แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ปสันโน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ปสันโน แสดงบทความทั้งหมด

ทางธรรมการละคือการได้



แก่นของการปฏิบัติ
ไม่ใช่ว่าเราได้อะไรมากมาย
แต่ว่า เรายินดีในการละ
ละทิฐิมานะของเรา
ละความอยากของเรา
ละความรำคาญของเรา
ละความน้อยใจ เสียใจของเรา
เมื่อเราพร้อมที่จะละ พร้อมที่จะวาง
ก็เป็นการเปิดช่อง
ให้ธรรมะหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเรา
“หนทางไม่ห่างไกล“
ปสนฺโน ภิกขุ
มุทิตาจิต น้อมถวายอาจาริยบูชา
พระราชโพธิวิเทศ วิ. (พระอาจารย์ปสันโน)
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

9 มี.ค.69


 

ให้ยอมรับว่าโลกมันก็เป็นอย่างนี้


ความทุกข์พร้อมที่จะเกิดอยู่เสมอ
ถ้าเราไม่มีสัมมาทิฏฐิ...
.
บางคนก็มาบ่นมาถามอาตมาว่า
ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาที่ทำงาน
คนนั้นก็มาทำความรำคาญให้เรา 
คนนี้ก็ทำไม่ดี คนนั้น…ก็รู้สึกว่า
เขาทำให้เราเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว
ความจริงไม่ใช่ว่าคนนั้นมาทำ
แต่เป็นเพราะเราไม่มีสัมมาทิฐิ
ไม่รู้ว่าเราจะต้องพบสิ่งที่…เราไม่รัก ไม่ชอบใจ 
มันก็แค่นี้แหละ 
.
เราต้องตั้งสัมมาทิฐิไว้ในใจ
ให้ยอมรับว่าโลกมันก็เป็นอย่างนี้
เราต้องปลูกความรู้สึกอยู่เสมอ
ให้มีความเห็นชอบ...

พระอาจารย์ปสันโน

Image by www_slon_pics from pixabay

จาก Fb.Achara Klinsuwan

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อาหารของอารมณ์


การฝึกจิตใจ
เราต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง
ด้วยอุบายหรือโดยการจินตนาการว่า 
เรานั่งอยู่ในห้องว่างบนเก้าอี้ตัวเดียวนั่นแหละ 
ถึงจะมีอารมณ์ มีความรู้สึก 
หรือมีการนึกคิดใดๆ เกิดโพล่งขึ้นมา 
ก็ให้เหมือนกับมีคนเข้ามา แต่เราก็ไม่คุยด้วย 
ไม่คลุกคลีด้วย เดี๋ยวเขาก็กลับไปเอง
เราเป็นแค่ผู้รู้ รักษาผู้รู้ รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น 
แต่เราไม่ใส่ใจ ไม่ให้ความสนใจ.. 
แต่ว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว 
เราไม่เลี้ยงมันไว้ด้วยความปรุงแต่ง 
ไม่ให้อาหารมัน ความคิดหรือความรู้สึกนั้น
ก็จะสลายออกไปจากจิตใจเราเอง มันจะอยู่ไม่ได้...
เมื่อความคิดเกิดขึ้นในจิตใจ 
หากเราไปเลี้ยงมันไว้ด้วยความชอบใจบ้าง 
ไม่ชอบใจบ้าง สนใจว่ามันจะต้องคิดเรื่องนี้ 
สนใจในเรื่องอดีตอารมณ์บ้าง 
หรือสนใจวิพากษ์วิจารณ์ถึงอนาคตบ้าง 
ให้ความสนใจเมื่อไร เหมือนกับเราให้อาหารมัน 
มันเป็นอาหารของอารมณ์ ให้ความสนใจเมื่อไร 
ให้ความพอใจหรือความไม่พอใจ 
ก็ล้วนเป็นอาหารของมัน เท่ากับว่าเลี้ยงมันไว้ 
เมื่อเลี้ยงมันไว้ มันก็จะแพร่พันธุ์
จนพะรุงพะรังเต็มจิตใจของเรา 
.
พระอาจารย์ปสันโน
จากหนังสือ ธรรมะปลุกใจ
Image by flo222 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา






การให้ที่วิเศษ


..การทำตัวเองให้เป็นกัลยาณมิตรต่อผู้อื่น 
เป็นการให้ที่วิเศษ
จะให้วัตถุสิ่งของ จะให้เงินทอง 
จะไปยกที่ดินให้คนอื่น จะไปมอบทรัพย์สมบัติให้เขา 
มันไม่มีคุณค่าเท่ากับเราเป็นกัลยาณมิตรกับเขา 
เราเป็นเพื่อนที่ดี เป็นคนที่มีคุณธรรมจริง ๆ 
เขาเห็นเรา เขาไว้ใจได้ 
เห็นเราเขาเกิดความชื่นใจในสิ่งที่ดีงาม 
คือ พูดถึงการกระทำ 
อย่างนี้เป็นการให้ที่วิเศษ 
คนมักให้วัตถุสิ่งของซึ่งไม่ยากหรอก 
แต่ว่าให้ตัวเองเป็นตัวอย่าง 
ให้ตัวเองเป็นผู้ที่ไม่มีพิษมีภัยต่อผู้อื่น 
อย่างนี้เป็นการให้ที่สำคัญมาก 
ซึ่งทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ให้กัน

พระอาจารย์ปสันโน

Image by TomaszProszek from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นความไม่เที่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


เห็นความไม่เที่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก..
ถ้าหากว่าได้น้อมเข้ามาในจิตใจ 
เป็นโอปนยิกธรรมจริงๆ 
จะเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกถอดถอน 
เกิดความรู้สึกสลัดทิ้ง..
..ทำให้เราคลี่คลาย
ออกจากความยึดมั่นถือมั่นได้ 
ดูทุกอย่างทั้งโลกภายนอกก็ดี 
ทั้งโลกภายในก็ดี 
จิตใจของเราก็ดี เออไม่เที่ยง
..ไม่ตั้งความหวัง ไม่ตั้งความปรารถนาที่จะให้ได้ตามที่คิด..
มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในลักษณะไหน 
ก็ไม่ได้ตกใจ..เพราะรู้ว่ามันจะเปลี่ยนอยู่แล้ว 

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สิ่งที่ไม่ธรรมดาสำหรับผู้ปฏิบัติ




เรื่องที่จิตขาดสติ ลอยไปไหนๆ 
หรือมีความคิดแทรกเข้ามา มันเป็นเรื่องธรรมดา 
แต่ที่ไม่ธรรมดาสำหรับผู้ปฏิบัติคือ 
การยอมต่อการปรุงแต่ง ความฟุ้งซ่าน และความวุ่นวาย

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เราต้องมีสติที่ตรึงไว้อย่างมั่นคงในร่างกาย



จิตจะหมุนไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
แค่ดึงสติให้กลับมาอยู่กับร่างกาย 
เป็นวิธีที่จะรักษาจิตใจให้มันถูกต้อง 
อาจจะเป็นการดูลมหายใจเข้าออก 
หรือ พิจารณาเวทนาอยู่ในร่างกาย 
มีสติในทุกอิริยาบถ หรือธาตุทั้งสี่ ก็แล้วแต่ 
สิ่งที่สำคัญ คือเราต้องมีสติ
ที่ตรึงไว้อย่างมั่นคงในร่างกาย

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ถ้าเราไม่ให้อภัย คือเรายังยึดทุกข์ไว้



ถ้าเราไม่ให้อภัย คือเรายังยึดทุกข์ไว้
เราก็จะสร้างตัวตนขึ้นบนความทุกข์เรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด 
เมื่อเกิดมีตัวตนเมื่อไร ทุกข์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ผู้มีเมตตาธรรมจะทำความสงบจิตเร็ว



ผู้มีเมตตาธรรมจะทำความสงบจิตเร็ว ความสงบจะเกิดขึ้นเร็ว 
นี่ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจ 
คือถ้าหากว่าเรามีเมตตาภายในจิตใจของเรา 
ก็คือเราไม่มีความรำคาญ ความหงุดหงิด
และไม่แบกความไม่พอใจไว้ เรามักจะแผ่ออก 
แม้แต่ความน้อยใจเสียใจ ถ้าเรามีเมตตาธรรม 
มันไม่ค่อยจะเกาะไว้ที่จิตใจของเรา 
เวลาเราทำสมาธิ จิตก็จะสงบเร็ว
สาเหตุอย่างหนึ่งก็เพราะว่าจิตเป็นสุขอยู่แล้ว 
อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยสอน 
จิตใจที่มีความสุข สมาธิจะเกิดขึ้นง่าย

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

หมดความคิดผิด ก็หมดอัตตา




ถาม : สักกายทิฏฐิ กับ อัตตา เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่

ตอบ : ไม่ สักกายทิฏฐิ คือ ความเห็นว่า
มีตัวตนอยู่ในร่างกายนี้จิตใจนี้ 
อัตตาเป็นเรื่องสมมติ สมมติว่ามีตัวมีตน 
อัตตาเป็นสิ่งที่ไม่มีสาระ ไม่มีที่ตั้ง
ถาม : วิธีขจัดอัตตาทำอย่างไร
ตอบ : ก็ไม่ต้องขจัด เพราะว่ามันไม่มี มันก็ง่ายดี

หมดความคิดผิด มันก็หมดเรื่อง

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

คิดแค่ลมหายใจเข้า-ออกก็พอ



ไม่ต้องคิดไกลไปถึงโน่นหรอก ว่าชีวิตทั้งชีวิตจะเอาอย่างไร
เอาเฉพาะลมหายใจเข้ากับลมหายใจออก คิดแค่นั้น
ถ้าเราอาศัยความปรุงแต่ง คิดไปรอบจักรวาล ก็ไม่จบหรอก
แต่ถ้าจะหาทางจบ เราหาสิ่งที่ใกล้ตัวเรา
สิ่งที่ใกล้ที่สุดคือ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
คิดแค่นี้ และให้มันเป็นที่ตั้งแห่งการกำหนด
เป็นที่ตั้งแห่งความสงบ เป็นที่ตั้งแห่งความมั่นคง...

พระอาจารย์ปสันโน

ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น



          สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เป็นคำสอนที่เป็นคำสรุปของธรรมทั้งหลาย...คือทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม ไม่ดีก็ตาม สิ่งที่น่าปรารถนาก็ตาม ไม่น่าปรารถนาก็ตาม ของละเอียดของหยาบ ก็ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ทางออกจากกองทุกข์ ทางออกจากความเศร้าหมองภายในจิตใจของเรา มันอยู่ตรงที่ว่า เราไม่ยึดมั่นถือมั่น

                                                                                                        พระอาจารย์ปสันโน

การปฏิบัติที่แท้จริง...



การปฏิบัติที่แท้จริงนั้น
คือการมีสติ
ทุกลมหายใจเข้าออก

พระอาจารย์ปสันโน

ทำงานด้วยสติต่อเนื่อง จะไม่เหนื่อย



โดยปกติ เราทำอะไร ถ้าสติของเรามีความต่อเนื่อง 
พอเราทำเสร็จจะไม่เหนื่อย จะมีความชื่นใจ  
เป็นหลักธรรมชาติอย่างหนึ่งของจิตใจ...

พระอาจารย์ปสันโน

สติจะทำให้อารมณ์อ่อนกำลังลง



ตามธรรมชาติของจิต ถ้าเราสามารถตั้งสติไว้กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง 
มันจะทำให้อารมณ์นั้นอ่อนกำลังลง...
พอตั้งสติไว้ให้ดี กำหนดรู้ให้ดี ธรรมชาติของสติจะทำให้อารมณ์นั้นระงับ
แต่ตัวเราเองก็ไม่ยอมให้ระงับ กลับพอใจและยินดีกับความโกรธ
เพราะว่ามีเหตุผลของความโกรธ
เหตุผลของความลำเอียง เหตุผลของความหมั่นไส้
เมื่อเหตุผลนั้นมีกำลังมากกว่าสติ อารมณ์ก็เกิดขึ้นมา

พระอาจารย์ปสันโน

ให้จิตเป็นกลาง



          ...ถึงจะชอบใจมากแค่ไหน ก็ไม่สมควรจะตื่นเต้นตาม ถึงจะไม่ชอบใจสักเท่าไร ก็ไม่สมควรปล่อยให้จิตใจเศร้าหมอง...เราต้องพยายามให้จิตเป็นกลาง ที่เป็นกลางนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึก ไม่มีอารมณ์เลย แต่ว่าเป็นกลางโดยมีสติสัมปชัญญะ รู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดต่างๆ มีความมั่นคงท่ามกลางความรู้สึกต่างๆ...

                                                                                                       พระอาจารย์ปสันโน

เราปฏิบัติโดยอาศัยพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่ง...



          …เราปฏิบัติโดยอาศัยพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่ง แต่ว่าเป้าหมายอย่างหนึ่งของการปฏิบัติ ก็เพื่อให้คุณสมบัติของสรณะที่พึ่งของเรานั้น เกิดขึ้นในจิตใจอย่างสม่ำเสมอ...

                                                                                              พระอาจารย์ปสันโน