดมูลแห่งวัฏฏะ



ความงาม ความสุข ความเที่ยง
และความเป็นตัวตน 
๔ อย่างนี้ เป็นมูลแห่งวัฏฏะ
ผู้ที่รู้ไม่ทันจะถูกล่อให้หลง
การปฏิบัติวิปัสสนาในแนวสติปัฏฐาน ๔...
ก็เพื่อกำจัดเสียซึ่งมูลแห่งวัฏฏะนี้เอง

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

ชีวิตที่มีค่ามาก คือเห็นความแปรปรวนในร่างกาย




          ชีวิตที่มีค่ามาก คือ ชีวิตที่เห็นความแปรปรวนในร่างกาย ในชีวิต เป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน เห็นเป็นทุกข์ เห็นว่าไม่ใช่ของเรานั่นแหละ เป็นความรู้ที่ยอดเยี่ยม คุ้มค่าในชีวิตที่เกิดมา  เป็นความรู้จริงในสิ่งที่มีในตัวเราของเรา รู้จักความจริงของชีวิต...

                                                                                                  หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

สติปัฏฐานนั้นมิใช่อะไรอื่น...



สติปัฏฐานนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการใช้สติ
พิจารณากำหนดรู้อยู่ทุกขณะว่า ในขณะหนึ่งนั้นๆ
เรากำลังทำอะไรอยู่ หรือเรากำลังมีความรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่
ทั้งนี้ พิจารณากันในเฉพาะปัจจุบันเท่านั้น
ไม่พิจารณาย้อนไปถึงอดีตและอนาคต แม้สักวินาทีเดียว

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล

การทำตนให้เป็นพระอริยะประเสริฐสุด



การได้เห็นพระอริยะก็ดี การเข้าหาพระอริยะก็ดี
ยังไม่ประเสริฐ เท่ากับการทำตนให้เป็นพระอริยะ 

หลวงปู่ทอง สิริมงฺคโล