แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน แสดงบทความทั้งหมด

การละเหตุแห่งทุกข์


สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์)
คือสิ่งที่ต้องละ​ ละอย่างไร
การไม่ให้ค่า ไม่ให้ความหมายใดๆ
กับความหลงคิดหรือความคิด
ที่เกิดขึ้นเองด้วยกลไก
การทำงานของสัญญาขันธ์
และสังขารขันธ์
นั่นแหละคือการละ
ไม่ใช่ไปดับหรือตัดความคิด
แต่ให้กลับมา... รู้สึกตัว
พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

อย่าไปตกหลุมพรางกับความคิด


ถาม: พระอาจารย์ครับ เมื่อเราเจริญสติไปเรื่อยๆ 
ความคิดของเราจะน้อยลงไปจนไม่คิดเลยใช่ไหมครับ
.
ตอบ:  
ความคิดที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นกลไกการทำงาน 
ทำหน้าที่ของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์    
น้อยหรือมาก ไม่สำคัญเท่ากับ
การที่เราเห็นแล้วไม่เข้าไปเป็นกับมัน 
อย่าไปตกหลุมพรางกับความคิด
ที่อยากจัดการความคิด

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by wreco from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


30 ก.ค.67






 

คนเราไม่ได้เป็นทุกข์เพราะ ความคิด


คนเราไม่ได้เป็นทุกข์เพราะ ความคิด
แต่คนเราเป็นทุกข์เพราะ ไม่รู้ทันความคิด
เมื่อเรารู้ทันความคิด 
จะเห็นความไร้สาระของความคิด 
ที่เป็นเพียงการทำงานประสานกันของ สัญญาขันธ์
สังขารขันธ์ และการรับรู้ของวิญญาณขันธ์
ที่สำคัญ คือเห็นความจริงว่า
มันเป็นของมันเอง หาได้เป็นเรา เป็นของเรา 
หรืออัตตาตัวตนใดๆ ของเราไม่ 
นั่นคือเห็นความเป็นอนัตตา

พระอาจารย์ครรชิต  อกิญจโน

Image by Pheladiii from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

จะรออยู่ตรงนี้ที่ความรู้สึกตัว


Wherever you go.
Whatever you do.
I will be right here waiting for you.
ไม่ว่าเธอ (จิต) จะไปที่ใด
ไม่ว่าเธอ (จิต) จะทำอะไร
(จำไว้เถิดว่า) ฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้
(ที่ความรู้สึกตัว)

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by cocoparisienne from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ใจคนต่างหาก



ทุกสิ่ง perfect อยู่แล้ว
ในตัวของมัน 
ใจคนต่างหาก
ที่หลงเอาความอยาก 
และความไม่อยาก 
เข้าไปเกี่ยวข้อง

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by HeiKiwi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่ชอบ


ให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความไม่ชอบ 
ชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ทำ 
ทุกอย่างเราต้องสามารถอยู่กับมันให้ได้ 
ไม่งั้นแล้วเราจะเลือกอยู่แต่กับมุมที่เราชอบเสมอ 
ซึ่งการเลือกอยู่แต่มุมที่เราชอบเสมอ
มันจะทำให้เราอ่อนแอ 
เมื่อเจอภาวะที่มันไม่ได้เป็นดั่งใจ    
เรียกว่าทำให้มันเป็น "หน้าที่" 
หน้าที่ที่ต้องทำ ให้ฝึกอย่างนี้ 

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

เครดิต เฟซ เห็น ความรู้สึกตัว

Image by sharkolot from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/



 

การละเหตุแห่งทุกข์


สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) 
คือสิ่งที่ต้องละ  ละอย่างไร
การไม่ให้ค่า ไม่ให้ความหมายใดๆ
กับความหลงคิดหรือความคิดที่เกิดขึ้นเอง
ด้วยกลไกการทำงานของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ 
นั่นแหละคือการละ 
ไม่ใช่ไปดับหรือตัดความคิด  
แต่ให้กลับมารู้สึกตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Camera-man from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

“รู้ตัวทั่วพร้อม” หมายความว่า



“รู้ตัวทั่วพร้อม” หมายความว่า
รู้กายเคลื่อนไหวรู้ทันใจนึกคิด
เมื่อใดก็ตามที่เรารู้ชัด
กับการเคลื่อนไหวได้แล้ว
จิตที่กลับมาตั้งมั่นได้ดีแล้ว
จะรู้ทั่วเองโดยไม่ได้จงใจจะรู้
บางคนเข้าใจว่า รู้ตัวทั่วพร้อมคือ
พยายามจะรู้ให้ทั่วตัว อันนั้นคือคิดเอา
จงให้ผลการปฏิบัติเป็นตัวค่อยๆ ตอบ
อย่าไปคิดรู้ก่อนการปฏิบัติ
อย่าคิดรู้ก่อนรู้จริง อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ
หลวงพ่อคำเขียนเตือนเสมอว่าอย่าคิดเห็น
แต่ให้มันรู้เห็น

พระอาจารย์ ครรชิต อกิญฺจโน

Image by ignartonosbg from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เขาเหล่านั้นต่างหากที่มีพระคุณต่อเรา


หลายคนมักเข้าใจผิดว่า 
เวลาเราช่วยเหลือใคร ก็จะหมายความว่า
เรามีพระคุณต่อคนๆนั้น
แต่ถ้าเรามองในอีกมุมหนึ่ง
เขาเหล่านั้นต่างหากที่มีพระคุณต่อเรา 
เพราะมีพวกเขา เราจึงได้ฝึก
ที่จะเป็นผู้ให้ผู้สละ 
ได้ฝึกเมตตา กรุณาต่อผู้อื่น  
เพื่อบำเพ็ญบารมี

พระอาจารย์ครรชิต อกิญฺจโน

Image by 1CzPhoto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เมื่อเธอไม่มีใจให้ฉันทุกอย่างก็จบกัน


                                               เมื่อเธอไม่มีใจให้ฉันทุกอย่างก็จบกัน                                               
เรื่องของ อารมณ์ ความคิด ต่างๆ
มันเกิดขึ้น มันไม่แปลก
เพราะถ้าไม่เกิด มันก็ไม่ใช่จิต
สำคัญคือ เรารู้ทันแล้ว
 ไม่ให้ค่าให้ความสำคัญกับมัน

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by bookdragon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม


ภาวะแห่งการ "รู้เฉยๆ" เป็นคุณสมบัติเดิมของจิต
แต่พอ "หลง” ไปอยู่กับความรู้สึก 
ความนึกคิด อารมณ์ต่างๆ 
จะเริ่มมีคุณสมบัติเปลี่ยนไป
การที่เรา "มองเห็นการเปลี่ยนแปลง" ที่เปลี่ยนไป 
ระหว่างภาวะจิตเดิม ที่มันไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไร
กับความรู้สึกนึกคิด ที่ปรุงแต่งไป…
ตรงนี้แหละ จะทําให้เราเริ่มรู้จัก
"กระบวนการ ในการเฝ้าดูจิต" ของเรา
หลวงพ่อคําเขียน ท่านใช้คําว่า
 "ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม"

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by zhugher from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เป็นเพียงความเป็นไปของธรรมชาติล้วนๆ


ไม่ว่ากายนี้จะเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลง
จิตนี้จะคิดหรือไม่คิด มันก็เป็นเพียงขันธ์ทำงาน 
อายตนะจะกระทบกันแล้วจะคิดหรือไม่คิด 
ก็เป็นเพียงกระบวนการแห่งขันธ์ทำงาน
(พระอาจารย์) เห็นเป็นเพียงอย่างนั้น 
ไร้ความยึดมั่นสำคัญหมายใดๆ ในสิ่งเหล่านั้น 
ถ้าว่า ความว่างๆ ที่พูดกัน 
พระอาจารย์ก็เข้าใจความว่างอันนี้แหละ 
ว่างจากการยึดมั่นสำคัญหมายใดๆ 
จึงว่างจากการมีตัวตนใดๆ 
เป็นเพียงความเป็นไปของธรรมชาติล้วนๆ

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

หลุมดักผู้ปฏิบัติธรรม


หลุมดักที่ผู้สอนการปฏิบัติ
มักจะขุดหลุมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 
และผู้ปฏิบัติก็พร้อมที่โดดลงหลุมด้วยความสมัครใจ 
ก็คือ การชอบสอนว่าเมื่อเจริญสติไปเรื่อยๆ 
ความคิดจะค่อยๆ น้อยลงไป 
จนไม่มีความคิด 
และมองว่าช่วงว่างจากความคิดนั่นแหละ
คือการไม่ปรุงแต่ง
.
ซึ่งผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็ยินดีที่จะทำตาม 
เพราะโดยพื้นฐานก็รังเกียจความคิด
ไม่อยากคิดเพราะเข้าใจผิดว่า
  -ความคิดมันทำให้ฟุ้งซ่าน
  -ความคิดคือการปรุงแต่ง (สังขาร) 
    ต้องหยุดการปรุงแต่งจึงจะหลุดพ้น
  -การหยุดคิดได้นี่แหละจึงดูเหมือนเป็นผลการปฏิบัติ
  -ยังติดอยากสงบ
.
ทั้งหมดคือความเข้าใจผิด 
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ยังหลงทางอยู่ 
เพราะนี่คือเส้นทางของการฝึกสมถสมาธิ 
ซึ่งเป็นเส้นทางเก่าก่อนที่จะมีพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นวิปัสสนา
.
แท้จริงการเจริญสติคือ
การทำความรู้สึกตัวเขย่าธาตุรู้ให้ตื่นขึ้นมา
แล้วสังเกตทุกปรากฏการณ์ของกาย (อาการของกาย) 
ของเวทนา (ความรู้สึก) 
ของจิต (ความคิด) ของอารมณ์ (ธัมมารมณ์)
.
ความคิดจะมากจะน้อย
จะคิดจะไม่คิด ฯลฯ 
มันเป็นธรรมชาติของจิต 
ผู้ปฏิบัติธรรม เพียงแค่สังเกต
ตามความเป็นจริงของมัน เท่านั้น

พระอาจารย์ ครรชิต อกิญจโน

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การทวนกระแสกลับมารู้สึกตัว


จิตที่ไหลออกไปคิด...เป็นธรรมชาติของจิต
แต่การทวนกระแสกลับมารู้สึกตัว
...เป็นการทำบารมีเพื่อการพ้นทุกข์....

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Erik_Karits from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

การละเหตุแห่งทุกข์


สมุทัย (เหตุแห่งทุกข์)  คือสิ่งที่ต้องละ   
ละอย่างไร
การไม่ให้ค่าไม่ให้ความหมายใดๆ
กับความหลงคิดหรือความคิดที่เกิดขึ้นเอง
ด้วยกลไกการทำงานของสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ 
นั่นแหละคือการละ 
ไม่ใช่ไปดับหรือตัดความคิด  
แต่ให้กลับมารู้สึกตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by TheOtherKev from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ย่อมเป็นยวดยานของใจ


"เมตตาจะภิกขเว เจโตวิมุตติยา 
อาเสวิตายะ พหุลีกะตายะฯ"
"ภิกษุทั้งหลาย อันเมตตาเจโตวิมุตตินี้ 
ทำให้มากแล้ว เจริญให้มากแล้ว 
ย่อมเป็นยวดยานของใจ"
คำว่าเป็นยวดยานของใจนี้สำคัญมาก   
เพราะเมื่อใดก็ตามที่ใจเราคุ้นเคย
ต่อการเจริญเมตตา มีเมตตาเป็นวิหารธรรม 
ต่อให้เรายังต้องเวียนว่ายในวัฏสงสาร 
พรหมโลกย่อมเป็นที่หวังได้

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by 0fjd125gk87  from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ทุกข์เพราะไม่รู้ทันความคิด



คนเราไม่ได้ทุกข์เพราะความคิด
แต่ทุกข์เพราะไม่รู้ทันความคิด
ที่สำคัญแยกแยะไม่เป็น
ระหว่างความคิดที่มันคิดขึ้นเอง
กับความคิดที่เราตั้งใจคิด
ซึ่งถ้าเรารู้ทันความคิดที่มันคิดขึ้นเอง
เราจะเห็นกลไกการทำงานของขันธ์
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาขันธ์. สังขารขันธ์ 
ซึ่งแน่นอนว่าการมองเห็นอย่างนั้น
จะทำให้เราเห็นตามความเป็นจริง
และยิ่งกว่านั้น เราจะเห็นอาการ
ของการหลงเข้าไปยึดมั่นถือมั่น
มีตัณหาอุปาทานกับความคิดที่มันเกิดขึ้น. 
อันนั้นต่างหากที่ทำให้เราเป็นทุกข์   
เพราะถ้าเราไปเข้าใจว่าเราทุกข์เพราะความคิด
เราก็จะมุ่งสู่การพยายามไม่คิดหรือกดข่มความคิด
ซึ่งมันเป็นหนทางที่ผิด
แต่ถ้าเราเข้าใจว่าเราทุกข์
เพราะเราไม่รู้ทันความคิด
เราก็จะมุ่งสู่การเจริญสติเรียกว่าเจริญมรรค 
เพื่อให้ความรู้สึกตัวนั้นไปรู้เท่าทันตามความเป็นจริง

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by KELLEPICS from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ฝึกไม่เกิดซะสิ


เราเคยชินต่อการเกิด
คือเกิดเข้าไปในความรู้สึก 
ความนึกคิด และอารมณ์ต่างๆ เสมอ 
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว
ฝึกไม่เกิดซะสิ
 
พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Mbaria_Arts from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ชีวิตย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเอง


อย่าฝากคุณค่าชีวิตตน
ไว้กับการมองหรือความคิดของคนอื่น
ชีวิตย่อมมีคุณค่าในตัวของมันเอง
ไม่ผ่านการสมมุติของใครๆ แม้แต่เราเอง
เมื่อตระหนักในคุณค่าของชีวิตตน
จงทำประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม
ด้วยความไม่ประมาท

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by hubertngo from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา
 

การเปรียบเทียบ จะแง่ไหนก็ตาม


การเปรียบเทียบ จะแง่ไหนก็ตาม 
นั่นคือการตกหลุมพรางความคิด 
ที่เริ่มจากการมีอัตตาตัวตนของเรา
จึงมีอัตตาตัวตนของเขา. 
ความมีทิฏฐิมานะก็จะพอกพูนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Veronika_Andrews from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา