แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก แสดงบทความทั้งหมด

ให้จิตอยู่กับอารมณ์สุญญตา


...จิตไม่ให้ยึดถืออะไร
ไม่มีอารมณ์ต่างๆ เข้ามารบกวน
อย่าเอาอารมณ์อะไรทั้งหมด
ให้จิตอยู่กับอารมณ์สุญญตา
อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านอยู่
กับอารมณ์สุญญตวิหาร
ไม่เอาอะไรมาเป็นอารมณ์
จิตว่างจากอารมณ์นั่นเอง
การระวังไม่ให้มีอารมณ์ ก็ต้องมีสติ
ระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เมื่ออายตนะเหล่านี้ทำหน้าที่แล้วก็แล้วกัน
ไม่ต้องไปมีอารมณ์ใดๆ เกิดตามมา
ไม่ใช่เดี๋ยวมีเข้าเดี๋ยวไม่มีออก
เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เหมือนคนคบกัน
ไม่มีความแน่นอน เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก
เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ต้องเลือกให้ดีๆ
สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน
สู้ไม่เอาอะไรดีกว่า
ไม่เอาคน ไม่เอาวัตถุ
ไม่เอาทั้งความรู้สึกที่เป็นตัวกูของกู
ให้มันว่างเอาไว้นั่นแหละเป็นการดีที่สุด...
บางตอนจากหนังสือ “ไม่ใช่กู”
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 พ.ย.68 


 

พระนิพพานพัฒนามาจากความสงบ


"...หากจะถามเรื่องความสงบว่าเป็นอย่างไรนั้น
มีตัวอย่างทางนิกายเซน เมื่อลูกศิษย์ไปถามเรื่องความสงบว่าเป็นอย่างไร
แต่อาจารย์กลับเงียบ ไม่พูดอะไรตอบ
เพราะที่พูดออกไปนั้นไม่ใช่ความสงบจริง ไม่ใช่นิพพานจริง
.
ดังเช่นที่เขียนหนังสือออกมานี้ก็ไม่ใช่ความสงบของจริง
เป็นเพียงสื่อที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องความสงบเท่านั้น
.
ความสงบจริงอยู่ภายในใจ มันไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย
เพราะพระนิพพานไม่ใช่ตัวกู ของกู
.
พระนิพพานพัฒนามาจากความสงบ มีอยู่แล้วในตัวเรา
เราจึงมีพระนิพพานอยู่กับตัวกันทั้งนั้น แต่เราไม่เห็นคุณค่า
เพราะว่าเรามีความสงบแค่เพียงนิดหน่อย ยังไม่ใช่ความสงบถาวร
จึงยังไม่พอที่จะนำไปแก้ปัญหาหรือไปดับทุกข์ได้
ความทุกข์ก็กลุ้มรุมจนเอาชีวิตไม่รอด
.
แต่ถ้าเราพัฒนาวิญญาณธาตุ คือธาตุรู้ให้ถึงที่สุดจนเป็นนิพพานธาตุแล้ว
ตัวเองก็สงบ แม้จะสงบได้เพียงหนึ่งส่วนในสี่ส่วน
หรือได้ครึ่งหนึ่ง หรือได้สองส่วนก็ดีทั้งนั้น
.
เมื่อได้ความสงบในใจแล้ว ชีวิตที่ยังเหลือก็ช่วยเพื่อนมนุษย์
ไปตามความสามารถ จนกว่าเปลือกคือร่างกายนี้จะแก่เข้าโลงไป
.
อย่างนี้ชื่อว่าคุ้มค่าที่เกิดมา เพราะได้ช่วยเหลือตัวเอง
และช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์..."
บางตอนจากหนังสือ "อยู่กับจิตว่าง"
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

16 ต.ค.68 


 

อย่าได้หลงใหล ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ


ขอให้เราที่เกิดมาแล้วอย่าได้หลงใหล
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เมื่อเห็นรูป ได้ยินเสียง ได้กลิ่น
ลิ้มรส ได้สัมผัส และรู้ธรรมารมณ์
เมื่อเขามารายงานให้เห็นว่า
เป็นอนิจฺจํ ทุกขํ อนตฺตา แล้วก็สุญญตา
รับรู้แล้วทิ้งไป เหมือนน้ำฝนที่ตกลงบนใบบัว
แล้วก็กลิ้งไปกลิ้งไป
ใบบัวจะไม่แบกน้ำเหล่านั้นให้มันหนัก
ให้มันจมเหมือนคนโง่
ที่แบกอารมณ์ที่มากระทบทั้งวันทั้งคืน
หาความสงบไม่พบ จึงอยู่แต่
กับความทุกข์ที่จิตปรุงแต่งไม่ขาดสาย
จนชีวิตหมดลมหายใจ
แล้วก็หมดลมหายใจกับความทุกข์
ลูกหลานพูดอยู่ข้างหูว่าให้สงบเอาไว้
ให้สงบเอาไว้ ก็สงบไม่เป็น
เพราะไม่เคยรู้จักความสงบ
ตั้งแต่เป็นจนตาย
ก็ยังไม่รู้จักความสงบที่แท้จริง
จึงเกิดมาเสียชาติเกิด ขาดทุน

บางตอนจากจากหนังสือสุญญตา
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ต.ค.68 



 

..จิตว่าง คือจิตที่ไม่มีอารมณ์


..จิตว่าง คือจิตที่ไม่มีอารมณ์
ชื่อว่าอารมณ์รัก เกลียด กลัว
พอใจ ไม่พอใจ อิจฉา ริษยา โลภ
อยากได้ โกรธ เพราะไม่พอใจ
หลง เพราะโง่ ขาดปัญญา
.
คนที่มีจิตว่างก็คือพระอรหันต์
ท่านมีจิตว่างจากอารมณ์ทั้งปวง
ทั้งดี ทั้งร้าย ทั้งเฉย
เป็นจิตที่เต็มด้วยสติปัญญาตลอดเวลา
ไม่ว่ายืน เดิน นั่ง นอน ทำงาน ฉันอาหาร
.
คนมาทำให้โกรธ คนมาทำให้รัก
มาทำให้เกลียด ท่านไม่เอาทั้งนั้น
ท่านจะอยู่กับจิตว่างของท่าน
ท่านจะไม่เก็บอารมณ์อดีต
อารมณ์อนาคต
ท่านรู้แต่อารมณ์ปัจจุบัน
แล้วปล่อยวางไป จะไม่เก็บไว้
เพราะถ้าเก็บไว้มันจะเป็นเสนียดจัญไร
กับจิตเอง
.
จิตว่างนั้นแหละดีที่สุดแล้ว
ดีจนเกินดี ให้รักษาจิตว่างเอาไว้
อย่าให้เสื่อมคลาย
อย่าเพิ่งลืมจิตว่างจากตัวกูของกู
จิตว่างแล้ว กายก็ว่าง
โลกทั้งโลกจะว่างหมด
แล้วเจ้าตัวจะอยู่กับความสงบเย็นอยู่ภายใน
.
จำง่ายนิดเดียวว่า
จิตว่างคือ ว่างจากอารมณ์ทั้งปวง
รู้แล้วปล่อย รู้แล้วปล่อย
ทั้งดีทั้งชั่ว หนักทั้งนั้นแหละ
และจิตเองก็ว่างจากตัวจิตเองด้วย
ว่างจากอารมณ์ภายนอกภายในด้วย
จึงชื่อว่า จิตว่าง
.
ตื่นเช้าขึ้นมาตี ๔ หรือตี ๕
ก่อนอื่นต้องดูจิตก่อนว่า
มีอารมณ์อะไรมาเกาะติดหรือไม่
ถ้าเห็นจิตแจ่มใส อิ่มในการนอนหลับ
ก็แสดงว่าดี ให้คะแนนตัวเอง
แล้วก็รีบภาวนาเสียว่า
จิตว่างหรือว่างจิต ว่างจากจิตเอง
คือเห็นจิตเป็นอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา
เห็นจิตเป็นศูนย์ คือสุญฺญตา
ระวังอย่าให้อารมณ์มาเกาะติด
เพราะอารมณ์เองก็เป็นศูนย์ สุญฺญตา
ว่างทั้งสองตัว แล้วก็อยู่กับตัวว่างให้มาก
อย่าเผลอ พยายามทั้งวันให้มีสติให้มาก
ในการดู ในการพิจารณา
ในการปล่อยวางให้ว่างจริงๆ
ให้จิตว่างจากตัวจิตเอง
แล้วก็ให้จิตว่างจากอารมณ์ให้ได้
.
พยายามลองสังเกตเอาไว้ใช้สติและปัญญา
ในการพิจารณา และให้หลุด
หากจิตมีอุปาทาน
ในส่วนอารมณ์ มีอยู่หกทาง
อารมณ์ทางตาเรียก รูปารมณ์
อารมณ์ทางหูเรียก สัททารมณ์
อารมณ์ทางจมูกเรียก คันธารมณ์
อารมณ์ทางลิ้นเรียก รสารมณ์
อารมณ์ทางกายเรียก โผฏฐัพพารมณ์
อารมณ์ทางใจเรียก ธรรมารมณ์
.
ส่วนจิตเองไม่มีอารมณ์
จิตเองก็ว่างจากตัวจิตเอง
และว่างจากอารมณ์ทั้งหกนี้ด้วย
จิตเองจึงว่างและรู้อยู่นิ่ง
ส่วนความคิดเป็นหน้าที่ของมโน คือใจ
หรือที่เราเรียกว่า มโนสังขาร
...ส่วนจิต รู้อย่างเดียวแล้วปล่อยวาง
.
บางตอนจากหนังสือ “จดหมายถึงพ่อแก่”
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
cr. ผู้เดินตามมรรค

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

18 ก.ย..68 

 

ภัยแห่งการติดสุข


...ที่เกิดความวุ่นวายทั้งบ้าน ทั้งเมือง
และทั้งโลก ก็เพราะเรื่องเวทนานี้แหละ
โลกจึงหาสันติไม่ได้ เช่นนักการเมือง
ก็ต้องหาเวทนาที่เป็นสุข
เพื่อเอามาปรนเปรอตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
คนไหนได้เข้าไปก็เข้าไปทำธุรกิจ
เมื่อก่อนบ้านก็เหมือนกับชาวบ้านทั้งหลาย พอได้เป็นผู้แทนราษฏร
เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี
ต้องบ้านใหญ่ รถใหญ่
อะไรๆ ก็ใหญ่ไปหมด นี่เพราะอะไร
ก็เพราะสุขเวทนา – ความพอใจนี้เอง
เมื่อเป็นเช่นนี้
เราก็ต้องระวังจิตอยู่ตลอดเวลา
ในทุกๆ ทาง ไม่เข้าไปยึดถือสุขเวทนานั้น
จิตที่ฉลาดจะเห็นว่าเวทนา เกิด-ดับ
เป็นอนิจจัง เป็นอนัตตา เป็นสุญญตา
ว่างจากตัวตนเป็นขณะๆ ไป
ดูแล้วตัวสุขเวทนานี้แหละ
ที่หลงไม่รู้จักจบจักสิ้น
...หลงกันจนตาย เมื่อไหร่จะหายหลงกันสักที
หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
บางตอนจากหนังสืออยู่กับจิตว่าง
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

15 ก.ย..68 


 

ความว่างนั้นเต็มด้วยสติปัญญา


เมื่อเห็นด้วยปัญญาว่าสรรพสิ่ง
เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว
สิ่งที่ตามมาคือสุญญตา
เห็นทุกอย่างว่างจากตัวตนหมด
ตัวตนก็ว่างจากตัวตน
จิตว่างจากตัวตน
ว่างจากอารมณ์ภายนอกภายใน
ความกลัวแก่ กลัวเจ็บ กลัวตาย
ก็ว่างไปหมดเกลี้ยง ไม่มีอะไรเหลือ
ใจโล่งเบา
แต่สิ่งหนึ่งเมื่อใจว่าง
จากสิ่งทั้งปวงแล้ว
ในความว่างนั้นมันเต็ม
คือเต็มด้วยสติปัญญา
สมบูรณ์ด้วยสติปัญญาโดยธรรมชาติ

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก
สำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต จ.พัทลุง
จากหนังสืออยู่กับจิตว่าง
cr. ผู้เดินตามมรรค
ภาพ Pinterest

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

8 ส.ค..68 


 

พระพุทธเจ้าอยู่กับสุญญตาวิหาร


พระพุทธเจ้าอยู่กับสุญญตาวิหาร 
วิหาระแปลว่าอยู่ สุญญตาคือว่าง 
ก็คือท่านอยู่กับความไม่ยึดมั่นถือมั่น 
แต่เรานี่อยู่กับความยึดมั่นถือมั่น…
ปฏิบัติให้เห็นความว่าง... 
มันก็จบสิ...
ความทุกข์มันก็จบ จบที่ตรงนั้น...

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

Photo by Shanthi Raja on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

แต่ไม่ใช่กู


เคล็ดลับในการปลดเปลื้องทุกข์
แค่ระลึกสามพยางค์ว่า ไม่ใช่กู เท่านั้น
ทุกอย่างก็โล่งเบาราวกับปาฎิหาริย์
กูไม่มี ไม่มีกู ไม่ใช่กู
แล้วจะมีใครโกรธ ใครไม่พอใจ
ใครเสียใจ ก็ในเมื่อมันไม่ใช่กู
มันอยากทุกข์ อยากเสียใจ
ก็เชิญเศร้าเสียใจไป
แต่ไม่ใช่กู

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จิตว่างเป็นจิตที่เต็มไปด้วยสติปัญญา


ว่าง ไม่ได้เเปลว่า ไม่มี
ว่างแบบพุทธนั้นมีทุกอย่าง 
แต่ว่างจากอหังการ ตัวกู...
จิตว่างไม่ใช่จิตไม่มี 
จิตว่างเป็นจิตที่เต็มไปด้วยสติปัญญา 
นั่นคือจิตว่าง แต่จิตโง่ 
เป็นจิตที่เต็มไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ 
มันมีแต่ความหวัง ปฏิบัติแล้ว
จะต้องได้นั้น จะต้องได้นี้ จะต้องได้โน้น 
ไม่ต้องได้อะไร อย่าไปหวังอะไร 
ยิ่งหวังยิ่งไม่ได้...

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

Image by TobiasBrunner from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

โลกใหม่ที่อยู่ในโลกใบเก่า


เมื่อปฏิบัติแล้วรู้ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอนิจจัง 
เป็นอนัตตา เป็นสุญญตา คือ ว่างจากตัวตน 
ดับทุกสิ่งทุกอย่างทั้งโลกภายในและโลกภายนอก 

จิตก็จะฉลาด อยู่เหนือโลกเหนือจักรวาล
โดยไม่ต้องมีความทุกข์ ได้พบและสัมผัสโลกใหม่อันสงบเย็น 
เป็นที่ซึ่งพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายอยู่
ในโลกใหม่ คือโลกที่พ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ และตาย
เป็นโลกที่ว่างจากตัวตน

หากแม้นร่างกายยังอยู่ในโลกนี้ 
ก็อยู่ด้วยความว่าง กินด้วยความว่าง 
ทำงานด้วยความว่าง...
มีความว่างอยู่ตลอดเวลา สักแต่ว่ากิน 
อาบ ถ่าย ยืน เดิน นั่น นอน 
ทุกขณะมีความว่างควบคุมหมด 
ไม่มีสัตว์ ไม่มีตัวตน ไม่มีบุคคล ไม่มีเรา ไม่มีเขา 
มีเพียงแต่สุญญตาธาตุเท่านั้น 
เป็นโลกใหม่ที่อยู่ในโลกใบเก่า 
ยังกิน ยังนอน ยังทำทุกสิ่งเหมือนเดิมหมด

หลวงพ่อเอี้ยน วิโนทโก

ที่มา : หนังสือไม่ใช่กู  สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ

Image by Nowaja from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา