แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ แสดงบทความทั้งหมด

การปฏิบัติธรรมทุกระดับต้องมีอุเบกขา


การปฏิบัติธรรมในทุกระดับ
ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนา
ถ้าเรามีไม่มีอุเบกขา
โอกาสที่จะก้าวหน้าก็เป็นไปโดยยาก
.
ในเรื่องของการให้ทาน
ถ้าเราไม่มีอุเบกขาในการให้ทาน
ให้แล้วบางคนก็ยังตามไปตรวจว่า
ของที่ทำไปท่านได้เอาไปใช้เอาไปฉันจริงหรือเปล่า?
นั่นคือลักษณะของการขาดอุเบกขาในการให้ทาน
ทำแล้ว ให้คนอื่นไปแล้ว
แต่ยังไม่ขาดจากใจตัวเอง ยังยึด ยังเกาะอยู่
โอกาสที่จะติดอยู่แค่กามาวจรภูมิก็มีมาก
.
ในการรักษาศีล เมื่อเราล่วงละเมิดศีลโดยไม่ได้เจตนา
ถ้าเรามีอุเบกขา ก็คือปล่อยวาง
แล้วตั้งหน้าตั้งตาชำระศีลให้บริสุทธิ์ใหม่
แต่ถ้าหากเราไม่มีอุเบกขา
เราก็จะไปเศร้าหมองอยู่ตรงนั้นว่า
เรารักษาศีลมาได้ตั้งนานแล้ว
ไม่น่าที่จะบกพร่อง
ลักษณะอย่างนั้น ถ้าเราตายตอนนั้น
สภาพจิตเศร้าหมองจะนำเราไปลงอบายภูมิ
.
ส่วนในเรื่องของการภาวนานั้น
สมาธิทุกระดับจะมีตัวอุเบกขาอยู่เสมอ
ตั้งแต่อุเบกขาของปฐมฌาน
อุเบกขาของฌานที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕
ตัวที่ ๕ นี่ชัดเจนที่สุดเลย
ก็คือเหลือแต่อารมณ์อุเบกขาล้วน ๆ
เรียกว่า ปัญจมฌาน
สำหรับบุคคลที่มาสายพระโพธิสัตว์
จะเข้าถึงตรงจุดนี้ได้
ฉะนั้น...ถ้าเราขาดตัวอุเบกขา
ซึ่งปนอยู่ในเอกัคตารมณ์
ก็คืออารมณ์ที่ตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว
เราก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงสมาธิภาวนา
ในแต่ละระดับได้อย่างแท้จริง
.
ส่วนอุเบกขานั้นในวิปัสสนาญาณนั้น
ก็คือการเลิกการปรุงแต่ง ตาเห็นรูป
หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส
กายสัมผัส ใจไม่นำมาคิด
สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน
สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้รส
สักแต่ว่าสัมผัส เมื่อใจไม่คิด
ความดีความชั่วก็ไม่เกิด
กุศลกรรมและอกุศลกรรมไม่เกิด
ในเมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่เกิด
เพราะขาดการปรุงแต่ง
คำว่า "ไม่เกิด" ก็คือ "ดับ" นิโรธ
คือความดับก็ปรากฏขึ้น
โอกาสที่เราจะเข้าถึงพระนิพพานจึงจะมีได้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. (หลวงพี่เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน จ.กาญจนบุรี
Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มีแต่เพิ่มกิเลสให้เรา


นักปฏิบัติที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไร 
รวบรัดตัดตรงเข้าหามรรคหาผลเลย
ถือว่าโชคดีที่สุด ไม่เสียเวลา 
ส่วนท่านที่รู้มากก็ยากนาน 
คำว่ายากนาน 
บางคนโดนพารู้เตลิดเปิดเปิงไป
เวลาญาณเครื่องรู้เกิดขึ้น รู้ทุกเรื่อง 
อย่างที่บอก...ขนาดสร้างยานอวกาศไปนอกโลกก็ยังได้ 
เพียงแต่ว่าหากว่าเราสังเกตจะเห็นว่า 
ทุกอย่างที่เราคิดจะมีเหตุมีผล 
สามารถอธิบายได้ทั้งวิชาการ 
ทั้งวิทยาศาสตร์ ทั้งทางธรรม 
แต่เรื่องที่รู้ไม่มีอะไรช่วยให้เราหมดกิเลสเลย 
ถ้าไม่สังเกตตรงนี้ก็จะโดนหลอกไปเรื่อย ๆ
.
กิเลสเขาเก่ง 
เขาจะหลอกให้เราภูมิใจ 
ว่าเราเข้าใจ เรารู้เห็น 
เราเข้าถึง และเราก็ลืมพิจารณาว่า
เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ช่วยตัดกิเลส
มีแต่เพิ่มกิเลสให้เรา

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

Image by Rattakarn_ from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

อุเบกขาในวิปัสสนาญาณ



อุเบกขาในวิปัสสนาญาณนั้น 
ก็คือการเลิกการปรุงแต่ง 
ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น 
ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจไม่นำมาคิด 
สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน 
สักแต่ว่าได้กลิ่น สักแต่ว่าได้รส สักแต่ว่าสัมผัส 
เมื่อใจไม่คิด ความดีความชั่วก็ไม่เกิด 
กุศลกรรมและอกุศลกรรมไม่เกิด 
ในเมื่อสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่เกิดเพราะขาดการปรุงแต่ง 
คำว่า "ไม่เกิด" ก็คือ "ดับ" นิโรธคือความดับก็ปรากฏขึ้น 
โอกาสที่เราจะเข้าถึงพระนิพพานจึงจะมีได้

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

จุดประสงค์ที่หลวงพ่อสอนมโนมยิทธิ



ที่สำคัญที่สุด และเป็นจุดประสงค์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำจริงๆ
ในการสอนมโนมยิทธินั้นก็คือ การที่เราสามารถยกจิต
ขึ้นไปกราบพระบนพระนิพพานได้นั้น
ทำให้เราคุ้นเคยกับสภาพจิตที่ปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง
ถ้าเราจำอารมณ์นั้นมา แล้วพยายามประคับประคองรักษาไว้
จิตใจของเราก็จะผ่องใสมาก
ยิ่งสามารถเอาจิตเกาะพระนิพพานได้นานเท่าไหร่
จิตของเราก็จะผ่องใสได้นานเท่านั้น
เมื่อสภาพจิตคุ้นชินกับการปราศจาก รัก โลภ โกรธ หลง ไปนานๆ
ในที่สุดกิเลสทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่สามารถจะงอกงามต่อไปได้
ก็จะเหี่ยวเฉา หมดสภาพ ตายไปเอง
ทำให้เราสามารถบรรลุถึงพระนิพพานได้อย่างแท้จริง



หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

ไม่มีอะไรที่เป็นไปอย่างใจเราต้องการเสียทุกอย่าง



          ที่เราเครียดจริงๆ ก็เพราะว่าเราไปตั้งความหวังไว้กับคน ว่าเขาจะต้องเป็นอย่างนั้น จะต้องเป็นอย่างนี้ เขาไม่น่าจะทำอย่างนั้น ไม่น่าจะทำอย่างนี้ ตั้งความหวังไว้มากก็ผิดหวังมาก พอเครียดขึ้นมาเสียงตัวเองก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น รู้ตัวเมื่อไรให้รีบเบรกไว้ กลับมาสู่ความจริงที่ว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปอย่างใจเราต้องการเสียทุกอย่าง เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน

                                                                                                   หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

เราจะทุ่มเทให้กับการปฏิบัติธรรมไม่ได้เชียวหรือ?



ชีวิตของเราที่เหลือไม่ได้มีมาก
ถ้าคิดแบบประมาทก็คือมีแค่วันนี้ 
ถ้าคิดแบบไม่ประมาทก็คือมีแค่ชั่วลมหายใจนี้  
ในเมื่อเวลาเรามีแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง 
เราจะทุ่มเทให้กับการปฏิบัติธรรมไม่ได้เชียวหรือ? 
เราเหนื่อยแค่ตอนนี้เอง 
แต่ถ้าเหนื่อยแล้วพ้นทุกข์...คุ้มค่าหรือไม่?

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ 

วิธีลดอัตตา


         อัตตาเยอะ ถ้ารู้ตัวก็แก้ไขไม่ยาก พยายามลดลงหน่อย อันดับแรกพิจารณาเยอะๆ หน่อย ไม่ว่าตัวเราตัวเขาก็มีความเสมอกัน คือเป็นธาตุ ๔ เหมือนกัน ท้ายสุดมีความตายเหมือนกัน เราถือตัวถือตนไปก็ตาย ไม่ถือตัวไม่ถือตนก็ตาย แต่คนที่ไม่ถือตัวเขาไปแล้ว เขาไปภพสูงกว่า เพราะเขาไม่ได้แบกอัตตาไว้ ส่วนเราจะถือตัวถือตน ถึงเวลาก็ไปภพต่ำกว่า ถ้าอยากสูงอย่างเขาต้องลดอัตตาให้ได้ พิจารณาให้เห็น

                                                                                                หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

วิธีปฏิบัติให้ก้าวหน้า



ถาม : การปฏิบัติของเราไม่ก้าวหน้าเลย ?

ตอบ : ก็มัวแต่กังวลแล้วจะก้าวหน้าได้อย่างไรเล่า วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่กับปัจจุบัน อย่าไปคิดฟุ้งซ่านกับเรื่องเก่า คนอื่นเขาจะทำอย่างไรกับเรา ไม่ต้องไปคิด ที่ผ่านมาแล้วช่างมัน ยังมาไม่ถึงช่างมัน อยู่กับลมหายใจเข้าออกในปัจจุบัน ถ้ารักษาอารมณ์นี้ได้ความก้าวหน้าจะมี ถ้าหลุดจากตรงนี้เมื่อไรจะเริ่มทุกข์ ความก้าวหน้าจะหาไม่ได้อีกต่างหาก

ถาม : เวลาอยู่คนเดียวไม่มีอะไรให้ยึด ?

ตอบ : นึกถึง พระพุทธเจ้า ที่ไหนก็ได้สักองค์หนึ่งที่เราเคารพมากที่สุด บารมีพระครอบคลุมอยู่ทุกอณูในจักรวาลนี้ เพียงแต่เราระลึกถึงท่านหรือเปล่า ? ถ้าเราระลึกถึงท่าน ท่านก็อยู่ในจิตในใจเรา พร้อมที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเรา ต่อให้เรารู้หรือไม่รู้ก็ตาม ขอให้เราเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแล้วยึดท่านเป็นที่พึ่ง

สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ณ บ้านวิริยบารมี ต้นเดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖

ข้อคิดเมื่ออยู่วัด



          อยู่วัด..สำคัญที่สุดอย่าไปตั้งความหวังกับคน สถานที่ดีแค่ไหนก็ตาม ครูบาอาจารย์ดีแค่ไหนก็ตาม คนรอบข้างก็ยังเป็นคนอยู่ ถ้าไปคิดว่าวัดดีแล้วคนต้องดี คิดว่าครูบาอาจารย์ดีแล้วเขาต้องดี เดี๋ยวก็อกหักดังกร๊อบ ในเมื่อคนจะอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นคน ก็อยู่ที่เราว่าเราปล่อยวางได้มากเท่าไร สรุปง่าย ๆ ว่าอย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุดก็จบ จะได้ดูว่าเราเองปล่อยวางสักกายทิฐิได้มากเท่าไร? ตัวกูของกู มานะยังมีเยอะไหม? ถ้าไม่มีก็อยู่สบาย ถ้ามีก็กระแทกอยู่เรื่อย

                                                                                               หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

ไม่ให้อภัยคืออยากเกิดอีก


          การให้อภัยเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะว่าการตอบโต้ ไม่ว่าจะด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจก็ตาม เป็นการสร้างกรรมต่อ ท้ายสุดกรรมนั้นก็จะย้อนมาสู่ตัวเอง ในเมื่อเขาสร้างกรรม เราไม่รับ ถึงวาระมันบรรจบครบรอบ คนสร้างก็รับไปเอง แต่ถ้าหากเราไปรับแล้วตอบโต้ ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ต่อกรรมสืบเนื่องกันไป ไม่มีที่สิ้นสุด ก็แปลว่ายังยินดีที่จะเกิดต่อ

                                                                                     หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ


ถ้าใจคิดว่าไม่ดี ก็เหมือนแช่งตัวเอง



          จำเอาไว้ว่า...เรื่องทั้งหลายจะแย่ก็เพราะเราไปกังวล ถ้าใจเราดี ทุกอย่างก็ดีหมด ถ้าใจเราไปคิดว่าไม่ดี ก็เหมือนกับแช่งตัวเอง เลยพลอยไม่ดีไปด้วย เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุด ก็คือ กำลังใจของเรา เขาเรียกว่า "มโนมยา สำเร็จด้วยใจ" ไปคิดว่าไม่ดี ๆ ๆ เดี๋ยวก็เจ๊ง เพราะกลายเป็นแช่งตัวเอง

                                                                                            หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

คนเราถ้าตั้งใจทำความดี มารจะขวาง


          จำไว้ว่าคนเราถ้าตั้งใจทำความดี มารจะขวาง คนรอบข้างสามารถเป็นมารได้ทั้งหมด ซึ่งเกิดจากการดลจิตดลใจของมารเขา ถ้าหากว่าตั้งหน้าตั้งตาสู้ฟันฝ่าไปด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง เราก็จะพ้นผ่านไปได้ แต่ถ้าหากไม่ยอมสู้ ยื่นเท้าเข้าไปให้เขาผูกแต่โดยดี ก็ไม่ต้องไปไหนหรอก เสร็จเขาแน่..!

                                                                                         หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

คนเสียสละไม่อับจน


อะไรก็ตามถ้าเราช่วงชิงไขว่คว้ามาใส่ตัว 
จะไม่มีวันเต็ม ไม่มีวันพอ
แต่ถ้าเรารู้จักเสียสละให้คนอื่นได้ 
เราจะกลายเป็นคนที่ไม่มีวันอับจน

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

จิตใจคนเรา ต้องมีสิ่งดีให้ยึดเกาะ




จิตใจคนเรา ต้องมีสิ่งดีให้ยึดเกาะ ไม่มีอะไรเกาะ ก็ไม่มีอะไรปล่อยวาง
การจะไปถึงนิพพานต้องปล่อยวางทั้งดีและไม่ดี 
แต่ถ้าไม่ยึดเกาะสิ่งดีไว้ก็อาจทำให้ใจมุ่งไปเกาะในสิ่งไม่ดี เกิดโทษกับชีวิต 
ฉะนั้นต้องเกาะความดีเอาไว้ พอได้จังหวะพอดีก็ค่อยปล่อย
เพื่อจะหลุดพ้นการเวียนว่ายตายเกิดไปสู่พระนิพพาน

หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ

ความรักของพ่อแม่เหมือนพระอริยะเจ้า




         ความรักของพ่อของแม่เป็นความรักที่บริสุทธิ์ มีความปรารถนาดีต่อลูกอย่างเดียว จึงเป็นความรักเดียวกันกับความรักของพระอริยเจ้า ความรักของพระอริยเจ้าก็คือรักอย่างไม่มีข้อแม้ รักทุกคนโดยเสมอหน้ากัน ปรารถนาให้ทุกคนล่วงพ้นจากความทุกข์ มีแต่ความสุขเสมอกัน พระพุทธเจ้า ถึงได้ตรัสอย่างเต็มปากเต็มคำว่า พระองค์รักราหุลเท่าใด ก็รักเทวทัตเท่านั้น 

                                                                                          หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ
                                                                                   

อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ใหญ่




ถาม: อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ใหญ่....?

ตอบ: อันดับแรกได้ตัวเมตตาบารมี เราไปปล่อยเขาให้มีชีวิตรอดได้รับความสุขความสะดวกสบายน่ะ ต่อไปเราทำอะไรก็จะสะดวกสบายไปหมด ...มีอานิสงส์พิเศษอีก เรื่องของการปล่อยชีวิตสัตว์ ถ้าหากว่าเป็นสัตว์ที่เขาขายเพื่อให้ไว้ฆ่าเป็นอาหารน่ะ ถ้าช่วงนั้นเรามีอุปฆาตกรรมเข้ามา มันจะเป็นกุศลต่อชีวิตให้เราด้วย ตัวหนึ่งเท่ากับปีหนึ่ง สมมติว่าคุณปล่อยปลา ๑๐ ตัว นี่อายุยืนต่อไป ๑๐ ปีแน่ๆ แต่ถ้าหากว่าไม่มีอุปฆาตกรรมเข้ามารบกวน อานิสงส์ตัวนี้ก็จะทำให้เรามีความสุขสะดวกสบาย เรื่องเคราะห์กรรมใหญ่ๆ อย่างเช่นว่าหนักอยู่สักหน่อย ถ้าหากว่าปล่อยพวกไก่พวกเป็ดที่เขาจะฆ่า เคราะห์กรรมอันนั้นก็จะเบาไป ถ้ามันจะถึงแก่ชีวิตเลย ปล่อยสัตว์อย่างพวกแพะ แกะ วัว ควาย ก็จะเป็นการต่อชีวิตของเราได้เลย ประเภทที่เรียกว่า ยิ่งกรรมหนักก็ยิ่งปล่อยสัตว์ใหญ่ยิ่งได้เปรียบ แล้วมันมีอานิสงส์แปลกๆ อยู่อย่าง คือหลวงพ่อท่านเคยซื้อปูทะเลไปปล่อย เห็นมันโดนมัดอยู่เป็นเข่งๆ ก็สงสาร ซื้อแล้วก็เอาไปปล่อยตัดเชือกปล่อยมันลงทะเลไป ปรากฏว่าท่านบอกว่า ปกติแล้วท่านจะปวดหลังเมื่อยตัวเป็นประจำ พอปล่อยแล้วมันไม่เป็นอีก ท่านก็เลยมานึกๆ ดู อ๋อ..... ปูมันโดนมัดอยู่ทั้งวันทั้งคืน มันคงเมื่อยแย่อยู่แล้ว มีโอกาสได้ไปปล่อยมันเข้าอานิสงส์ตัวนี้ก็เลยช่วยท่าน ประเภททันตาเห็นเลย ...

                                                                                               หลวงพี่เล็ก สุธมฺปญฺโญ