แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร แสดงบทความทั้งหมด

หลบอยู่ในธรรมของพระพุทธเจ้า หลบพ้น


กรรมใครกรรมมันนะ อย่าลืม 
ใครเขาอยากจะตีให้เขาตีไป 
เราหลบได้เราหลบ หลบอยู่ในธรรม
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่มีตัวมีตน 
หลบพ้นนะลูก 
.
ถ้าหลบไม่พ้นก็ให้รับอย่างพระโมคคัลลานะ 
รับอย่างคนฉลาด อย่ารับอย่างโง่ ๆ 
รับแล้วไปนิพพาน คือ 
รับด้วยจิตผ่องใสบริสุทธิ์ 
ไม่ใช่รับด้วยความขัดข้องหมองใจ 
.
จิตไม่บริสุทธิ์ การไปของจิตก็บริสุทธิ์ไม่ได้ 
อย่ารับอย่างคนโง่ 
เพราะมีอบายภูมิ ๔ เป็นที่ไป

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by flutie8211 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

เป็นคนดูเสียมันก็หมดเรื่อง




จะมาห่วงสังขารคนอื่นทำไม
มันเกิด-ดับของมันอยู่อย่างนั้น
ในสมัยพุทธกาลก็เคยมีมาแล้ว
พระพุทธเจ้าไม่สบาย พระอานนท์มาร้องไห้
เลยต้องสอนกันใหม่
มันก็เหมือนสนามฟุตบอล
เราอย่าลงไปเล่นกับเขา
เป็นคนดูเสียมันก็หมดเรื่อง
ถึงธรรมะก็พ้นเกิด พ้นตาย...
หลวงปู่บุดดา ถาวโร
Image by geralt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

แก่นศาสนา


พ้นเกิดแก่เจ็บตาย พ้นในปัจจุบันนี้แหละ
ให้พ้นเกิดพ้นตาย จะได้ทำงานให้พระศาสนา
ต้องพูดอย่างธรรม พูดอย่างคนจะขัดคอคนนะซิ
ไม่มีใครเกิด..ไม่มีใครแก่..ไม่มีใครเจ็บ
ไม่มีใครตาย..นั่นแหละเป็นแก่นศาสนา

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by net0702 from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไปโลกุตตระ



มากับกุศล อยู่กับกุศล 
ก็ไปกับกุศล เรียกว่าไปโลกีย์
พ้นทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม 
ไปโลกุตตระ
หมดหลงก็หมดเกิดดับ

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Photo by Erik Kossakowski on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ทานก็ถึงพระนิพพานได้


ทานก็ถึงพระนิพพานได้ 
ธรรมทาน อภัยทาน เรียกว่า “ทานภายใน”
ทานภายในไม่มีข้าศึกศัตรู 
ไม่มีกาลสมัย เป็นอกาลิโก เขาไม่สอนอย่างนี้
กลัวจะได้เร็ว มัวแต่สอนทานภายนอก 
ได้ก็ช้า มีอันตรายเพราะจะหลงลืม
จิตมีทาน ศีล ภาวนา ไปได้เร็ว 
แต่จะเอาแค่ทาน ศีล ภาวนา ภายนอก ไปไม่ได้เร็ว 
ทานภายในก็อภัยทานและธรรมทาน

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

Image by copperscaledragon from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





อภัยทานอยู่ที่จิต



อภัยทานอยู่ที่จิต
จะมัวให้กายทำโน่นทำนี่อยู่ทำไม 
เสียเวลา
ธรรมทาน อภัยทาน เป็นทานภายในที่สูงสุด 
เหนือทานภายนอก
ถ้าเราเอากำไรในทาน ศีล ภาวนาภายนอก 
ก็ได้แค่โลกีย์ 

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

เพราะมันไม่ถึงจิต



คนทำทานมา ๒๐ ปี 
ฟังเทศน์มา ๒๐ ปี 
ภาวนามา ๒๐ ปี
ทำไมถึงไม่หายหลง
เพราะมันไม่ถึงจิต
แค่ถึงกายมันเนิ่นช้า
คนเดินทางอ้อมไม่ถึงจิต 
เพราะติดวัตถุเป็นใหญ่

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ต้องหาความธรรมดาแห่งความสกปรกนี้ให้พบ


จงอย่ากลัวความสกปรก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในขันธ์ ๕ 
เกิดมาจากความสกปรกทั้งหมด.
ยอมรับความสกปรกอันเป็นพื้นฐานแห่งชีวิตของมนุษย์โลกนี้ 
แห่งธาตุขันธ์ในโลกนี้ เราล้วนอยู่ในความสกปรกเหล่านี้ทั้งสิ้น 
มันเป็นธรรมดาของโลก 
พวกเอ็งต้องหาความธรรมดาแห่งความสกปรกนี้ให้พบ 
เมื่อนั้นจิตของพวกเอ็งจักคลาย
จากราคะและปฏิฆะลงได้อย่างสิ้นเชิง

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ทำอย่างไร จิตจึงเป็นผู้รู้




จิตของผู้ฝึกดีแล้ว จะรายงานบอกตัวเองเสร็จสรรพ 

ว่าสิ่งไหนควรรู้ สิ่งไหนไม่ควรรู้ 
อาการเก็บสิ่งสัมผัสส่งเดช ไม่มีในจิตของท่านผู้รู้ 
อย่าไปคิดนะว่า จิตของท่านไม่มีความรู้สึก 
ยิ่งฝึกจิตดีเท่าไหร่ อะไรมากระทบสัมผัส 
ยิ่งรู้สึกได้ดีและแม่นยำปานนั้น 
หากแต่จิตของท่านละเอียด 
สามารถแยกธรรมที่เป็นสาระ ออกจากธรรมที่ไม่เป็นสาระได้



เอ็งจงดูและศึกษาปฏิปทาของท่านผู้รู้
ว่าเป็นอย่างไร จิตจึงจักเป็นผู้รู้ได้ 
การสำรวมอายตนะ ๖ 
จุดสำคัญ คือ สำรวมที่จิต 
ทำจิตให้สงบด้วยอานาปานัสสติ 
ระงับนิวรณ์ ๕ ประการ 
ก็คือระงับความปรุงแต่งของจิต 
ไม่ให้ไหวไปตามอายตนะสัมผัสทั้งปวง


หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ติดตามหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์อีกมากได้ที่ : 
บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

มึงตายเมื่อไหร่ กูสบายเมื่อนั้น




... เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด 
ขอให้จิตอยู่ในความสงบ 
อยู่ในอารมณ์พระกรรมฐานก็แล้วกัน 
แยกกายสังขารให้เป็น แยกจิตสังขารให้เป็น 
วางเฉย ให้อยู่ในอารมณ์สังขารุเบกขาญาณ 
คือทุกข์กายต้องระงับ แต่จิตไม่เกาะติดอยู่กับมัน 
ยอมรับสภาวะทุกข์ของกายโดยดุษฏี 
บอกมันไว้เสมอๆ ว่า มึงตายเมื่อไหร่ 
กูสบายเมื่อนั้น


หลวงปู่บุดดา ถาวโร

จิตสดใสร่าเริงในธรรมคือจิตที่มีกำลัง



          จิตสดใสร่าเริงในธรรมคือจิตที่มีกำลัง คือจิตที่ผ่องใส ตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เอ็งต้องลง “ตัวธรรมดา” ให้ได้ และทำจิตให้เป็นธรรมดาของโลกุตระวิสัยให้ได้ จิตเอ็งถึงจะร่าเริงสดใสในธรรมนั้นๆ ได้ อย่าลืมเอาจิตอยู่กับกาย เอากายอยู่กับจิตให้มากๆ

                                                                                                         หลวงปู่บุดดา ถาวโร

สุขอย่างยอดคือ การนำความถือตัวออกเสีย




...สุข เพราะไม่เบียดเบียน 
สุข เพราะปราศจากราคะก้าวก่าย
ข้ามกามเสียได้ 
สุขอย่างยอดคือ 
การนำความถือตัวออกเสีย

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ดูกายดูใจปัจจุบันบ่อยๆ ซี่ ! ถึงเองแหละ



ปุจฉา :- หลวงปู่ครับ ปฏิบัติสิ้นทุกข์โดยเร็วทำยังไงครับ
วิสัชชนา :- ก็รู้ทุกข์แล้ว โยนน้ำเสียก็แล้วกัน ก็สิ้นทุกข์ไป
ปุจฉา :- อยากทำตามหลวงปู่ไวๆ จะทำอย่างไรครับ?
วิสัชชนา :- อยากตามไวๆ ก็ตามปัจจุบันซี่ !
เออ ! โง่อย่างไรล่ะ ! ตามอดีตอนาคตก็โค้งไปโค้งมาซี่ ! ...
ดูกายดูใจปัจจุบันบ่อยๆ ซี่ ! ถึงเองแหละ

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

วิธีปฏิบัติให้เห็นตัวไม่ตาย




วิธีปฏิบัติให้เห็นตัวไม่ตา 
คือ ให้มีสติรู้ปัจจุบันที่กายกับจิต
หรือรู้ปัจจุบันที่รูปกับนาม 
ใช้โทรศัพท์เบอร์เดียวกัน 
ระหว่างกายกับจิต 
หากอันหนึ่งตายก็พูดกันไม่รู้เรื่อง

หลวงปู่บุดดา ถาวโร 

ผู้ปฏิบัติจะพ้นได้ ต้องสำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ



...ผู้ปฏิบัติจะพ้นได้ ต้องสำรวมตา หู จมูก 
ลิ้น กาย ใจของตน อย่าได้ยินดียินร้าย
และมั่นคงในศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐
เมื่อเจตนาละเว้นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
บริสุทธิ์ทั้ง ๓ ไม่ทำบาปในที่ลับและที่แจ้ง
เจตนาทำบาปไม่มี จึงพ้นอบายภูมิ
เราพาตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เข้าสู่บารมี
ทศบารมี ทศอุปปารมี ทศปรมัตถปารมี
ให้เต็มรอบเพียงใด เราก็จะพ้นภัยเกิดตายนั่นเอง

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

กาย วาจา ใจ เป็นสมาธิ...



กาย วาจา ใจ เป็นสมาธิ คือ
ไม่หวั่นไหวไปตามรูปที่ดีและที่ชั่ว ที่มากระทบในตา
เสียงดีเสียงชั่ว กลิ่นเหม็นกลิ่นหอม
ไม่เป็นไปตามอารมณ์ 
ให้เป็นสมาธิอยู่ที่ใจ ...
ทุกลมหายใจเข้าออก
และเป็นอารมณ์อยู่ในปัจจุบั

หลวงปู่บุดดา ถาวโร

แม้แต่ความดีก็จงอย่ายึดถือ



           จุดมุ่งหมายของพระองค์มุ่งสอนคนให้พ้นทุกข์ เพื่อไปพระนิพพาน จึงสอนเพื่อละ ไม่สอนเพื่อยึด สอนให้เหมาะกับจริตในหมู่ชนที่พระองค์ทราบดีว่าสอนแล้วมีผล เขารับฟัง แล้วสามารถไปถึงนิพพานได้ แต่ในหมู่ชนที่พระองค์เห็นว่าเขาไปไม่ได้ ยังมีกำลังบารมีไม่พอ พระองค์ก็สอนให้เขาละความชั่ว ทำแต่ความดี แล้วพยายามทำจิตให้ผ่องใสไว้เสมอเพื่อกันนรก สำหรับผู้ที่ไปได้ก็สอนด้วยหลักเดียวกัน คือ ให้ละชั่ว-ทำดี-ทำจิตให้ผ่องใส แต่สอนให้ละเอียดขึ้นว่า แม้แต่ความดีก็จงอย่ายึดถือ (จงทำดีแต่อย่าติดในความดี) เพราะผู้ที่ทำบุญ (ทำดี) แล้วติดบุญ ก็ไปได้แค่สวรรค์ ผู้ทำจิตให้สงบแล้วติดในความสงบ ก็ไปได้แค่พรหม หากจะไปนิพพานนั้นต้องละทุกอย่าง จึงจะไปได้ถึง

                                                                                                          หลวงปู่บุดดา ถาวโร

วิธีกราบพระเพื่อระงับความโกรธ



                                                          วิธีกราบพระเพื่อระงับความโกรธ

         การกราบพระทำให้จิตใจเกิดความอ่อนน้อม หมดความมานะถือตัว สภาพจิตใจเช่นนี้ ความโกรธเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นหากท่านใช้วิธีระงับโกรธหลายวิธีแล้วยังไม่ได้ผล ขอแนะนำให้ใช้วิธีกราบพระ ท่านว่าได้ผลชงัดนัก วิธีง่าย ๆ เมื่อใดที่โกรธ ให้ก้มลงกราบพระทันที และในขณะที่ท่านกราบพระ ให้นึกถึงใบหน้าของ คนที่ท่านโกรธ ท่านจะพบด้วยตนเองว่าตราบใดที่ท่านยัง กราบพระอยู่ ความโกรธจะไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้เลย

                                  (จากเทคนิควิธีกำราบความโกรธส่วนตัวของหลวงพ่อบุดดา ถาวโร)

อย่าได้ไปยึดความเกิด ความดับ


          กาย..วิมุติได้ วาจา..วิมุติได้ ใจ..วิมุติได้ มันไม่มีใครยึดใคร อย่าได้ไปยึดความเกิด ความดับ เป็นสัตว์ เป็นสังขาร เป็นเรา เป็นของเราเสีย...เท่านั้นเอง

                                                                                                หลวงปู่บุดดา ถาวโร

ไม่มีใครเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นแก่นศาสนา



...ไม่มีใครเกิด ไม่มีใครแก่ ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย 
นั่นแหละเป็นแก่นศาสนา 
เป็นแก่นไม้สัก ไม้ยาง เป็นแก่นไม้ประดู่ลาย 
เราจะไปเอากระพี้หรือเปลือก ใบ เป็นศาสนา 
เอาใบลานเป็นศาสนา เอากระดาษเป็นศาสนา ถูกเหมือนกัน แต่มันถูกแต่ชื่อ
ถ้าถูกโดยว่าหมดอาสวะได้ ต้องถึงจิตถึงใจนั่นเอง 
จิตเป็นผู้ถึงธรรม ถึงมนุสสธรรม ถึงเทวธรรม ถึงพรหมธรรม ถึงโลกุตตรธรรม 
ถึงอริยมรรค ๔ ถึงอริยผล ๔ ถึงด้วยจิต ...

หลวงปู่บุดดา ถาวโร