แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ แสดงบทความทั้งหมด

แม้มีทุกข์ เราก็สามารถมีสุขได้ในทุกข์



การฝึกใจให้รู้ และอยู่กับความจริง
ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
แต่ไม่ยอมจำนนต่อปัญหาอุปสรรค
มีสติปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาชีวิต
โดยไม่สร้างเหตุแห่งทุกข์
ขณะเดียวกันก็สร้างเหตุแห่งสันติสุข
ให้เกิดขึ้นในใจของเรา
แม้มีทุกข์ เราก็สามารถมีสุขได้ในทุกข์

พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

บุคคลชอบทำร้ายตนอยู่เสมอ ด้วยความคิดของตนเอง



          บุคคลชอบทำร้ายตนอยู่เสมอ ด้วยความคิดของตนเอง การไม่ศึกษาธรรม ไม่รู้ธรรม จึงไม่รู้จักคำว่าปล่อยวาง ไม่รู้ความเป็นจริงตามหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นเหตุให้ใจยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) ห่วงหาอาลัยในของรักของตน จึงสร้างทุกข์ให้กับตน

                                                                                   พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

เตรียมตัวเตรียมใจ รับความเป็นจริงของชีวิต



เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้
เรามีความตายเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้

การพิจารณาเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการแช่งตัวเอง 
อย่างที่คนบางคนหรือประเพณีความเชื่อบางแห่งเข้าใจ 
แต่เป็นการเตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับกับความเป็นจริงของชีวิต 
ซึ่งสิ่งนี้จะต้องเกิดกับทุกๆ คนอย่างแน่นอน 
ดีกว่าไปคิดเพ้อฝันถึงอนาคตที่สดใส 
ซึ่งไม่เป็นจริงอย่างที่ปรารถนา

พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

จิตหยุดคิด



          หากสามารถควบคุมให้จิตหยุดคิดได้อย่างช่ำชอง จนจิตเข้าสู่ความสว่างหรือความประภัสสรของจิตได้แล้ว การรู้เห็นสิ่งต่างๆ ของชีวิตตามความเป็นจริงก็จะตามมา จิตจะละความหลงที่เคยโง่เขลา หลงยึดมั่นสิ่งต่างๆ  เป็นเหตุให้ตัณหาเข้าไปอาศัย ครอบงำจิตอยู่อย่างยืดเยื้อยาวนาน จนเกิดอุปาทานยินดีพอใจต่อการเกิดในภพน้อยภพใหญ่. . .

                                                                                 พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการก็ไม่มีจริงในโลก



         ...ความต้องการของคนไม่มีที่สิ้นสุด และสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการก็ไม่มีจริงในโลก เช่น ต้องการให้สิ่งที่ตนรักพอใจดำรงอยู่เช่นนั้นตลอดไป ไม่ต้องการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักพอใจ ความต้องการเช่นนี้ไม่มีอยู่จริง เพราะทุกๆ สิ่งต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะร่างกายของเรา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความแก่ ความเจ็บ และความตาย จิตใจของคนอันสะท้อนออกมาเป็นนิสัยใจคอและพฤติกรรม เปลี่ยนแปลงไปตามกิเลสตัณหาที่คอยบงการ จะยึดถือว่าต้องเหมือนเดิมไม่ได้เลย ส่วนวัตถุสิ่งของที่ตนครอบครองอยู่ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเก่า ความชำรุดทรุดโทรม ที่สุดก็ต้องพังลงไปเป็นธรรมดา ชีวิตของปุถุชนจึงมาด้วยความทุกข์...

                                                                                        พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ถือเอาสุข คือถือเอาทุกข์ด้วย



        พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า สุข-ทุกข์เป็นของที่อยู่ด้วยกัน หากเราถือเอาสุข ก็ย่อมถือเอาความทุกข์ไว้ด้วย เมื่อไม่วางสุขก็เท่ากับไม่วางทุกข์นั่นเอง เหมือนเหรียญมีสองด้าน คือ ด้านหัวกับด้านก้อย ถือด้านใดด้านหนึ่ง ก็ถืออีกด้านเอาไว้ด้วย จะเอาแต่ด้านเดียวไม่ได้เลย การเห็นและเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงตามกฎธรรมชาติ และวางใจให้เที่ยงธรรมไม่มีอคติในเรื่องต่างๆ จะช่วยรักษาใจให้พ้นทุกข์ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นทุกข์

                                                                                              พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ที่เห็นว่าชีวิตมีสุข...เพราะหลงอารมณ์



          ความเห็นผิดประการต่อมาคือ เห็นว่าชีวิตนี้เป็นสุขหรือสุขขัง แท้จริงแล้วความสุขจริงๆ ไม่มี มีแต่ความทุกข์ ที่เราเห็นว่าเป็นสุขเพราะหลงในอารมณ์ กล่าวคือ เมื่อยินดีพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็หลงว่าเป็นความสุข แท้จริงแล้วมีความทุกข์อยู่ในสิ่งนั้น เช่น สตรีอยากมีลูก เมื่อตั้งครรภ์ก็ยินดีมีความสุข เมื่อคลอดลูกออกมาก็ยิ่งดีใจมีความสุข การตั้งครรภ์และการคลอดลูกเป็นความทุกข์ เป็นความเจ็บปวดของร่างกายอย่างสาหัส แต่ความยินดีอยากได้ลูกบดบังความทุกข์เอาไว้โดยสิ้นเชิง

                                                                                         พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

จิตจะสงบหรือไม่สงบเป็นเรื่องของจิต



 จิตจะสงบหรือไม่สงบเป็นเรื่องของจิต
 เรามีหน้าที่ทำความเพียร

 พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ผู้ปฏิบัติไม่ควรบังคับจิตให้อยู่นิ่งๆ




ในการฝึกจิตนั้น
ผู้ปฏิบัติไม่ควรบังคับจิตให้อยู่นิ่งๆ
เพราะจิตใช้กำลังบังคับไม่ได้
เพียงแต่ประคองจิตให้รู้ชัดถึงลมหายใจที่เข้า-ออก
เมื่อลมหายใจเข้ายาวก็รู้ว่ายาว สั้นก็รู้ว่าสั้น
และเมื่อลมหายใจออกยาวก็รู้ว่ายาว สั้นก็รู้ว่าสั้น...
หากจิตเผลอไปคิดถึงเรื่องอื่นก็ไม่เป็นไร
เอากลับมารับรู้ลมหายใจใหม่
เผลออีกก็เอากลับมาอีกไม่ท้อถอย
อย่างนี้เรียกว่ามีความเพียร

พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ