แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ครรชิต สุทธิจิตโต แสดงบทความทั้งหมด

ถ้าใจยอมรับ...มันจะลงให้ทุกอย่าง


ถ้าใจยอมรับ...มันจะลงให้ทุกอย่าง
.
เรื่องธรรมะเนี่ยมันเป็นเรื่อง
ที่ขึ้นอยู่กับว่าใจเรายอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ
เพราะฉะนั้นการเข้าใจชีวิตเข้าใจโลก
อันนี้มีความสำคัญ
เมื่อมีเหตุมากระทบ
แล้วมันกระเทือนเข้าไปหาจิต
จิตเราทำความเข้าใจ ปั๊บ ยอมรับได้
มันจะวาง!
.
ถ้าอยากจะ "ดับกรรม"
ยอมรับ! เลย ยอมรับ!
มันจะเข้าสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า
"ให้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ
กำจัดความยินดียินร้ายในโลกนี้เสียให้ได้"
อันนี้เป็นพื้นฐานเลย
วางเรื่องราวที่มันกลุ้มรุมจิตนั้น
มันก็ ปั๊บ เข้าไปสู่ความสงบระงับ
ไปสู่ความดับ ทุกข์ก็ดับได้!
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

10 ก.พ.69


 

"จิตที่มีธรรม"


"จิตที่มีธรรม"
คือจิตใครก็ตามที่มีธรรม
มันก็ต้อง
เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็น "สักแต่ว่า"
เป็นธรรมชาติ มันไม่มีตัวไม่มีตน
สุดท้ายเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นอะไรนั่นแหละ
จะอุปโลกน์ให้มันเป็น จะทำให้มันเป็น
มันก็เป็นไม่ได้
เพราะความจริงมันเป็นอย่างนั้น
"แค่รูปกับนาม"
รูปกับนาม! เราก็เห็นอยู่
ร่างกาย มันเป็นรูป
รูปก็คือสิ่งที่ต้องแตกดับเสื่อมสิ้นสลายไป
แล้วก็จริงด้วย ไม่นานร่างกายเรา
แตกดับเสื่อมสิ้นสลาย
แล้วจะไปเอาอะไรกับมันล่ะ
ของแตกดับ ของเสื่อมสิ้น ของสลาย
ของไม่มีตัวไม่มีตน
แล้วจะไปหลง ไปเอามัน ได้อย่างไรล่ะ
หน้าที่ของเราก็ให้มันรู้แล้วปล่อย
รู้เพื่อปล่อย รู้เพื่อวาง
คือถ้ามันไม่รู้ มันไม่เห็น ก็วางไม่เป็นอีกน่ะ
ต้องเห็นด้วย
เห็นๆๆ ว่าร่างกายเป็นอันนึง
มันอยู่ของมันนี่นา
ตัวจิตน่ะมันไปรู้
แล้วตัวปัญญามันก็เข้าใจขึ้นมา
จิตมันยอมรับขึ้นมา
ทีนี้มันเป็นความเห็นของเราแล้ว
มันเห็นแล้ว แจ่มแจ้งขึ้นมา
นี่แจ้งชัดตามความเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
มันก็คลายออก มันก็ปล่อย ก็วาง
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

22 ธ.ค.68 


 

"การปล่อยวางได้" เป็นบุญที่สูงที่สุด


"การปล่อยวางได้" ของจิตใจของเรา
อันนี้มันเป็นเนื้อหาของ "บุญ"
เป็นบุญที่สูงที่สุดเลย
เพราะอะไร?
เพราะบุญที่สูงสุดก็คือตัวปัญญานี่เอง
ตัวที่มันมาช่วยขัดเกลาจิตเรา
ตัวที่มันมาช่วยดับทุกข์ในใจเรา
เนื้อหาของความเป็นพระพุทธเจ้าก็อยู่ตรงนี้เลย
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 พ.ย.68 


 

ต้องไม่ยินดีไม่ยินร้าย


หลักสำคัญตรงจิตของเรา
ต้องไม่ยินดีไม่ยินร้าย
.
ยึดอะไรไม่ได้เลย วางให้หมด
แม้ผลของการปฏิบัติก็สักแต่ว่า...
.
มันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ไปยินดียินร้ายกับอะไร
มันจะชัด ไม่ชัด ก็ไม่ต้องไปสนอะไร
จิตไม่ยินดียินร้าย พอ!
ทำเหมือนไม่เอาอะไร
.
นี่ล่ะบูชาพระพุทธเจ้าสูงสุดเลย
ก็คือเอาธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้
เข้ามาในจิตเรา
หรือพยายามทำตามพระพุทธเจ้าสอน
โดยเฉพาะเนื้อหาของสิ่งที่พระองค์ทรงตรัสรู้
เนื้อหาของความเป็น "พุทธภาวะ"
.
ก็คือ การที่จิตไม่ยึดติดข้องอะไร
ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ก็สักแต่ว่า...
.
สักแต่ว่าสรรพสิ่ง สักแต่ว่าธรรมชาติ
ให้วางที่จิต แต่เมื่อออกจากการปฏิบัติแล้ว
ชีวิตเรายังต้องดำเนินไป เราเกี่ยวข้องกับอะไร
ควรเกี่ยวข้องยังไงก็ยังต้องเกี่ยวข้องไป
แต่หลักสำคัญตรงจิตของเรา
ต้องไม่ยินดีไม่ยินร้าย
เกี่ยวข้องไปตามความเหมาะสม
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

11 ต.ค.68 


 

รู้ซื่อๆ ดูเฉยๆ


รู้ซื่อๆ ดูเฉยๆ
แล้วก็ให้มันวางของมันเอง
ดูเฉยๆ อะไรมาก็ดูเฉยๆ
ไม่ไปตีความมัน ไม่ให้ความหมายมัน
ไม่ไปพิพากษามัน
ไม่ไปให้ค่ามัน
มาแล้วก็ไป เกิดแล้วก็ดับ
เพื่อ "ละ" นี่แหละ
ความรู้สึกว่ามีเรา ว่าเป็นเรา
เนื้อหาในจิตเนื้อหาของการปฏิบัตินะ
ต้องการให้เห็นว่า อะไรมาแล้วก็ไป
เกิดแล้วก็ดับ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับมัน
คือ รู้เฉยๆ เลย
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

8 ส.ค..68 


 

มันไม่ใช่เราเด็ดขาด


ความทุกข์มาขนาดไหน
ความซึมเศร้าขนาดไหน
ทุกข์โศกขนาดไหน
ถ้าเราตั้งสติได้แล้วก็พยายาม "ดู"
"ดูมัน" เหมือนเราเป็น "ผู้ดู"
อาการเหล่านี้...มันไม่ใช่เรา!
ความทุกข์ทั้งหลายมันไม่ใช่เรา
มันเป็นเราเพราะว่าเราไม่ทันมัน
ถ้าตั้งสติได้
ไม่กลัวหรอกไอ้พวกความทุกข์เนี่ย
ถ้ามีสติรู้ทันมันปั๊บ ก็จะ "เห็น" มัน
อารมณ์อะไรก็ช่าง #ตั้งสติดีๆ เลย
อย่าคิดว่ามันเป็นเรา มันเป็นอารมณ์
มันไม่ใช่เราเด็ดขาด มันเป็นเราไปไม่ได้
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

มันหายหลงก็คือมันรู้เท่าทันอารมณ์



ชนะตัวเองเป็นยอด... พระพุทธเจ้าสอนนะ
ชนะคนอื่นเป็นหมื่นเป็นแสนก็สู้ชนะตัวเองไม่ได้
ชนะตัวเองก็คือสอนตัวเองได้
สอนตัวเองก็คือสอนจิตเราที่มันเคยหลง
ให้มันรู้ให้มันเข้าใจ.. หายโง่หายหลงขึ้นมา
มันหายหลงก็คือมันรู้เท่าทันอารมณ์
ที่มันเกิดขึ้นกับจิตกับใจเรา
#ถ้าเรารู้เท่าทัน_มันก็หมดความหมายนะ
มันก็เป็นแค่ของเกิดของดับ 
ถ้าเรารู้ไม่เท่าทันมัน พวกอารมณ์เนี่ย
มันก็จะเข้ามาครอบงำจิตเรา
จิตเราก็หลงไปกับมัน 
เหมือนอารมณ์เป็นเราเลยนะ ความโกรธก็เป็นเรา
ความโลภก็เป็นเรา ความหลงก็เป็นเรา
ยินดียินร้ายเป็นเราไปหมดเลยนะ
แต่ความจริงพวกนี้เป็นเราไม่ได้ 
เพราะมันเป็นแค่ของเกิดของดับ มันเกิดดับ
ทีนี้เวลาที่มันแสดงออกมาเนี่ย
เขาก็เรียกว่ามันเป็นอาการของสังขาร
สังขารขันธ์ กองแห่งสังขาร 
ที่เรายึดถือว่าเป็นเรา แท้จริงตัวมันเองเป็นสังขาร
สังขารคือสิ่งปรุงแต่ง เป็นกองนะ คือมันหลายเรื่องน่ะ 
วันนี้คิดกี่เรื่องแล้วเนี่ย ลองทบทวนดูนับไม่ถ้วน
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต
วัดป่าภูไม้ฮาว จ.มุกดาหาร

Image by NickyPe from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

วิธีปฏิบัติแบบลัดสั้น


วิธีปฏิบัติแบบลัดสั้น
คือเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า
เชื่อลงไปเลยว่ามันไม่มีเราตั้งแต่ทีแรก
ต่อมามันมีเหตุมีปัจจัย มันก็เกิดเป็นเราขึ้นมา
ธาตุพ่อธาตุแม่ผสมกัน จิตวิญญาณมาอาศัย
โตขึ้นๆ มีขันธ์ห้าขึ้นมา 
ก็หลง หลงยึดขันธ์ห้ามาเป็นเรา 
พอสาวเข้าไปจริง ๆ 
กายก็ไม่ใช่ จิตก็ไม่ใช่
มันไม่มีเรา! 
มันเป็นแค่กระบวนการของธรรมชาติ
เกิดแล้วดับหมด..ไม่ว่ากายไม่ว่าจิต..
มันจึงเป็นเราโดยสมมติ
เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจ 
มันเอาเราไปปฏิบัติ มันยากเลยนะ 
เพราะมันจะมีความอยากขึ้นมา
เราจะเอาอย่างโน้นไม่เอาอย่างนี้ 
จะเอาสติจะเอาสมาธิจะเอาปัญญา
มันถูกหรือมันผิด 
เราจะไปละโน่นละนี่
มีเราหมดเลย!! 
โอ๊ยมันมีเราแล้ว แล้วจะไปละได้ยังไงล่ะ
ต้องเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าลงไปว่าไม่มีเรา! 
แล้วก็ดูว่ามันมีเหตุ...ก็เกิดขึ้น 
หมดเหตุ...ก็ดับไป....อะไรโผล่มา..
ไม่ใช่! ไม่ใช่เรา!! ดูเฉย ๆ
แค่อย่างเนี้ยมันจะเบาสบายทันทีเลยนะ
อะไรโผล่มาก็ช่าง_มันไม่ใช่เรา!
ใส่ความจริงเข้าไปมันไม่ใช่เราเนี่ยมันเป็นสัมมาทิฏฐิ
มันจึงจะเป็นทางออกนะ
ความไม่มีเราคือทางออก 
ความจริงนี่แหละ
ที่ทำให้จิตเราสามารถออกจากความหลงนี้ได้
แต่ถ้าเราหลงว่าเป็นเราๆ มันออกไม่ได้
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

Image by NickyPe from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

ปัญญาที่แท้จริง


"ปัญญาที่แท้จริง"
ก็คือรู้ว่ามันไม่มีอะไรเป็นเราจริง
เป็นเราโดยสมมติ 
"กาย" ก็มาจากธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ธาตุดินน้ำลมไฟข้างในมันเกิดดับตลอดเวลา
.
"จิต" ก็เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์
อารมณ์ทั้งหลายก็เป็นธรรมชาติ
ที่มาอาศัยจิตเกิดอาศัยจิตดับ
มีแต่เกิดดับนะเนี่ยมันยึดไม่ได้!
.
ใครอยากยึดก็ยึดไป... 
เพราะความหลงมันพายึด
ถ้ารู้ว่าความหลงพายึด
ก็ทำตัวเองให้หายหลงเสีย 
อย่าไปยึดมัน!
.
ร่างกาย.. รูป.. ก็ยึดไม่ได้ 
เซลล์ยิบย่อยขนาดไหนเล็กขนาดไหน
ก็เกิดดับตลอดเวลา มันยึดไม่ได้ 
แต่มันต้องเข้าไปเห็นด้วยญาณ 
ไม่ใช่ความคิดนะ
ญาณเนี่ยเข้าไปเห็นด้วยตัวจิตเอง
พร้อมกับธรรมะที่มันห้อมล้อม
ทำให้มันมีข้อสรุปตัดสินแจ้งชัดลงไปว่า
ไม่ใช่ ไม่ใช่เราแน่นอน
.
ยิ่งถ้ามันไม่ยึดจิตเลย
ก็เท่ากับมันไม่ยึดทั้งกายไม่ยึดทั้งจิตแล้ว
มันก็ไม่ใช่ทั้งกายไม่ใช่ทั้งจิต
ไม่ใช่ทั้งผู้รู้และสิ่งถูกรู้
คือมันไม่มีอะไรเป็นเราได้เลย
.
ไม่ว่าดูรูปดูเวทนา...ก็เกิดดับอย่างรวดเร็ว
ดูสัญญา..ก็เกิดดับอย่างรวดเร็ว 
สังขาร..เกิดดับอย่างรวดเร็ว
วิญญาณ..เกิดดับอย่างรวดเร็ว
แต่ด้วยอำนาจของอุปาทาน
มันดับไปแล้วมันยังนึกขึ้นมาใหม่
มันก็มีเวทนาใหม่ คิดปรุงแต่งขึ้นมาใหม่ 
วิญญาณใหม่ ของใหม่ทั้งนั้นแหละ 
.
แต่เราไม่เห็น มันก็เป็นเราๆ 
พอมันเกิดทุกขเวทนาก็เป็นเราทุกข์ แน่ะ
พอไม่เห็น.. จิตเราไม่ละเอียดพอ
ที่จะไปเห็นว่ามันเกิดดับ
มันก็เป็นเราสิ เป็นเรา..เราก็ทุกข์สิ 
นี่ล่ะมันเป็นทุกข์ ท่านถึงว่า
เป็นทุกข์เพราะความหลง 
ทุกข์เพราะอวิชชา 
มันหลงยึดเอาสิ่งที่ไม่ใช่เรามาเป็นเรา 
จริงๆ มันไม่มีอะไรเป็นเราเลย 
มันเป็นธรรมชาติ!
.
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

Image by artvizual from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


1 ส.ค.67


 

คือ รู้เฉยๆ เลย


"ไอ้ตัวจิต"
มันเสกสรรอะไรขึ้นมา
ก็อย่าไปยุ่งกับมัน แค่ดูเฉยๆ
ดูมัน.....
มันมาเอง ให้มันไปเอง
ตั้งหลักอย่างเนี้ย
แค่อย่างเนี้ย ให้มันง่ายๆ นะ
รู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ มาก็ไป มาก็ไป
อย่าไปวุ่นวายกับมันมาก
เพื่อ "ละ" นี่แหละ
ความรู้สึกว่ามีเรา ว่าเป็นเรา
เนื้อหาในจิตเนื้อหาของการปฏิบัตินะ
ต้องการให้เห็นว่า อะไรมาแล้วก็ไป
เกิดแล้วก็ดับ คือไม่ต้องไปตั้งท่ามาก
ไม่ต้องไปจดไปจ้อง ไม่ต้องไปวุ่นวาย
คือ รู้เฉยๆ เลย.

พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตฺโต

Image by ignartonosbg from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา