แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม แสดงบทความทั้งหมด

ถ้าหากว่า เราได้พุทโธแล้ว


ถ้าหากว่า เราได้พุทโธแล้ว 
ให้พิจารณาอย่างนี้ก่อนคือ...
หากใครเขาด่าว่าเรา ให้เรา 
ลองนั่งชั่งใจดูว่า...
เรา โกรธเขาไหม ?
ถ้ายังโกรธอยู่ 
ก็หมายความว่า...เรายังรับรู้ การด่าของเขา
เราเอาจิต...ของเรา 
ออกมารับคำด่า เรายังอดทน ไม่ได้
แสดงว่า...เรายังไม่ถึง  
หรือไม่ได้พุทโธ อย่างแท้จริงนั้นเอง

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

Image by Alexas_Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

คนมีปัญญา ต้องรู้เท่าทันกิเลส




เมื่อได้ฝึกอบรม มีองค์พระพุทโธ
อยู่ในจิตใจแล้ว สมควรแล้ว
ก็จะรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้ เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น
ที่ว่ารู้ รู้เรื่องอะไร? ก็รู้เท่าทันกิเลส
คนมีปัญญา ต้องรู้อย่างนี้นะ
อย่าไปรู้เรื่องอื่นๆ ยิ่งไปกว่ารู้เท่าทันกิเลส !


หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

ร่างกายนี้ คือ ศูนย์รวมแห่งความทุกข์



ร่างกายนี้ คือ ศูนย์รวมแห่งความทุกข์
ถ้าไม่มีความพอใจในร่างกาย...จิตใจ ไม่ยึดติด
จะรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระที่แท้จริง

 หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

พระอรหันต์ไม่มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ



          พระอรหันต์นั่นนะ ท่านไม่มีพุทโธ ธัมโม สังโฆ ดอก...คือ พ้นจากอุปาทาน นั่งอยู่นิพพาน นอนอยู่นิพพาน นิพพานไม่ใกล้ไม่ไกล เมื่อถอนอุปาทานแล้ว ใจเป็นนิพพาน คือ พระอรหันต์ไม่มีพุทโธ สังโฆ 
ท่านพอแล้ว..เฉยจากรูป เฉยจากเวทนา เฉยจากสัญญา เฉยจากสังขาร เฉยจากวิญญาณ จึงเป็นนิพพาน 
เมื่อจิตเป็นนิพพานแล้ว ชาติ เกิดไม่มี ชราธมฺโม ไม่มีแก่ พยาธิ ความเจ็บไม่มี มรณ ความตายไม่มี

                                                                                                หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม 

อยากไปนิพพาน ต้องไม่ติดอะไรทั้งนั้น



          อยากไปพระนิพพาน ก็ต้องไม่ติดอะไรทั้งนั้น ดี-เลว,ติดกลิ่น, ติดสี,ติดรส,ติดสถานที่, ติดร่างกายของครูบาอาจารย์ซึ่งไม่เที่ยงทั้งสิ้น อะไรที่เข้ามากระทบทางทวารทั้ง ๖ หรืออายตนะ ๖ ต้องวางให้ได้ รู้อารมณ์ตามจริตที่เกิดให้ได้ ศึกษากรรมฐานแก้ให้ดีๆ ต้องคล่องจริงๆ จึงจะชนะอารมณ์ตามจริตได้

                                                                                               หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

หากปล่อยวางเสียได้



หากปล่อยวางเสียได้ จิตใจย่อมจะผ่องใส

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

พระธรรมอยู่ที่ไหน



ธมฺโม จ วินโย จ พระธรรมอยู่ที่ไหน 
เดิมทีอยู่ที่กายพระพุทธเจ้า ที่ใจพระพุทธเจ้า 
น้อมเข้ามาในกายของเรา ก็เป็นตัวเดียวกันนั่นแหละ 
พระธรรมที่ใจของเรา วินัยก็ที่ใจของเรา

ธรรมนั้นคืออะไร รูปก็พระธรรม เวทนาก็พระธรรม 
สัญญาก็พระธรรม วิญญาณก็พระธรรม 
ตาก็พระธรรม หูก็พระธรรม จมูกก็พระธรรม 
ปากก็พระธรรม กายก็คือพระธรรมนั่นแหละ 

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

ไม่ต้องโกนหัวก็เป็นพระได้



... เราก็มาหัดเป็นพระกัน
 พ่อออก (อุบาสก) ก็เป็นพระ
 แม่ออก (อุบาสิกา) ก็มีใจเป็นพระ
 บ่ต้องโกนหัวบวชก็เป็นพระได้
 เป็นพระอยู่ที่ใจ จิตใจมันเป็นพระ
 สร้างให้อุดมสมบูรณ์ ให้มันเกิดให้มันมีขึ้น
 นั่นแหละหลักพุทธศาสนา มันเป็นอย่างนั้น...

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

กลัวผีให้ภาวนาพุทโธ




          คำว่า พุทโธ นี้ ผีเกรงกลัวที่สุด เพราะอานุภาพของ พุทโธ และจิตที่เป็นสมาธิ พวกภูตผีต่างๆ จึงไม่อาจทำอันตรายใดๆ แก่เราได้ และเมื่อเราแผ่เมตตาให้ พวกนั้นก็น้อมรับในส่วนบุญ กลายเป็นมิตรไปกับเราเสียอีก ถ้าหากท่านผู้ใดกลัวผีก็ขอให้ภาวนา พุทโธ พุทโธ จนจิตเป็นสมาธิ ความกลัวจักหายไปเอง



                                                                                         หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

สัตว์เดรัจฉาน “มันดีกว่าคน”




สัตว์เดรัจฉาน “มันดีกว่าคน”
ตรงที่มันไม่มีมายา ไม่หลอกลวงใคร
มีครูอาจารย์ก็คือคน 
เป็นสัตว์ที่น่ารักน่าสงสาร
คนเราซิโง่ เป็น“พุทธะ”ได้ 
แต่หลอกลวงตนเองว่า เป็นไปไม่ได้ 
ร่างกายก็มีให้พิจารณาว่าเป็นของเน่า
เป็นของเหม็น 
แต่เราพิจารณาว่าเป็นของหอมน่ารัก 
“โง่ไหมคนเรา” 

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม


ธรรมะอยู่ที่ตัวเรา



ธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
พวกเรามองข้ามไปเสียหมด อยู่ที่ตัวของเรานี้เอง มิใช่อื่น
พุทธะคือผู้รู้ ก็ตัวของเรานี้เอง มิใช่ใครอื่น
เช่นเดียวกันกับไข่ ไข่อยู่ข้างในของเปลือกไข่
ทำให้เปลือกไข่แตก เราก็ได้ไข่
พิจารณาร่างกายของเราให้แตก 
แล้วเราก็จะได้ธรรมะ

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม


นกยูงทอง



          นกยูงทองบินไปได้ ก็อาศัยขนปีก ขนหาง ถ้านกยูงขาดขนปีกขนหาง บินไม่ได้ ใจบ่มีพุทโธ จะไปสวรรค์ ก็บ่ได้ ใจบ่มีธัมโม ไห้หาสวรรค์ ก็บ่ได้ ใจบ่มีสังโฆ ไปบ่ได้ ทั้งนั้น

                                                                                               หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม