แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ แสดงบทความทั้งหมด

คำว่า “ทาน” ในความหมายหนึ่ง


เมื่อเราเริ่ม “เห็น” ความนึกคิดของตัวเอง
เห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจ
โดยไม่เผลอไหลตามมันไป
ชีวิตจะค่อยๆ เปลี่ยนอย่างเงียบงาม
เราจะไม่หลงอารมณ์ ไม่ลืมตัว
ไม่ถูกความโกรธ ความอยาก
หรือความทุกข์ลากพาเหมือนแต่ก่อน
เพราะมีบางสิ่งตื่นขึ้นมาอยู่ภายใน
นั่นคือความรู้สึกตัว
หลวงพ่อเทียนสอนว่า
แท้จริงแล้วธรรมะไม่ได้อยู่ไกลเลย
ทุกอย่างอยู่ที่การกลับมารู้ทัน
จิตใจของตนเองในปัจจุบันนี้เอง
เมื่อมีใครพูดกระทบ ใจก็รู้
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น ใจก็เห็น
เมื่อความทุกข์ก่อตัว ใจก็สัมผัสได้ทันที
การเห็นเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เราแข็งกระด้าง
แต่กลับทำให้ใจค่อยๆ สงบ เบา
และเป็นอิสระจากการยึดถือ
คำว่า “ทาน” ในความหมายหนึ่ง
จึงอาจไม่ใช่เพียงการให้วัตถุ
แต่คือการเสียสละการเข้าไป
แบกอารมณ์ของตนเอง
ไม่ปล่อยให้คำพูดหรือเหตุการณ์ต่างๆ
เข้ามาครอบงำใจ
เมื่อใจไม่ขุ่นมัว ก็เรียกว่าสะอาด
เมื่อเห็นตามจริง ก็เรียกว่าสว่าง
และเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น
ใจก็สงบลงเอง
สิ่งสำคัญคือ การปฏิบัติธรรม
ไม่จำกัดสถานที่ ไม่ว่าจะอยู่บ้าน
อยู่ที่ทำงาน อยู่กลางผู้คน
หรือแม้ไม่เคยเข้าวัดมาก่อน
ก็สามารถเริ่มต้นได้
เพียงแค่กลับมารู้ตัวในขณะนี้
รู้ว่ากำลังคิด รู้ว่ากำลังรู้สึก
รู้ว่ากำลังมีชีวิตอยู่ เท่านี้เอง
ธรรมะก็เริ่มทำงานแล้ว
คำสอนหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
สรุปโดย คุณ Aramboy Watsanamjai
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 พ.ค.69


 

สิ่งที่ทำให้ชีวิต “มีค่า”


บางครั้งชีวิตยืนยาว…
ก็ไม่ได้แปลว่ามีความหมาย
และบางครั้งเพียงช่วงเวลาสั้นๆ…
กลับเปลี่ยนทั้งชีวิตได้
หลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า
สิ่งที่ทำให้ชีวิต “มีค่า” ไม่ใช่จำนวนวันเวลา
แต่คือการได้ “รู้ เห็น และเข้าใจ”
ความจริงของจิตใจตนเอง
ความจริงนั้นไม่ใช่อะไรไกลเลย
คือการเห็นว่า…ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ
มัน “เกิดขึ้น” แล้วก็ดับไป
ความคิดเกิดขึ้น แล้วก็หายไป
ความโกรธเกิดขึ้น แล้วก็ดับไป
แม้แต่ความสุข…ก็ไม่เคยอยู่ถาวร
ถ้าเราไม่เคยมองเห็นสิ่งนี้
ต่อให้มีชีวิตยืนยาวเพียงใด
ก็เหมือนเดินอยู่ในความมืด…
โดยไม่รู้ว่ากำลังหลงทาง
แต่ถ้าวันหนึ่ง…เราเริ่มเห็น
เห็นจริงๆ ว่าทุกอย่างในใจ
มันแค่ “เกิดแล้วดับ”
ความยึดมั่นจะค่อยๆ คลาย
ความทุกข์จะค่อยๆ เบาบาง
และชีวิตจะเริ่มมีทิศทางขึ้นมาอย่างเงียบๆ
การปฏิบัติธรรมจึงไม่ใช่เรื่องของเวลา
ไม่ใช่ว่าต้องนาน…ต้องมาก…ต้องพิเศษ
แต่มันคือการ “หันกลับมาดู”
ดูตรงนี้…ที่ใจของเราเอง
เมื่อเห็นต้นตอของความคิด
เมื่อรู้ทันการเกิดดับของอารมณ์
เราจะเริ่มเข้าใจชีวิต
อย่างที่ไม่เคยเข้าใจมาก่อน
และตรงนั้นเอง
คือจุดเริ่มต้นของความเป็นอิสระภายใน
ไม่ต้องไปไกล
ไม่ต้องไปค้นหาอะไรที่ไหน
แค่รู้สึกตัว…อยู่กับกาย
รู้สึกตัว…อยู่กับใจ
แล้วค่อยๆ เห็น
ว่าทุกอย่างกำลังเกิด…และดับ…
อยู่ตรงหน้าเรานี่เอง
โดย คุณ Aramboy Watsanamjai
ในกลุ่ม พบธรรม

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

30 เม.ย.69


 

ธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย


เคยสังเกตไหม…
เวลาใคร “ชมเรา” ใจมันพองขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
แต่พอมีใคร “ตำหนิเรา” ใจมันหด…หรือบางทีก็ลุกเป็นไฟทันที
ทั้งที่จริงแล้ว คำพูดของเขา…ก็เป็นแค่เสียงผ่านหู
แต่สิ่งที่ทำให้เราสุขหรือทุกข์ ไม่ใช่คำพูดนั้นเลย
มันคือ “ความคิดของเราเอง” ต่างหาก
---
หลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นสิ่งที่ลึกมากว่า
“อุเบกขา…มันมีอยู่แล้วในทุกคน”
เราไม่จำเป็นต้องไปสร้างมันขึ้นมาใหม่
ไม่ต้องไปไล่ล่าความสงบจากที่ไหน
เพราะในใจเรานี่แหละ…มีมันอยู่แล้ว
เพียงแต่เรา “ไม่เคยเห็น”
---
เวลามีคนชม ถ้าเรารู้ทันความรู้สึกนั้น เราจะไม่ต้องลอยไปกับมัน
เวลามีคนด่า ถ้าเรารู้ทันความคิดที่เกิดขึ้น เราจะไม่ต้องจมไปกับมัน
มันไม่ใช่การ “ฝืนใจ” แต่มันคือการ “เห็นใจตามความเป็นจริง”
---
สิ่งที่น่าสนใจคือ…
หลวงพ่อไม่ได้ให้เราติดอยู่กับคำศัพท์สวยๆ
อย่าง พระโสดาบัน พระอรหันต์ หรือฌานต่างๆ
เพราะทั้งหมดนั้น…เป็นเพียง “คำเรียก”
แต่ของจริงอยู่ตรงนี้
จิตที่กำลังคิดอยู่ในขณะนี้
---
เปรียบเหมือนนักมวย
ตอนฝึก…มีครู มีแบบ มีท่า
แต่พอขึ้นเวทีจริง
ไม่มีเวลาไปคิดท่าอีกแล้ว
มีแต่ “ชกตามที่ฝึกมา”
การปฏิบัติก็เหมือนกัน
ตอนนี้แหละ คือ “เวทีจริง”
---
เพียงแค่เราฝึกดู
คิด → รู้ว่า “คิด”
โกรธ → รู้ว่า “โกรธ”
ดีใจ → รู้ว่า “ดีใจ”
ไม่ต้องไปห้าม
ไม่ต้องไปแก้
แค่ “เห็น”
---
แล้ววันหนึ่งจะเข้าใจเองว่า
ความโกรธ ความโลภ ไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา
แต่มันเกิดขึ้นเพราะเรา “หลงความคิด”
พอรู้ทันความคิดเมื่อไร
มันก็คลายออกเอง…อย่างน่าอัศจรรย์
---
สุดท้ายแล้ว ธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
มันไม่ใช่เรื่องของวัด
ไม่ใช่เรื่องของตำรา
แต่มันคือ…
“การรู้ทันใจตัวเอง…ในทุกขณะของชีวิต”
---

บทความโดยคุณ Aramboy Watsanamjai
ในกลุ่ม พบธรรม
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

22 เม.ย.69


 

จิตมันจะว่างไปเอง


การสร้างฐานะ-ยศถาบรรดาศักดิ์
สร้างความดี-ความงาม
พระพุทธเจ้าท่านไม่ห้าม
ท่านให้สร้างได้ แต่ท่านไม่ให้ยึด-ไม่ให้ถือ
ถ้าหากไปยึดถือเข้า เรียกว่า‘มีอุปาทาน’
จึงว่า ‘ให้ละ ให้ปล่อยวางอุปาทานทั้งหมด’
ถ้าผู้ใดมีการยึด-การถือ อุปาทาน
อย่างใด-อย่างหนึ่งอยู่
จิตใจก็ไม่ว่าง จิตใจมันเหม็น-มีกิเลส
ได้ยินเสียงอะไรกระทบปุ๊บ ก็คิดปั๊บทันที
เราจึงมาอบรม มาเจริญสติ-
เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา
เพื่อให้มันสว่างจาก
ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง
แล้วท่านยังสอนต่อไปอีกว่า ‘อย่ายึดมั่น-ถือมั่น’
ให้เห็นจิต-เห็นใจของเราเสียก่อน
ถ้าหากไม่เห็นจิต-เห็นใจ
มันมีโทสะ-มันมีโมหะ-มันมีโลภะ
มันมีอุปาทาน มันจึงไม่ว่าง
(ท่าน) จึงสอนให้เรารู้สึกตัว
เมื่อรู้สึกตัวแล้ว จิตมันจะว่างไปเอง
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

9 มี.ค.69


 

คนพาลกับบัณฑิตตัวจริง



เราเคยสวดกันเรื่องอเสวนา ที่เป็นมงคล ๓๘
ว่า ‘อะเสวะนา จะ พาลานัง’
แปลเป็นใจความว่า

เราจะไม่เสพคนพาลเป็นเด็ดขาด
‘ปัญฑิตานัญ จะ เสวะนา’
เราจักเสพหรืออยู่ด้วยบัณฑิต
ว่าอย่างนั้น
ฉะนั้น เมื่อเราจะหาบัณฑิตนอกตัว
การศึกษาเล่าเรียนนั้น
เราก็ศึกษาเล่าเรียนมามากพอสมควร
และผู้ที่เป็นคนพาลนั้น เราก็หนีได้
แต่บัณฑิตที่เป็นนักปราชญ์ศึกษา-เล่าเรียน
ถ้าหากว่าเราไม่ศึกษา-เล่าเรียนเอง
เราจะไปอยู่กับท่าน ท่านผู้เรียนมามากนั้น
ก็คงจะอยู่ (ด้วย) นานไม่ได้
สำหรับบัณฑิตนักปราชญ์ที่ศึกษา-เล่าเรียน…
คนอื่น(นั่น)นะ
เราไปอยู่กับท่านไม่เกินปี-๒ ปี-หรือ ๔ ปี
ก็มีการแยกย้ายกันไป
ถ้าเป็นคนพาลนั้น ถ้าเขาเป็นคนเกเร-เสเพล
กินเหล้า-เมาสุรา สูบกัญชา-เฮโรอีน
เล่นการพนันเหล่านี้
เราก็แยกย้าย-หนีไปได้ อึดใจเดียวเท่านั้น
แต่*คนพาลภายในจิตใจของเรานี้ เราจะทำอย่างไร ?!!
จิตใจที่มันสกปรกนี่ อันนี้แหละเรียกว่า‘คนพาล’
คนพาล คือบุคคลที่มีโมหะนั่นเอง*
**บัณฑิต ก็คือคนที่ทำลายโมหะได้นั่นเอง**
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

9 มี.ค.69


 

นิพพานคือ ความสงบที่เกิดขึ้นเมื่อกิเลสหยุด


หลวงพ่อพูดชัดมากว่า
นิพพานไม่ใช่ตายแล้วค่อยไป
นิพพานคือ
ความสงบที่เกิดขึ้นเมื่อกิเลสหยุด
หยุดตรงนี้
รู้ตรงนี้ เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องรอชาติหน้า
ไม่ต้องรอตำราเล่มไหน
ของจริงอยู่ที่ใจเรา
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
โดย Aramboy Watsanamjai
กลุ่มพบธรรม
ภาพ Pinterest

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

13 ก.พ.69