แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต แสดงบทความทั้งหมด

ความเป็นปกติของจิต


ความเป็นปกติของจิต
คือจิตรู้เท่าทันความยินดียินร้าย
ที่เกิดจากสิ่งที่มากระทบ
ทั้งทางกายและใจ
ปกติของจิตที่มีความสุข
เพราะไม่ไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งใด
ทรงอยู่ด้วย สติปัญญา
เพราะเห็นทุกข์เห็นโทษ
เมื่อจิตถลำไหลไปจับ
ไปเกาะเกี่ยวกับอารมณ์
แตกต่างจากสุขที่ต้องนำเข้ามา
(สุขเวทนาจากกามคุณทั้งหลาย
หรือแม้แต่สุขจากฌานที่ต้องทำเอา)
ที่ต้องแบกไว้
สุขนี้เพราะวางทุกข์ลงไปจึงสุข
ตามปกติของจิตเอง
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69


 

เรียนที่สำนัก กาย ใจ ที่ตัวเราเอง


.....
ธรรมะมีให้เสพรับกันมากมาย
จนบางทีเหมือนจะเฝือเกิน
แต่คนเอาไปใช้จริงๆ
มุ่งมั่นที่จะน้อมธรรมเข้าสู่ใจ
ด้วยการประพฤตินั้นจะพอมีบ้างไหม
สมัยก่อนเราอ่านหนังสือเยอะเหมือนกัน
แต่ตัดเอามาใช้แค่ สามคำ
คือ พุทโธ รู้สึกตัว และรู้เห็นตามเป็นจริง
เท่านี้เอง แล้วตั้งใจดำเนินจิต
ไปตามความหมายแห่งคำนั้น
ขอแค่ตั้งใจจริงก็พอนะ อดทน
ผลย่อมปรากฏเองนะ
อย่าไปคิดว่าจะต้องฟังธรรมเยอะ
อ่านธรรมะมากๆ หรือเที่ยวไปสำนักนู้นนี้
แล้วจะช่วยให้เข้าใจ ได้รู้แจ้งธรรม
แต่ขอเพียงตระหนักอย่างลึกซึ้ง
แม้ธรรมเพียงบทเดียวก็เพียงพอ
แล้วมารู้ลงที่กายใจในปัจจุบัน
เรียนอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปเรียนที่ไหน
เรียนที่สำนัก กาย ใจ ที่ตัวเราเอง
พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ก็
มาลงที่กายที่ใจนี้ ไม่ใช่ไปรู้ที่ไหนเลย
ฝึกให้มีจิตตั้งมั่น แล้วเรียนรู้ความจริง
ที่ปรากฏ ด้วยความอดทน ส่วนผล
ย่อมเป็นไปตามเหตุที่ทำเอง
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 เม.ย.69


 

เราไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อที่จะได้บังคับสิ่งใดๆ ได้


ถ้าเราเริ่มต้นทางด้วยสติสัมปชัญญะแล้ว
เราจะไม่ออกนอกทางเลย
เพราะการมีสติสัมปชัญญะนั้น
เป็นเพียงการนำจิตให้เป็นผู้ดู
กระบวนการตามธรรมชาติเท่านั้น
ไม่ใช่เข้าไปกำหนด ไปดัดแปลง
หรือไหลไปกับธรรมชาตินั้น
เราไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อที่จะได้บังคับสิ่งใดๆ ได้
แต่ปฏิบัติเพื่อให้เห็นว่า
สิ่งใดๆ ก็บังคับไม่ได้จริงๆ
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

9 มี.ค.69


 

ความจริงใจกับธรรมสำคัญมาก


ความจริงใจกับธรรมสำคัญมาก
ในการที่จะพัฒนาจิตเพื่อยกระดับจิตใจเรา
คนที่ตั้งใจจริงทั้งจริงใจ
จะไม่มัวหาข้ออ้างอันใดเลยที่จะไม่ภาวนา
การภาวนา คือการรู้สึกตัว การภาวนา คือชีวิต
ถ้าเราหลอมกลืนการภาวนาไปกับชีวิตได้
โลกวุ่นวาย แต่ใจเราเรียบและเงียบกริบ
ตั้งใจจริง ไม่นานเลย
ความเข้าใจในธรรมย่อมเกิดมีแน่
อย่างมากสุดไม่เกิน 7 ปี
7 ปี สั้นนิดเดียว เมื่อเทียบกับสังสารวัฏ
อันหาเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้.....
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

10 ก.พ.69


 

ความเข้มแข็งของจิตใจ


ความเข้มแข็งของจิตใจ
ไม่ใช่เพียงแค่ว่าสามารถ
ทนต่อความทุกข์ทรมานได้เท่านั้น
แต่ต้องทนต่อการดึงดูดของความสุขด้วย
ทนที่จะไม่เข้าไปยึดถือในความสุขใดๆ
ทนที่จะคอยรู้ รู้เท่าความชอบใจเพลินใจ
ในความสุขสบายทั้งหลาย
อย่างนี้จึงชื่อว่ามีจิตใจที่แข็งแกร่งได้
สมกับการเป็นผู้ภาวนาเพื่อความหลุดพ้นจริง
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

28 ม.ค.69


 

สิ่งที่จะพบได้ยากในสังสารวัฏ


สิ่งที่จะพบได้ยากในสังสารวัฏนี้
ก็คือคำสอนเรื่องความรู้สึกตัว
เพื่อเรียนรู้สิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น.....
เมื่อรู้สึกตัว ก็เป็นการถอนตัว
จากการจมแช่ มาเป็นผู้เห็น ไม่ไปเป็น
เห็นถึงความจริงที่แสดงตัวอยู่ตลอดเวลา
ว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นตัวตนจริงๆ
ที่ควรยึดถือซักอย่าง
ถ้าไม่รู้สึกตัว ...
ก็จมพร้อมกับที่จะถูกกระแสแห่งโลก
ท่วมทับบดบัง ให้จมมิดหาย
ไปในนาวาแห่งสังสาร
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 ม.ค.69


 

เมื่อเห็นตามจริงแล้ว


เมื่อเห็นตามจริงแล้วว่า
สิ่งทั้งผองทั้งที่เป็นผู้รู้ และทั้งสิ่งที่ถูกรู้
เป็นเพียงบางสิ่ง
ที่เรียกตัดสั้นมาแล้วว่า รูปนาม
เห็นตามจริง คือเห็นว่ามันเป็นตัวทุกข์
เมื่อนั้นกระแสของตัณหาที่มักส่งออกไป
ด้วยความไม่รู้ ส่งไปให้ค่ายึดถือนั้น
เป็นต้องดับลงไป
เมื่อเห็นตามจริงแล้ว
ว่าสิ่งนั้นเกิดและ ดับ
ไม่ใช่สิ่งที่เป็น (เรา) ที่จะคงทนถาวร
เมื่อนั้นจึงเกิดกระบวนการที่ว่า
จาโคปฏินิสสัคโค คือสลัดสิ่งนั้นทิ้ง
เมื่อนั้นธรรมอันเป็นอมตะที่มีอยู่แล้ว
จึงประจักษ์ชัดในขณะนั้นทีเดียว

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 พ.ย.68 


 

มีจุดหมายเพียงอย่างเดียว


พระพุทธศาสนาไม่ได้ตั้งขึ้นมา
เพียงเพื่อให้คนปฏิบัติดี ทำบุญทำทาน
แล้วได้ไปสวรรค์
นั่นเป็นผลพลอยได้ไว้ช่วยคน
ที่ปัญญายังไม่พร้อม
ทั้งเป็นเสบียงเตรียมตัว
สำหรับผู้เดินบนหนทางนี้
แต่พระศาสนานี้ตั้งขึ้นมา
โดยมีจุดหมายเพียงอย่างเดียว
คือ ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กำเริบ เท่านั้น
เราต้องตั้งเป้าให้ถูก
จะถึงหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา
ขอเพียงมีเป้าหมายให้ชัดเจน
แนวทางที่ถูกต้อง
แล้วก้าวเดินไปไม่ย่อท้อ
ต้องถึงจุดหมายนั้นแน่นอน....
.
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

5 พ.ย.68 



 

พุทธะนั้นก็มีอยู่เป็นพื้นอยู่แล้ว


พุทธะนั้นก็มีอยู่เป็นพื้นอยู่แล้ว
พุทธะ คือ ธรรมชาติรู้ หรือ ธาตุรู้
ที่ไม่เห็นหรือมองเห็นเป็นอย่างอื่น
เพียงเพราะสิ่งที่ห่อหุ้มธรรมชาตินี้ไว้
ต่างกันตามวิบากที่สั่งสมมา
ทั้งฝ่ายบุญและบาป
เมื่อใดสามารถประจักษ์ได้
ถึงธรรมชาติแห่งพุทธะนี้
จึงเห็นถึงความเป็นเนื้อเดียวกัน
ของทุกๆ สรรพสิ่ง...
พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ต.ค.68 


 

ธรรมะปฏิบัติ ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือยาก


ธรรมะปฏิบัติ
มันไม่ใช่เรื่องง่าย หรือยากหรอกนะ
มันเป็นเรื่องของการรู้จัก
สิ่งที่เรียกว่า 'ตัวเอง'
คือกายกับใจนี้เท่านั้นเอง
ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอาไปครุ่นคิดให้วุ่นวาย
.
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
มีสิ่งกระทบเข้ามาแล้วรู้สึกอย่างไร
ให้เรียนรู้ความรู้สึกนั้น
คอยรู้เสมอๆ
ไม่ไปคอยปรุงแต่งเพิ่ม
ทั้งในทางชอบหรือชัง
.
เมื่อรู้บ่อยๆ เข้า ก็จะเห็นว่า
ความรู้สึกต่างๆ นั้น
มันจะเกิดก็เพราะมีเหตุ
ไปบังคับไม่ได้
เมื่อจะดับก็เพราะหมดเหตุเท่านั้นเอง
บังคับไม่ได้
ให้รู้เห็นอย่างนี้ จนเกิดปัญญา
ที่จะตัดสินความรู้นั้นว่า
มีเพียงบางสิ่งเกิด
และดับไปเท่านั้นเอง
ไม่มีตัวตนที่ถาวรเลย

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

1 ต.ค.68 
.