แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย แสดงบทความทั้งหมด

ไม่ยอมสละสิ่งที่มี


"ความว่าง" .. มันทำไม่ได้
ต้องสละของที่มีออกทั้งหมด
สละแม้แต่ความว่าง
จึงจะพบความว่างที่แท้จริง
คนทั่วไปปฏิบัติผิด คือ ไปทำใจให้ว่าง
แต่ไม่ยอมสละสิ่งที่มี ..
และยึดถือไว้ทั้งหมด
.....
.
หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย
cr. เกิดจากอวิชชา
*ไม่ยอมสละสิ่งที่มี
คือไม่สละความยึดมั่น
ในอารมณ์ ความคิด*
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

24 เม.ย.69


 

รู้เห็นอย่างนี้ เป็นการปฏิบัติธรรม


..การที่หลงเข้าไปยึดถือ
มีตัวตนเข้าไปยึดถือแต่ละครั้ง เป็นทุกข์ เป็นสมุทัย
“การรู้เท่าทัน” แต่ละครั้งเป็นมรรค เป็นนิโรธ
ดังนั้นถ้าหลงปั๊บ! เป็นทุกข์ เป็นสมุทัย
สติรู้ทันปั๊บ! เป็นมรรค เป็นนิโรธ
มันก็เลยเกิดขณะจิตเดียวกัน
เกิดพร้อมแล้วดับพร้อม คือ หลงเกิดปุ๊บ! แล้วก็รู้ทัน…
ที่หลงก็ดับพร้อม
ก็เลยเป็นอริยสัจ 4 “เห็นอริยสัจ 4”
พระพุทธเจ้ามีชีวิตอยู่ ก็สอนอริยสัจ 4 เป็นส่วนใหญ่
คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ก็เท่ากับว่าการรู้เห็นอย่างนี้
เป็นการปฏิบัติธรรมตามคำสอนพระพุทธเจ้าแล้ว
หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
หนังสือที่สุดแห่งธรรม ๑
Image by flutie8211 from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

2 ก.พ.69


 

จะพบใจที่ว่างเปล่า พบธรรมชาติ


ธรรมชาติสองฝ่ายที่อยู่ด้วยกัน
คือฝ่ายปรุงแต่งและไม่ปรุงแต่ง
เมื่อไม่มีการยึดเอา
ฝ่ายธรรมชาติปรุงแต่งมาเป็นตัวเรา
ปล่อยให้ธรรมชาติฝ่ายปรุงแต่ง
เขาปรุงแต่งไปตามธรรมชาติ
ไม่มีตัวเราไปเป็น ไปเอาอะไร
สิ้นความหลงยึดมั่นถือมั่น
จะพบใจที่ว่างเปล่า พบธรรมชาติ

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
หนังสือจบซะที
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

24 ก.ค..68 


 

เมื่อสิ้นยึดจะพบใจที่ว่างเปล่า


การพยายามรักษาสติไว้ พยายามจะไม่ให้หลง 
ก็จะเป็นหลงและเป็นอวิชชาในทันที 
ให้มีสติสังเกตทุกขณะปัจจุบันว่ามีอะไรเกิดขึ้นในใจ 
ให้เข้าใจว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่สังขารปรุงแต่ง 
แล้วปล่อยวางสังขารอย่างที่มันเป็น 
ไม่เข้าไปปรุงแต่งเป็นตัวเรามีส่วนได้เสีย หรือ
 ไปยึดถือสังขารปรุงแต่งทุกชนิด  
เมื่อสิ้นยึดจะพบใจที่ว่างเปล่า  และ
 การไม่ยึดถือแม้ใจที่ว่างเปล่า ที่บริสุทธิ์
จึงจะสิ้นอวิชชาอย่างแท้จริง

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
หนังสือจบซะที

Image by Wild_Forest_Ferns from pixabay

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)




 

พ้นทุกข์ เพราะสิ้นหลง


ไม่ใช่หลงมีเราเป็นตัวตน 
ดิ้นรนไปจนพบนิพพาน (พ้นทุกข์) 
แต่จะพ้นทุกข์ เพราะสิ้นหลง “ยึดมั่นถือมั่น”
เป็นตัวตน เป็นเรา เป็นตัวเรา เป็นของของเรา
ที่ติดมากับจิตดั้งเดิม 
จิตดั้งเดิมจึงจะบริสุทธิ์
เป็นนิพพานธาตุ..
ตราบใดถ้ายังมีอวิชชา
หลงยึดถือเป็นเรา ตัวเรา ของเราอยู่
จิตก็จะยังไม่บริสุทธิ์ หรือยังไม่นิพพาน

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

จากหนังสือ ที่สุดแห่งธรรม ๑

Photo by Alex Gruber on Unsplash

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

พบใจ พบธรรม


ใจคือธรรม พบใจ พบธรรม 
ใจที่ว่างมีอยู่แล้วในตัวเรา 
เพียงแต่มองไม่เห็น 
เพราะความหลงยึดถือในขันธ์ห้า
เป็นอวิชชาที่บังใจอยู่
ปล่อยวางความหลงยึดถือสังขารทั้งปวง 
เมื่ออวิชชาดับ เปรียบดังม่านอวิชชา
ที่บังตาใจเปิดออก 
ก็จะพบใจที่ว่างเปล่าทันที

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย
หนังสือ จบซะที

Image by junfangsjs from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


18 ก.ค.67


 

ชีวิตนี้..สำคัญนัก


ชีวิตนี้..สำคัญนัก
อย่าปล่อยให้พระพุทธเจ้า..ผ่านไป
อย่าปล่อยให้พระธรรมคำสอน..ผ่านไป
อย่าปล่อยให้พระอริยสงฆ์พ่อแม่ครูอาจารย์..ผ่านไป
จงน้อมธรรมแท้..เข้าสู่ใจ
จงใช้สติ ปัญญา บุญบารมี
ทุ่มเทหมดหน้าตัก...เพื่อชาติสุดท้าย

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

Image by 鱼炒饭 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

“จบลงที่ใจ” ในปัจจุบัน


“จบลงที่ใจ” ในปัจจุบัน
วาง...ทุกอย่าง
ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต
แม้ปัจจุบันก็ไม่รักษาไว้
“สิ้นผู้เสวย สิ้นผู้ยึดมั่นถือมั่น”
กลายเป็นใจที่สงบ...ว่างเปล่า
มีแต่...ความสงบร่มเย็น

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

Image by titouhwayne from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คือสิ้นผู้จะเอา ...


เวลาเราจะปฏิบัติ ไม่ว่าจะปฏิบัติสำนักไหนมา
ก็ต้องอ่านใจตัวเองให้ขาดว่า
เราปฏิบัติเพื่อจะเอา หรือปฏิบัติ
เพื่อจะสิ้นความหลงยึดมั่นถือมั่น 
ถ้าเราปฏิบัติเพื่อจะเอาตัวเราไปเอาอะไร 
เป็นการเดินทางผิดอริยมรรคทั้งหมด 
เพราะ “อริยมรรค” คือปฏิบัติเพื่อสิ้นอวิชชา
ที่ติดมากับจิตดั้งเดิมแท้ๆ หรือใจดั้งเดิมแท้ๆ 
คือสิ้นผู้จะเอา 
สิ้นตัวเราที่จะเอา จะได้ จะเป็น 
สิ้นตัวเราที่ไปมีกิเลสตัณหาต่อสิ่งใด 
ไปยึดมั่นถือมั่น 
สิ้นความหลงยึดมั่นถือมั่น
ก็สิ้นกิเลส สิ้นความทุกข์ เขาเรียกว่า “นิพพาน”

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

จากหนังสือ “จบซะที”

Image by TheOtherKev from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ธรรมมีแค่นี้แหละ เพียงแต่รู้ความจริง


เห็นด้วยใจ รู้ด้วยใจ
ว่าความคิด ความรู้สึกเป็นตัวเรา ของเรา 
เป็นของปรุงแต่ง เป็นของไม่จริง 
เห็นว่าทุกอย่างเป็นของปลอม
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นของปลอม
หาจนหมดตู้แล้ว ไม่มีของจริง... มีแต่ของปลอม
ของจริงไม่มี!!!
ตรงที่ของจริงไม่มีเนี่ยแหละ
นั่นแหละ คือ ของจริง
ธรรมมีแค่นี้แหละ
เพียงแต่รู้ความจริง

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Peggychoucair from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ความว่าง ไม่ใช้อารมณ์ที่ว่าง


ความว่าง  ไม่ใช้อารมณ์ที่ว่าง
แต่หมายถึง "ว่าง" จากผู้ยึดถือ
ความไม่มี  ไม่ใช่ความว่างที่ไม่มีอะไร
แต่หมายถึง  ไม่มีผู้เสวย  
ไม่มีผู้ยึดมั่นถือมั่นต่างหากเล่า

หลวงตาณรงค์ศักดิ์  ขีณาลโย

Image by mihailrepida from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่ต้องมีใครสอน เรารู้แก่ใจเอง


การที่เราไม่เข้าไปยึดถืออะไรสักอย่าง
ยอมปล่อยให้มันผ่านไปหมด
แสดงว่าเราได้พิจารณาแล้วว่า
ยึดถือไม่ได้
ไม่มีใครบังอาจสอนใครได้
ถ้าใจเราไม่วาง
ถ้าใจเราวางแล้ว
ไม่ต้องมีใครสอน เรารู้แก่ใจเอง

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

หนังสือสัจธรรม

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ที่สุด..ของการปฏิบัติธรรม


ที่สุด..ของการปฏิบัติธรรม
ไม่มีผู้ถึงอะไร
ไม่มีผู้ได้อะไร
ไม่มีผู้เป็นอะไร
ไม่มีที่หมาย ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต
ไม่มีผู้หยุดอยู่ในปัจจุบัน

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by ha11ok from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จึงพบ ใจที่เป็นพุทธะ


เมื่อ ปล่อยวาง “ความปรุงแต่ง”
และไม่โหยหา “ความไม่ปรุงแต่ง”
ก็ สิ้นยึด ทั้งสังขารและวิสังขาร
จึงพบ ใจที่เป็นพุทธะ
ใจที่ รู้จริง รู้แจ้ง รู้พ้น 
สิ้นอวิชชา กิเลสตัณหา

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Henryphoto from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

น้ำ ไหล นิ่ง


น้ำ ไหล นิ่ง
ผู้ใดเห็นความสงบในความเคลื่อนไหว
เห็นความว่างในความมี
ใจจะสุขสงบนิรันดร์
นั ต ถิ สั น ติ ป ะ รั ง สุ ขั ง
“สุขใดเหนือกว่าใจที่สงบ เป็นไม่มี"

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by TheOtherKev from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ยิ่งลบ...ยิ่งเห็นร่องรอย


อารมณ์ต่าง ๆ .. ที่มันเกิด
ทั้งหงุดหงิด น้อยใจ ดีใจ เสียใจ
ไม่ต้องพยายาม ลบอะไรออกไป
ยิ่งลบ...ยิ่งเห็นร่องรอย
เพราะมันมี “ ตั ว เ ร า ” เข้าไปจัดการ
เพียงแค่ไม่ยึด และ ไม่ผลักไส ในสิ่งต่าง ๆ
สักแต่ว่า | รู้ |

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by aalmeidah from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ปล่อยวาง


ธรรม คือ การปล่อยวางตัวเรา หรือ
สังขารกาย (กายสังขาร) และ
สังขารจิต (จิตตสังขาร) หรือ
สิ้นหลงยึดมั่น ว่าเป็นตัวตนคงที่
เป็นเรา เป็นตัวเรา เป็นของเรา
เมื่อใจรู้เห็นตามความเป็นจริงดังกล่าว
ก็จะสิ้นหลงยึดมั่นถือมั่นเอง
เรียกว่า  ปล่อยวาง

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by AureliaJHunter from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความทุกข์ ก็ดับลงพร้อม


เมื่อความปรารถนาความสุข หมดไป
ความทุกข์ ก็ดับลงพร้อม

Once the craving for happiness disappears, suffering will also disappear.

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by jonathansautter from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่มีผู้ใดไปทุกข์


ร่ม..กางออก มิได้ทำให้ฝนหยุดตก
แต่ กางออก เพื่อมิให้เปียกฝน
การปฏิบัติธรรม ก็มิได้ทำให้ทุกข์ไม่มี
แต่ ทำให้ ไม่มีผู้ใดไปทุกข์

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Darkmoon_Art from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ไม่ต้องไปยุ่ง หรือ ดับมัน


ขันธ์ห้าไม่ใช่อวิชชา ไม่ใช่นิพพาน
ไม่ต้องไปยุ่ง หรือ ดับมัน
ปล่อยให้ขันธ์ห้า เป็นอย่างที่มันเป็น
หรือ ปล่อยวาง
จึงเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ

หลวงตาณรงศักดิ์ ขีณาลโย

Image by Rattakarn_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา