มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง


มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง
การมองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง
ไม่ได้หมายความว่าต้องพยายามมองให้มากขึ้น
แต่หมายถึง "การหยุดตีความ" สิ่งเหล่านั้น
สิ่งที่เรามองเห็นในโลกนั้น
ถูกกรองผ่านการรับรู้
และการมีปฏิกิริยากับสิ่งต่างๆ
อันเป็นนิสัยของเรา (จึงไม่ใช่ความเป็นจริง)
พระพุทธเจ้าทรงเรียกสิ่งนี้ว่า สัญญา
คือการที่จิตให้ค่าให้ความหมาย
แปรสิ่งต่างๆ ให้เป็นไป
ตามความคิดที่ตายตัว
เมื่อเราตั้งชื่อ เปรียบเทียบ หรือตัดสิน
จิตจะซ้อนสิ่งที่ปรุงแต่ง
ทับลงบนสิ่งที่มันเป็นจริงอยู่เดิมแล้ว
ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
"เมื่อเห็น ก็สักแต่ว่าเห็น
เมื่อฟัง ก็สักแต่ว่าฟัง" (พาหิยสูตร)
การมองตามความเป็นจริงจึงหมายถึง
การหยุด ก่อนที่จิตจะซ้อน
ความปรุงแต่งทับลงไปบนความเป็นจริง
ก่อนที่การให้ค่าของเรา
จะทำให้สิ่งต่างๆ กลายเป็นความจริง
ตามการปรุงแต่งของตัวเอง
คำว่า ยถาภูตญาณทัสสนะ
การรู้และการมองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง
หมายถึงการมองตรง ไม่ผ่านตัวกลาง
โดยปราศจากความอยาก (ตัณหา)
หรือความเกลียดชัง (โทสะ)
เมื่อเราสังเกตโดยไม่พยายาม
ครอบครองหรือปฏิเสธ
เราจะเห็นว่าประสบการณ์ทั้งหมด
มีลักษณะร่วมกันสามประการ
คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจา)
ความทุกข์ (ทุกข์)
และอนัตตา (ไม่มีตัวตน)
... การเข้าใจสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องของสติปัญญา
แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์
... ปัญญาที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อ
สติสังเกตการเปลี่ยนแปลง
โดยปราศจากตัวกลางคือ
ความรู้สึก ความคิด และอารมณ์
จาก See Things as They Really Are
โพสต์โดย Emily Snow
ในกลุ่ม Living Zen

ที่มา  เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)

20 เม.ย.69


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น