การปฏิบัติธรรมของเราก็เพื่ออันนี้
เพื่อให้ใจของเราเหมือนดอกบัว
ใจของเราเหมือนใบบัว
ไม่ว่าอะไรมากระทบก็ย้อมไม่ติด
เจอทุกข์ ทุกข์ก็ไม่แปดเปื้อนใจ
อยู่ในโลกแต่ว่าจิตใจอยู่เหนือโลก
โลกไม่อาจกลั้วติดได้ หรือไม่ติดในโลก
เราปฏิบัติธรรมไม่ใช่เพื่อหนีโลก
เราปฏิบัติธรรมไม่ใช่เพื่อหนีกิเลส
ไม่ใช่เพื่อหนีทุกข์
ชาวพุทธเราไม่กลัวทุกข์
เพราะเรารู้ว่าในทุกข์มีธรรม
และในยามที่เราเจอทุกข์
อย่างน้อยเราก็รู้จักหาธรรม
เข้าหาแสงสว่าง
เข้าหาความดีเป็นสรณะ
ฉะนั้นถ้าปฏิบัติธรรมแล้ว
เข้าใจว่าเพื่อหนีโลก
เพื่อหนีทุกข์ เพื่อหนีกิเลส
อันนี้เข้าใจผิดแล้ว
ดอกบัวไม่ได้สอนเราแบบนั้น
ที่เรามาเจริญสติ
ก็เพื่อเราจะได้มีสิ่งรักษาใจ
ไม่ให้ทุกข์มาแปดเปื้อนจิตใจได้
สามารถทำให้อยู่กับกิเลสได้
เหมือนกับที่หลวงพ่อชาแนะนำ
อยู่กับกิเลสอย่างมีสติ
เหมือนกับน้ำกับใบบัว
น้ำซึมเข้าใบบัวไม่ได้
กิเลสก็ซึมเข้าจิตใจไม่ได้
อันนี้สำหรับปุถุชนที่ยังมีกิเลสอยู่
อารมณ์อกุศลก็เหมือนกัน
แม้ว่าจะห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้
แต่พอมันเกิดแล้ว
ก็ไม่สามารถจะฉาบติด
หรือแปดเปื้อนใจได้
เพราะใจเรามีเครื่องรักษา
ฉะนั้นเรามีใบบัว ดอกบัวเป็นครู
ศึกษาให้เข้าใจ แล้วการปฏิบัติของเรา
ก็จะเจริญก้าวหน้าจนชนิดที่ว่า
แม้ตัวอยู่ในโลก แต่ว่าใจก็อยู่เหนือโลกได้
....
“ฝึกใจให้เหมือนใบบัว”
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
แสดงธรรมเย็นวันที่ 15 มีนาคม 2569
วัดป่าสุคะโต
ภาพ Pinterest
ที่มา : เพจมนษิธาร Monsitharn
(บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)
20 เม.ย.69

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น