โดยทั่วไป คนเรามักมองอิสรภาพ
ในแง่ของประสบการณ์ทางกายภาพ
(หรือภายนอก) คือ ได้สิ่งที่อยากได้
ไม่ได้สิ่งที่ไม่อยากได้
ทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำ
ไปในที่ที่อยากไป ไม่ต้องไปในที่ที่ไม่อยากไป และอื่นๆ อีกมากมายไม่รู้จบ
สำหรับผู้ที่มองอิสรภาพ
ในแง่ของการบริโภคและประสบการณ์
เงินจึงสำคัญยิ่ง เศรษฐีคนหนึ่ง
เคยบอกอาตมาว่า การมีเงินมากๆ
ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นซูเปอร์ฮีโร่
เงินเป็นพลังพิเศษของเขา
มันให้สิ่งดีๆ ให้สถานะทางสังคมแก่เขา
เขายอมรับว่ามันทำให้เขา
รู้สึกเหนือกว่าคนที่ไม่มีเงิน
แต่ท้ายที่สุดแล้ว
อิสรภาพทางวัตถุเป็นเรื่องผิวเผิน
อาจเปรียบได้กับความหรูหรา
ในห้องชั้นหนึ่งบนเรือไททานิก
หรือห้องขังของเจ้าพ่อมาเฟีย
ล้วนเป็นอิสรภาพภายในกรงขัง
มิใช่อิสรภาพจากกรงขังนั้น
การหลับตาภาวนาช่วยให้เรามองเห็น
ว่าจิตใจของเราเองคอยขัดขวาง
ไม่ให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริงอย่างไร
เราจะเจอข่าวร้ายก่อนคือ
เราเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของตัวเอง
แต่ข่าวดีที่ตามมาคือ
ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น
เราเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเองได้
เมื่อปล่อยวางตัณหาทั้งปวง
ประตูคุกก็จะเปิดออกเอง
พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ
ภาพ Pinterest
ที่มา : เพจมนษิธาร Monsitharn
(บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)
19 ก.ย.69



