แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์เรวัติ สุปภาโต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์เรวัติ สุปภาโต แสดงบทความทั้งหมด

เพราะใจไม่มีหลักเป็นเครื่องอยู่


เพราะใจไม่มีหลักเป็นเครื่องอยู่
จึงไหลออกไปสู่กระแสของตัณหา
ความต้องการและไม่ต้องการจึงตามมา
เลยตกอยู่ใต้อำนาจของเวลาและอารมณ์
ถ้าใจได้หลักเป็นเครื่องอยู่
จะนิ่งอยู่รู้อยู่สิ้นกังขา
เห็นอริยสัจ 4 ตามสติปัญญา
จึงหยุดตามล่าหาพระอาจารย์
ผู้ที่รู้เข้าใจอริยสัจ 4 แล้ว
ย่อมไม่ตามล่าหาพระอาจารย์
ก็คือรู้ที่มาของเหตุให้ทุกข์เกิด
ว่าเกิดจากอะไร เวลามันดับเพราะอะไร
ความอยากต้องการให้โลกเขาเป็นอย่างนั้น
ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนี้
เมื่อไม่เป็นตามใจอยาก
แล้วอะไรจะเกิดตามมา...
หงุดหงิดฟุ้งซ่านรำคาญใจ
ก็เพราะใจยังไม่มีหลัก
จึงได้หลุดไหลไปตามกระแสของ
อวิชชา ปัจจยาสังขารา
ถูกมันหลอกให้ออกไปปรุง วิตก วิจารณ์
ความต้องการและไม่ต้องการ
ก็เข้ามาครอบจิตโดยอัตโนมัติ
ก็เป็นอย่างที่โลกเขาเป็นกัน
แต่ถ้าใจได้หลักแล้วจะอยู่กับปัจจุบันขณะ
มีสติเป็นเครื่องระลึกรู้อยู่ทุกขณะเวลา
กระทบผัสสะอายตนะทั้ง 6 จิตรู้เท่าทัน
ไม่ส่งออกนอก
ตัณหาก็ไม่มีโอกาสเข้ามาครอบงำได้
ก็อยู่เป็นปกติในปัจจุบันธรรมนี้เอง...!
ทิฎฐิวิสุทธิ-กังขาวิตรณวิสุทธิ

จากหนังสือ ปัจจุบันจิต ปัจจุบันธรรม
พระอาจารย์เรวัติ สุปภาโต
สำนักสงฆ์พุทธเจดีย์คีรีเขต

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

4 ก.พ.69


 

อวิชชาจะไม่มีที่อาศัย


วางอุเบกขา
เห็นความคิดที่เกิดขึ้น
ไม่เข้าไปวิจารณ์
ทําความรู้สึกบ่อยๆ
เมื่อรู้สึกตัว
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น
จิตเราเป็นธาตุรู้ รู้ซื่อๆ
หลังรู้ เป็นการไปปรุงแต่งแล้ว
ก่อนที่ความคิดจะเกิด
จิตเป็นพุทธะ
อย่าให้จิตก่อรูปเป็นความคิดขึ้นมา
จิตเป็นอิสระ
สัญญาจํา สังขารปรุงแต่ง
อวิชชาจะไม่มีที่อาศัย
ถ้าไม่ส่งใจไปตามสังขาร
ขันธ์ทั้ง 5 ก็จะไม่มีอุปาทาน
ความต้องการและไม่ต้องการ
ก็ไม่มีมา
พระอาจารย์เรวัติ สุปภาโต (พุทธอาศรม)
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

หลบยมบาล – หายตัว


หลบยมบาล – หายตัว

ต้องภาวนาให้จิตเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
มัจจุราชจึงจะมองหาจิตเธอไม่เห็น
ถ้ายังเข้าถึงสภาวะจิตเดิมไม่เป็น
จะต้องหลงประเด็นสิ่งเกิดดับไปอีกนาน
ระวังจะหลงประเด็นกับสิ่งที่เกิดดับ 
จงหันกลับคืนสู่เคหสถาน (ความเป็นกลาง)
อย่าให้มีตัวเราเข้าไปเป็นประธาน
แล้วพวกยมบาลก็จะตามหาจิตเราไม่เจอ

เมื่อไม่มีตัวประธานเป็นผู้ก่อภพ
เวลากระทบก็เป็นลบหมดความหมาย
ไม่เป็นบวกดั่งแต่ก่อนพาเกิดตาย 
ให้เวียนว่ายในสามภพ จบไม่เป็น.

ส่วนมากเราจะทำเพื่อเอา เป็นบวก 
คือ สร้างกุศลเยอะๆ 
ไม่ทำเพื่อละอัตตาตัวตน 
ทำเพื่อเอาจะเป็นโลกีย์ 
แต่ถ้าทำฟรีๆ จะเข้าข่ายโลกุตระโดยอัตโนมัติ
ทำเพื่อธรรมไปตามหน้าที่ อย่าให้จิตนั้นมีคอร์รัปชั่น
เห็นจิตกับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งเดียวกัน 
ก็อยู่พรหมจรรย์เรื่องการภาวนา

(พระโมฆราชเคยทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องการหลบพญามัจจุราช) 

พระอาจารย์เรวัติ สุปภาโต

จากหนังสือ ปัจจุบันจิต ปัจจุบันธรรม

Image by Ed_Gar from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/