แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านคุรุ รินโปเช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่านคุรุ รินโปเช แสดงบทความทั้งหมด

พระพุทธเจ้า กับ สรรพสัตว์ ต่างกันอย่างไร?


พระพุทธเจ้า กับ สรรพสัตว์ ต่างกันอย่างไร?
“มันมิได้มีอะไรอื่นที่แตกต่างกันเลย”
นอกเสียจากการที่ตระหนักรู้ (แจ้งชัด)
ต่อจิตเดิมแท้
หรือการที่ไม่ตระหนักรู้ (หลง) ต่อจิตเดิมแท้ เพียงแค่นั้น
โดยเนื้อหาของสภาวะตื่นแจ้ง
ของพระพุทธเจ้านั้น
ล้วนมีอยู่ในตัวเธออยู่แล้ว
เพียงแต่เธอเพียงแค่ไม่รู้จักมัน เท่านั้นเอง
ท่านคุรุปัทมะสัมภวะ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ก.พ.69


 

จงอย่าค้นหารากเหง้าของสรรพสิ่ง


จงอย่าค้นหารากเหง้าของสรรพสิ่ง
แต่จงค้นหารากเหง้าของจิต!

เมื่อพบรากเหง้าของจิตแล้ว
เจ้าจะรู้สิ่งหนึ่ง
แล้วทุกสิ่งก็เป็นอิสระด้วยสิ่งนี้

แต่หากเจ้าหารากเหง้าของจิตไม่พบ
เจ้าจะรู้ทุกสิ่ง แต่กลับไม่เข้าใจอะไรเลย

ท่านคุรุปัทมะสัมภวะ

Don’t investigate the root of things,
Investigate the root of mind!

Once the mind’s root has been found,
You’ll know one thing, yet all is thereby freed.

But if the root of mind you fail to find,
You will know everything but nothing understand.
---

Padmasambhava
[From the book "Counsels from My Heart"]

ภาพ Pinterest 

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

22 ธ.ค.68 


 

การปฏิบัติธรรม ไม่ใช่การหลบเลี่ยงโลก


รากฐานของ “ความชั่ว” ทั้งหมด
มิได้มาจากสิ่งอื่นใด นอกจาก “อัตตา”
ความยึดมั่นในตัวตน
มุมมองที่เต็มไปด้วยความยึดติด
อันเกิดจากอัตตา
ดังนั้น การปฏิบัติธรรม
จึงต้องเริ่มจากการเห็นตามความเป็นจริง
และตัดอัตตา(ความหลงมายา) นี้
ก่อนสิ่งอื่นใด
• จงตัดปมยุงเหยิง คือ อัตตาของตนเอง
• เลิกยึดติดทั้งต่อ “มิตรและศัตรู” เพราะทั้งคู่ล้วนเป็นภาพมายาในใจ
• ปล่อยวางโลกธรรม (เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข)
• เลิกวิ่งตามสิ่งภายนอกที่เป็นเพียงเงาแห่งมโน
• ปฏิบัติธรรมด้วยหัวใจแท้จริง ไม่ใช่เพียงพิธีหรือเปลือกนอก
แท้จริงแล้ว การปฏิบัติธรรม
ไม่ใช่การหลบเลี่ยงโลก
แต่คือการไม่ให้โลกครอบงำจิต
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี
เพราะต้นเหตุของความชั่ว
คือ “อัตตา” ที่ยังไม่ละ
เหมือนต้นกล้าที่อ่อนแอ
ไม่อาจเติบโตบนหินแข็งได้
ฉะนั้นจึงควรละวางอัตตาให้หมดสิ้น
เพราะมันคือรากเหง้าของความชั่วทั้งปวง
~ ท่านคุรุปัทมสัมภวะ~
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

1 พ.ย.68 


 

ธรรมชาติแท้จริงของจิต


“กราบคารวะท่านอาจารย์
เราจะรู้จักธรรมชาติแท้จริงของจิตนี้ได้อย่างไร?”
.
คุรุปัทมสัมภวะยิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า
“เมื่อเธอไม่วิ่งตามความทรงจำในอดีต
ไม่คาดหวังภาพฝันในอนาคต และไม่ยึดติดกับความรู้สึกของปัจจุบัน
แต่เพียงแค่คงอยู่ในความรู้ตัวอันบริสุทธิ์ ณ ขณะนั้นเอง
เธอได้สัมผัสธรรมชาติแท้จริงของจิตแล้ว สิ่งนี้ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยความคิด
แต่เข้าถึงได้ด้วยประสบการณ์ตรงเท่านั้น”
.
ท่านกล่าวต่อว่า
“ระหว่างการภาวนา อย่าได้แสวงหาประสบการณ์พิเศษหรือสภาวะพิเศษใดๆ
จงเพียงพักอยู่ในความรู้ตัวของปัจจุบัน มองดูการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด
แต่ไม่ต้องตามมันไป มันก็เหมือนกับการนั่งอยู่ริมแม่น้ำ
มองน้ำที่ไหลไปเรื่อยๆ น้ำยังคงไหลไป แต่เธอไม่ได้ถูกพัดพาไปกับมัน”
เมื่อเวลาผ่านไป
“เธอจะค้นพบว่า เบื้องหลังความคิดทั้งหลาย
มีการรู้ที่นิรันดร์อยู่ และนั่นแหละคือธรรมชาติแท้จริงของเธอเอง”
ท่านคุรุปัทมะสัมภวะ
Guru rinpoche

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ก.ย..68 


 

อย่าค้นหารากของสรรพสิ่ง


อย่าค้นหารากของสรรพสิ่ง
จงค้นหารากของจิตใจ!
เมื่อค้นพบรากของจิตใจแล้ว
เธอจะรู้สิ่งหนึ่ง
แล้วทั้งหมดก็เป็นอิสระด้วยสิ่งนี้
แต่ถ้าหารากของจิตใจไม่เจอ
เธอจะรู้ทุกอย่าง
แต่ไม่เข้าใจอะไรเลย

ท่านคุรุ รินโปเช

Don’t investigate the root of things, investigate the root of mind!
Once the mind’s root has been found, You’ll know one thing, yet all is thereby freed.
But if the root of mind you fail to find, 
You will know everything but nothing understand.

---

Padmasambhava

[From the book "Counsels from My Heart"]

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

 

ความคิด กับ ความไม่คิด


ศิษย์ถามว่า : 
เส้นแบ่งระหว่าง ความคิด กับ ความไม่คิด คืออะไร?
อาจารย์ตอบว่า : 
ความคิด คือความครุ่นคิดและไตร่ตรอง
ความไม่คิด คือการไม่มีการกระทำทางจิต 
จิตหยุดนิ่ง ความคิดเคลื่อนไหว แล้วสลายไปเอง
เมื่อใช้ประสบการณ์นี้ กับชีวิตของคุณ
ไม่ว่าจะเกิดความคิดประเภทไหน 
ก็อย่า ปฏิเสธหรือแก้ไขมัน
ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
ปราศจากการปรุงแต่งทางจิต
สิ่งนี้เรียกว่า การนำความคิด 
ไปสู่จุดสำคัญของ ความไม่คิด

ท่านคุรุ รินโปเช  (คุรุปัทมสัมภวะ)

Image by viswaprem from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จงตัดปมยุ่งเหยิงคือ อัตตาตัวตน


รากฐานของความชั่วไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลย
นอกจากความยึดมั่นในอัตตามุมมอง
ที่เต็มไปด้วยความยึดติดอันลวงตา
ดังนั้น
-เลิกยึดติด (ผูกพัน) กับมิตรและ (เกลียดชัง) ศัตรู
-ละทิ้งโลกธรรม (ลาภยศสรรเสริญสุข)
-เลิกวิ่งไล่ตามวัตถุภายนอก
-ปฏิบัติเพียงพระธรรมเท่านั้นด้วยหัวใจจริง ๆ 


จงตัดปมยุ่งเหยิงคือ อัตตาตัวตน
การปฏิบัติธรรมจะไม่ก้าวหน้าเลย
ถ้าไม่ถอนกำจัดสิ่งไม่ดีคืออัตตาตัวตนเสีย
เหมือนกับที่ต้นอ่อนไม่อาจเติบโตบนก้อนหิน
เพราะฉะนั้นจึงควรละทิ้งอัตตาตัวตน
ที่เป็นมูลเหตุของความชั่วทุกอย่าง 

ท่านคุรุ รินโปเช  (คุรุปัทมสัมภวะ)

Image by hossien from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ดำรงจิตไว้เช่นนี้


ปรากฏการณ์ของสังสารวัฏ และนิพพาน
คือจิตของท่าน
ไม่มีอะไรปรากฏนอกจิต
การไร้ซึ่งตัวตน
อยู่เหนือความคิด คำพูด คำสาธยาย
อย่าโอบรับความสุข อย่าปฏิเสธสิ่งเลวร้าย
อย่ารับ อย่าปฏิเสธ
อย่ายินดีในสิ่งใดๆ
จงตื่นรู้อย่างแจ่มชัด
ในสภาวะธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่ง
ดำรงจิตไว้เช่นนี้
ความก้าวหน้าจะเกิดแก่กาย วาจา จิต
มีความเป็นอิสระและสบาย
อยู่เหนือการกักขังของทั้งสุขและทุกข์
นี่คือขณะแห่งการเข้าใจ
ในสภาวะของการตื่นรู้

ท่านคุรุ รินโปเช (คุรุปัทมะสัมภวะ)
หนึ่งในอาจารย์ทางธรรมท่านสำคัญ
ผู้ทำให้พุทธศาสนาลงหลักปักฐานสำเร็จในธิเบต
1200 ปีก่อน
-------------------------------------------------
PADMASAMBHAVA
Listen here, Palgyi Senge,
my eminent noble son!
All phenomena of samsara and nirvana are your own mind,
And do not appear apart from this mind --
Devoid of a self-nature,
beyond thought, word, and description.
Don't accept the pleasant or reject the awful,
don't affirm or deny,
Make no preferences,
But remain vividly awake
in the state of unfabricated naturalness!
By remaining like this, the sign of progress is that
your body, speech and mind
Feel free and easy,
beyond the confines of pleasure and pain.
That is the moment of
understanding the awakened state!
***SONGS TO 25 DISCIPLES.
….
หมายเหตุของแอดมิน

สังสารวัฏ และนิพพานนั้นอยู่ที่จิตของเรา 
หากจิตเรายังยินดียินร้ายในสิ่งต่างๆ นั่นคือการยังอยู่ในสังสารวัฏ 
แต่หากจิตเราอยู่เหนือการปรุงแต่ง ทั้งสุข ทุกข์ และความยินดียินร้าย 
นั่นคืออยู่ในนิพพาน….จุดหมายของการปฏิบัติทางจิตอยู่ตรงนี้

Image by charloisporto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 


พระพุทธเจ้า กับ สรรพสัตว์ ต่างกันอย่างไร ? 
“มันมิได้มีอะไรอื่นที่แตกต่างกันเลย”
นอกเสียจากการที่ตระหนักรู้ (แจ้งชัด) 
ต่อจิตเดิมแท้
หรือการที่ไม่ตระหนักรู้ (หลง) 
ต่อจิตเดิมแท้ เพียงแค่นั้น
โดยเนื้อหาของสภาวะตื่นแจ้งของพระพุทธเจ้านั้น
ล้วนมีอยู่ในตัวเธออยู่แล้ว 
เพียงแต่เธอเพียงแค่ไม่รู้จักมัน เท่านั้นเอง

ท่านคุรุ รินโปเช

Photo by Raimond Klavins on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าทำสิ่งที่ผิดไปจากธรรม


ไม่ว่าการกระทำใดที่เธอเกี่ยวข้อง
อย่าทำสิ่งที่ผิดไปจากธรรม
ซึ่งไม่เป็นไปเพื่อ
สั่งสมบุญกุศลและปัญญา
อย่าปรารถนาสิ่งใด
นอกเหนือไปจากความเป็นพุทธะผู้รู้
พร้อมทั้งยังประโยชน์แก่สรรพสัตว์
อย่ายึดมั่นถือมั่นสิ่งใด
เพราะล้วนเป็นรากแห่งพันธนาการ
คำสอนทั้งปวงล้วนมีพื้นฐานเป็นหนึ่งเดียว
เหมือนความเค็มของเกลือ
จงอย่าวิพากษ์วิจารณ์ยานที่สูงกว่าหรือต่ำกว่า
เพราะทุกยานล้วนคือมรรควิถีที่ใช้เดินทางดุจเดียวกัน
เปรียบได้ดังขั้นบนบันไดฉะนั้น

ท่านคุรุ รินโปเช
---------------------------
Master Padma said: Whatever actions you engage in, do not do anything non-dharmic that fails to become the accumulation of merit and wisdom.
Do not desire anything other than omniscient Buddhahood and benefiting sentient beings.
Do not be attached to anything. Attachment itself is the root of bondage. 
All the teachings are ultimately indivisible, like the taste of salt.
Do not criticize any of the higher or lower vehicles. They are identical in being the path to be journeyed, just like the steps on a staircase.

~ Guru Rinpoche, from Dakini Teachings:

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 


ศิษย์เอก ซ๊อกยัล ถามคุรุรินโปเช
“ขุมนรกของสัตว์ในภูมิทั้งหกคือสิ่งใด”

คุรุ ตอบ

“ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในภูมิทั้งหกไม่ได้เกิดจากใครอื่น 
แต่เพราะตนเองไม่ตระหนักถึงธรรมชาติแท้ของตน 
จิตของตนทำร้ายตนเอง ฉะนั้นจงมั่นใจว่า
ความว่างอย่างยิ่งของจิตนั้นเป็นอิสระ
จากผืนดินและรากเง้าแห่งทุกข์”

คำสอนของท่านคุรุ รินโปเช
___________

Lady Tsogyal asked the master: What is the abyss of the six classes of beings?

The master replied: 
That which appears as the manifold sufferings of the six classes of beings 
is not created by anyone else. 
lt happens because you fail to recognize your own nature. 
lt is your own mind that harms itself. 
You can and should firmly resolve that the great emptiness of your own mind 
is free from the ground and root of suffering.

Padmasambhava - 
 - Rangjung Yeshe Publications

จากเพจ มหายาน ธิเบต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



Image by suju-foto from pixabay