แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อไม อินทสิริ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อไม อินทสิริ แสดงบทความทั้งหมด

จิตใจที่กระเพื่อมออกของเราคือตัว “สมุทัย”




จิตใจที่กระเพื่อมออก ของเรานี่เอง 
คือตัว “สมุทัย” ที่เป็นสาเหตุแห่ง “ทุกข์” ในวัฏสงสาร ...
จึงต้องมี “มรรค” คือสติบารมีที่แข็งแกร่ง 
เป็นตัวแทนของพระศาสดา 
นำพาไปสู่ “นิโรธ” คือความพ้นทุกข์ได้


หลวงพ่อไม อินทสิริ

จิตโง่คือจิตที่กระเพื่อมออกจากกาย




จิตเป็นอวิชชาคือจิตไม่รู้ 
หรือเรียกว่า จิตโง่ ...
จิตโง่คือจิตที่ กระเพื่อมออกจากกาย 
ออกจากคำบริกรรม 
จิตที่กระเพื่อมออก ...
ย่อมหาความสงบสุขไม่เจอ

หลวงพ่อไม อินทสิริ

ผู้ปฏิบัติต้องมีเกราะป้องกันตัวเองอย่างนี้




แม้คนอื่นเค้าจะไปกระทบเรา 
แต่ถ้าจิตของเรามีธรรมะ 
เหมือนกับไม่กระทบ มันเป็นอย่างนั้น 
คนที่ปฏิบัติธรรมมันต้องคุ้มครองตัวเอง 
มีเกราะป้องกันตัวเองคืออย่างนี้ 
คือสติปัญญาคุ้มครองตัวเองอย่างนี้ 
นี่แหละหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อไม อินทสิริ

ถ้าไม่ทิ้งสุขภายนอกก็จะไม่เจอสุขภายใน




จงทิ้งสุขเก่าเพื่อเอาสุขใหม่ 
จงทิ้งสุขภายนอกเพื่อเอาสุขภายใน ...
สุขเก่าหรือเรียกว่าสุขภายนอก 
มันเป็นสุขที่เกิดมาจากจิตของเราเอง
ที่กระเพื่อมออก เช่นการร้องเพลง ...
การยินดีในกามคุณ ฯลฯ มันเป็นสุขที่ไร้สาระ 
เพลิดเพลินไปก็รอวันตายไปเปล่าๆ ...
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ทิ้งสุขภายนอก 
เพราะสุขภายนอก มันคือสุขที่ทำให้
คนต้องจมอยู่ในวัฏสงสารไม่มีที่สิ้นสุด 
ถ้าไม่ทิ้งสุขภายนอกก็จะไม่เจอสุขภายใน

หลวงพ่อไม อินทสิริ

จงมีเมตตา "จิต" ตน



จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด 
อย่าได้ส่งออกไปเบียดเบียนผู้อื่นเลย
จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด 
อย่าได้ส่งออกไปลักเล็กขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นเลย
จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด ...
อย่าได้ส่งออกไปเสียดสีกับร่างกายผู้อื่นเลย
จิตใจของเรา จงอยู่เป็นสุขเป็นสุขเถิด 
อย่าได้ส่งออกไปทำในสิ่งที่ผิดศีลเลย
นี้แหละการมีเมตตาตน...
ผู้มีเมตตาจิตตน ด้วยสติบารมี ด้วยสมาธิบารมี ย่อมอยู่ได้ดี

หลวงพ่อไม อินทสิริ

จิตไม่ชอบอยู่ในกายเปรียบได้สัตว์นรก




จิตใจของผู้ใดไม่ชอบอยู่บ้านคือร่างกาย 
ปล่อยให้กระเพื่อมออกไปกับกิเลสตัวโกรธ โลภ หลง 
จิตใจของผู้นั้นเปรียบได้ประดุจสัตว์นรกตัวหนึ่ง 
ที่นำความทุกข์ความวุ่นวายมาให้แก่ตนเอง 
ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ไม่มีที่สิ้นสุด


หลวงพ่อไม อินทสิริ

จิตไม่กระเพื่อมออก นำสุขมาให้เสมอ



          ...จิตใจของผู้ใดอยู่ในอาการสงบ ไม่กระเพื่อมออก ไม่ฟุ้งซ่านออก ...จิตใจของผู้นั้นเปรียบได้ประดุจเทพเทวดา นำสุขมาให้แก่ตนเองเสมอ

                                                                                                      หลวงพ่อไม อินทสิริ

ร่างกาย สังขารภพชาติไม่เป็นของที่เที่ยงแท้แน่นอน



ร่างกาย สังขารภพชาติไม่เป็นของที่เที่ยงแท้แน่นอน
มีแต่โทษอย่างนั้น เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
ไม่มีวันที่จะเป็นสุข เกิดในภพนี้ ทุกข์ในกายนี้
ตายแล้วยังมาเกิดเป็นมนุษย์อีก เป็นสัตว์เดรัจฉานอีก 
เป็นเปรตอสูรกายอยู่ตามความโลภหลงของตัวเอง
ไม่มีวันที่จะสิ้นสุดอยู่อย่างนี้ 
เราจะหลงอยู่อย่างนี้เหรอ
วนเวียนอยู่ในวัฏสงสารอยู่อย่างนี้เหรอ 
หาทางพ้นทุกข์ไม่ได้เหรอ 
พระพุทธเจ้าสอนให้พวกเราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ทำไมเราไม่เอา เรายังต้องการอยู่อย่างนี้เหรอ

หลวงพ่อไม อินทสิริ

คำว่า รู้ธรรม เห็นธรรม ไม่ใช่คิดเอาเอง


คำว่า รู้ธรรม เห็นธรรม ไม่ใช่คิดเอาเอง 
จิตต้องเข้าถึงอย่างแท้จริง จิตเกิดศรัทธา 
คำว่า ศรัทธา มันลืมความเหน็ดเหนื่อย 
มีแต่ความขยัน ความตั้งใจ 
จิตเข้าถึงธรรมมันเป็นอย่างนี้

หลวงพ่อไม อินทสิริ

ทุกข์แฝงอยู่กับสุขตลอดเวลา



          ความสุขของทางโลก เป็นความสุขที่จอมปลอม หลอกลวงเล่ห์เหลี่ยมทำให้คนเรานี่หลง พอเราหลงไปเราก็เกิดทุกข์ ครั้งแรก เราว่ามันจะสุขตลอดชีวิต แต่พอใช้ไปไม่นาน สุขมันก็หมดเหลือแต่ทุกข์อย่างเดียว แสดงว่าทุกข์มันแฝงอยู่กับสุขตลอดเวลา   

                                                                                                หลวงพ่อไม อินทสิริ

ร่างกายไม่ใช่ของใคร



          ร่างกายของเรา เราก็คิดว่าของเรา แต่เมื่อมันเกิดสิ่งแทรงซ้อนต่างๆ มีโรคภัยไข้เจ็บ มีเชื้อโรคต่างๆเกิดขึ้นในร่างกาย เชื้อโรคต่างๆ เค้าก็ว่าร่างกายนี้เป็นของเขา เมื่อมีหลายโรค โรคทุกโรคก็ว่าเป็นของเขาทุกโรค แม้แต่พยาธิในลำไส้ เค้าก็ว่าร่างกายนี้เป็นของเขา เป็นที่อยู่หากินของเขา 

          ส่วนเราที่มีร่างกายอยู่นี้ มีจิตของเราอยู่ในนี้ เราก็ว่าร่างกายนี้เป็นของเรา ต่างคนก็ต่างแย่งกันว่าเป็นของเรา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ของใคร เป็นเพียงที่อาศัยอยู่ชั่วครูชั่วคราวเท่านั้น

                                                                                                    หลวงพ่อไม อินทสิริ