ให้รักษาจิตเอาไว้ให้เป็นปกติ


 .. สติเราให้รู้เท่าทันจิตของเรา 
ให้รักษาจิตเอาไว้ให้เป็นปกติ 
เพื่อไม่ให้เรื่องราวต่างๆ 
ในชีวิตประจำวันของเรา
มาก่อเกิดเป็นทุกข์ขึ้นในจิต ... 
.
ถ้าเรารู้เท่าทัน มันจะไม่มีอะไรเลย 
มันก็แค่กระทบกัน
แล้วธรรมชาติมันก็ก่อเกิดเวทนาขึ้นมา 
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ...
พอสุขเราก็ชอบใจ 
ก็อยากให้มันได้ดั่งใจเรา 
พอทุกข์มาเราไม่ชอบใจ 
เราก็อยากผลักต้าน อยากให้มันหาย 
มันก็เกิดความขัดข้องขึ้นในจิตเรา 
เบื้องหลังของมันน่ะ ก็คือ “ มี  เ  ร  า  ” อยู่
จริงๆ ไม่มีอะไรเป็นเราเลย 
เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ.. 
.
พระอาจารย์ครรชิต  สุทธิจิตโต 

Image by 95C from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ถ้าหากว่า เราได้พุทโธแล้ว


ถ้าหากว่า เราได้พุทโธแล้ว 
ให้พิจารณาอย่างนี้ก่อนคือ...
หากใครเขาด่าว่าเรา ให้เรา 
ลองนั่งชั่งใจดูว่า...
เรา โกรธเขาไหม ?
ถ้ายังโกรธอยู่ 
ก็หมายความว่า...เรายังรับรู้ การด่าของเขา
เราเอาจิต...ของเรา 
ออกมารับคำด่า เรายังอดทน ไม่ได้
แสดงว่า...เรายังไม่ถึง  
หรือไม่ได้พุทโธ อย่างแท้จริงนั้นเอง

หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

Image by Alexas_Fotos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราที่มิใช่เรา เป็นความจริงที่สุด


เราที่มิใช่เรา เป็นความจริงที่สุด
เป็นสภาวะที่ว่างจากเหตุแห่งทุกข์มากที่สุด
เมื่อไร้เงาแห่งอัตตาตัวตน
ความบริสุทธิ์ล้วนๆ เดิมแท้ก็ปรากฎ ..
เราเป็นเรา ที่มิใช่เรา 
นี้เป็นความจริงที่สุด
เป็นสภาวะหลุดพ้นที่ปลอดภัย..
....ต่อจิตใจมากที่สุด
ที่นี่ เดี๋ยวนี้..
เราที่เป็นเรา เป็นสภาวะบดบัง (อวิชชาห่อหุ้ม)
เมื่อเราจริงอิสระจากเราที่เป็นมายา
เราจึงเข้าถึงสภาวะหลุดพ้น (เดิมแท้,นิรันดร์)
ที่นี่ เดี๋ยวนี้

อิโตมิ จัง 

Image by djedj from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ถ้าไม่เป็นกลาง...


ถ้าไม่เป็นกลาง...
ไม่เหนือโลก ไม่พ้นจากโลกไปได้ 
ต้องมีทุกข์ อยู่...อย่างนั้น...ร่ำไป
ใจ ที่เป็นกลาง ๆ 
แล้วจะมีอะไร กระทบกระเทือนอีก 
ขอให้รักษา...
ความเป็นกลางนั้นไว้ ให้มั่นคงเถอะ 
ไฟนรก...
ต้องดับลง ณ.ที่นั่นแหละ

หลวงปู่เทสก์  เทสรังสี

Image by xusenru from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความเพลินในความสุข


อดทนเถิดนักภาวนา
อดทนไว้เพื่อการได้พักผ่อนสุดท้ายจริงๆ
อย่าเพียงติดใจอยู่ในรสสุขอันฉาบฉวยเลย
นั่นเป็นเครื่องล่อของมาร ดำรงสติไว้
ระลึกถึงกาย ถึงใจ ในปัจจุบัน มารย่อมไม่ได้ช่อง
มารนั้นชื่อว่า ความเพลินในความสุขนั่นเอง

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by TanteTati from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้มีสติรู้...อยู่กับสิ่งนี้


เราจึงไม่จำเป็นจะต้อง
ไปมุ่งที่จะให้จิตมันเข้าไปสู่สมาธิ
ขั้นละเอียดถึงขนาดที่ว่าตัวหาย
หรือว่ายังเหลือแต่จิตดวงเดียว ลอยเด่น
อยู่บนฟ้า บนเมฆอะไรทำนองนั้น
เอากันเพียงแค่ว่า...
ในเวลาปกติ ยืน เดิน นั่ง นอน
รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด
เป็นอารมณ์จิต
ให้มีสติรู้...อยู่กับสิ่งนี้
ซึ่งเป็นเรื่องอารมณ์
เป็นเรื่องชีวิตประจำวัน...
ให้ถือว่าเราปฏิบัติธรรมอยู่ตลอดเวลา

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by vermilionchameleon from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เราอย่ามุ่งเอาความสงบ อย่ามุ่งหนีฟุ้งซ่าน


เรา...อย่ามุ่งเอาความสงบ 
...อย่ามุ่งหนีฟุ้งซ่าน
ไม่อย่างนั้น...มันจะเป็นสังโยชน์ผูกไว้
.
ถ้ามุ่งหนี...ความฟุ้งซ่าน
มันก็จะเป็น...สังโยชน์ตัวหนึ่ง
ผูกเราไว้...ให้ไม่ชอบมัน
พอรักสงบ...มันก็จะผูกเราไว้อีก
ผูกเราไว้...ให้ไปรักมัน
.
รักหรือเกลียด...มันก็เท่ากันแหละ
มันเป็นสังโยชน์...ผูกเราไว้พอกันเลย
...ผูกจิตเราไว้เหมือนกัน
สงบหรือฟุ้งซ่าน...ก็ผูกเราได้เท่ากัน
.
แต่ที่หนักกว่านั้น คือ...
โดยมาก คนจะนึกว่า...สงบมันดีกว่า
นั่นแหละ...ที่มันผิดหนักกว่าเดิม
.
ดังนั้น เป็นคนดีนัก...ก็ไม่ดีเท่าไหร่
มันจะผิดหนักกว่าคนชั่ว...ด้วยซ้ำไป
เพราะ คนชั่ว อย่างน้อยก็พอรู้จักว่า...ตัวเองผิด
.
ส่วนคนดี บางที ไม่รู้ว่า...ตัวเองผิด
การไม่รู้ว่า...ตัวเองผิด
นั่นแหละ...มันผิดหนักกว่าคนรู้ตัวเองอีก
.
อ.สุภีร์ ทุมทอง

Image by JonPauling from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สังขารุเปกขาญาณ


ความสงบและความฟุ้งซ่านเท่าเทียมกัน 
ความสุขและความทุกข์ก็เท่าเทียมกัน 
เพราะล้วนแต่เกิดแล้วดับทั้งสิ้น..  
จิตสงบก็ไม่เที่ยง จิตฟุ้งซ่านก็ไม่เที่ยง 
จิตสุขก็ไม่เที่ยง จิตทุกข์ก็ไม่เที่ยง
ต่อไปจิตมันจะเป็นอุเบกขา... 
ทางสมาธิ อุเบกขาก็สูงสุด 
ทางปัญญา อุเบกขาก็สูงสุดแล้ว 
ปัญญาที่ทำให้จิตเป็นอุเบกขาต่อสังขาร 
เรียกว่า สังขารุเปกขาญาณ 
สังขารุเปกขาญาณนี่เป็นประตู 
เพื่อการบรรลุอริยมรรคนะ

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

Image by solenedesjardins from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การมีดวงตาเห็นธรรม


หากเราเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป รวมทั้งเปลี่ยนแปลง..
ในทุกสรรพสิ่งบ่อยๆ..
เราจะเกิดนิพพิทาญาณขึ้นมาเอง..
คือ เกิดความเบื่อหน่ายการเกิดตายเวียนว่าย..
ในภพชาติของความลุ่มหลงไปเอง..
และจะมีความปรารถนานิพพานอย่างแรงกล้าตามลำดับ

อิโตมิ จัง

Image by JoshuaWoroniecki from pixabay

อ่านฉบับเต็มที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ทำผิดในสิ่งที่ถูก


หากให้ทาน รักษาศีล และบำเพ็ญภาวนาแล้ว
กิเลสไม่ได้ลดลง ยังมีความยึดติด
ถือมั่นในตัวตนแน่นหนา 
ก็แสดงว่าทำผิดแล้ว 
หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นก็คือ 
“ทำผิดในสิ่งที่ถูก” 
ความดีนั้นหากทำไม่ถูกวางใจไม่เป็น 
มันก็เป็นโทษแก่ตนเองได้ 
ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงเตือนเสมอว่า 
ระวังอย่าให้ความดีกัดเจ้าของ

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by JoshuaWoroniecki from pixabay 

อ่านฉบับเต็มได้ที่


ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา