เหมือนกันกับปากกาของเราหมดหมึก


...การชำระใจ การพิจารณาธรรม พิจารณาไปๆ จนรู้แจ้งแทงตลอด
ในเรื่องของธรรม ก็หมดทางที่จะรักษา หมดทางที่จะแก้ไข
เหมือนกันกับปากกาของเราหมดหมึก 
ถึงเราจะเขียนต่อไปก็เขียนได้แต่ทว่าหมึกไม่มี 
มันไม่ติดกระดาษ มันเป็นอย่างนั้น
ความคิดปรุงของท่านที่เสร็จกิจพระศาสนาก็ทำนองเดียวกัน
รูป...เวทนา...สัญญา...สังขาร...วิญญาณ... ก็ยังมีอยู่
พระพุทธเจ้าหรือสาวกท่านก็ยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ 
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีอุปทาน 
สิ่งเหล่านี้เป็นขันธ์ธรรมดา ไม่มีอุปทานเข้าไปยึด เหมือนไม่มีหมึก... 
เพราะทราบตามเป็นจริงของมัน... 
สิ่งเหล่านี้เมื่อยังมีจิตมีขันธ์อยู่ก็ต้องใช้มันไป
แต่จะหลงใหลยึดถือนั้น เป็นไปไม่ได้
ท่านจึงบริสุทธิ์อยู่ตลอดกาลตลอดสมัย...

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร

Cr.เพจ พุทธมหาเจดีย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ภูผาแดง

Image by Kranich17 from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



หลักพุทธศาสนาสั้นๆ


หากอธิบายพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
เรากล่าวได้ว่าสั้นๆ แต่เป็นข้อสำคัญสุดเลยว่า..
1.อย่ายึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด
2.ให้เห็นความเป็นจริง
ของสิ่งทั้งหลาย อย่างที่มันเป็น
3.สิ่งหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมา ทำให้รู้ว่า
ไม่มีสิ่งใดๆ เลย ที่ดำรงอยู่อย่างถาวรตลอดไป

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by fill from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



บัณฑิตและพาลอยู่ในใจเรา


ของทุกอย่างในโลก 
ต้องเจริญสติปัญญาให้มาก 
หาความจริงเข้าไปเรียกว่าเราคบบัณฑิต 
ถ้าเจริญโลภโกรธหลงให้มากก็เรียกว่าคบคนพาล 
บัณฑิตและพาลอยู่ในใจเรา 
การรู้จักเลือกคบหรือไม่เลือกคบในใจเรา 
นั้นเป็นขบวนการรักษาใจให้ผ่องใส

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

Image by Zsubio from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ดูความคิด ให้เห็นความคิด


ดูความคิด ให้เห็นความคิด
เมื่อความคิดเกิดขึ้น 
อย่าไปตามความคิด 
และอย่าเข้าไปในความคิด
เมื่อมันเกิด จึงรู้ รู้ก่อนไม่ได้ 
และไม่ใช่การสะกดจิต ห้ามไม่ให้คิด
ต้องดูความคิด เมื่อเห็นความคิด 
มันจะหดตัวและหยุดคิดของมันเอง

ปรมาจารย์ตั๊กม้อ

Cr.Fb.Pakapol Pongsura

Image by Zsubio from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ทำบุญไว้มากมายก็จริง



จากหนังสือ เพียงแค่รู้สึกตัว โดย พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความนิ่งของจิตที่แท้จริง



อาการที่จิตนิ่งด้วยการทำสมาธิแบบสมถะภาวนา
จิตนั้นก็ยังอยู่ภายใต้การปรุงแต่งอยู่
เป็นการปรุงแต่งด้วยเหตุปัจจัยบางอย่างเพื่อให้จิตนิ่ง
เพราะฉะนั้นถ้าใครยังหลงเอาอาการของจิตนิ่งนั้น
เป็นอาการไร้การปรุงแต่งก็แปลว่ายังหลงอยู่
ความนิ่งของจิตที่แท้จริงคือ
การที่ไม่เข้าไปเป็นอะไรกับอะไร
ในอาการที่เกิดขึ้นกับกายและใจ

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by TheOtherKev from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ขณะไหนที่จิตมีความหยุดดูหยุดรู้ตัวเอง


ขณะไหนที่จิตมีความหยุดดูหยุดรู้ตัวเอง
ตั้งมั่นอยู่ได้นานๆ นั่นแหละ
มันจะมีการรู้จริงเห็นแจ้งขึ้น
จะเห็นพวกเกิดๆ ดับๆ คิดนึกปรุงแต่งทั้งหลาย
เป็นของหลอกๆ ทั้งนั้น
แต่ถ้าเราไม่มีสติปัญญารู้เท่าทันมัน
ก็เห็นเป็นจริงจังไป
แล้วก็เพลิดเพลินปรุงแต่งวุ่นวายไป

ท่าน ก.เขาสวนหลวง

Image by MeisterBohne from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



ที่ว่านิพพาน ๆ นั้น คือจิตใจเราธรรมดานี่เอง


ที่ว่านิพพาน ๆ นั้นมิใช่อื่น
คือจิตใจเราธรรมดานี่เอง แต่พ้นจากอาสวะทั้งปวงได้แล้ว
คือธรรมชาติจิตเดิม
ธรรมชาติของเขา ย่อมเป็นของไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย.... 
พระอรหันต์ ที่เป็นผู้รู้แจ้งโลก ละโลกได้เป็นสมุจเฉทปหานได้แล้วนั้น
ถ้าขันธ์ ๕ ยังปรากฏแก่โลกอยู่ ก็เป็น ขันธวิสุทธิ์ 
หมดบุญ หมดบาป
เพราะดวงจิตไม่ได้เข้ามายึดเป็นกรรมสิทธิ์
จิตพ้นจากอาการของขันธ์ คือ สังโยชน์ ๑๐ ดับสนิท
มิได้มาพัวพันจิตได้อีกแล้ว.... ที่เรียกว่า "นิพพานธรรม" 
คือ จิตผ่องใส ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ มาปกปิดอีกได้
ถึงธรรมชาติของจิตเดิม อันสว่างไม่มีสิ่งที่จะเปรียบได้.... 
เมื่อความสว่างอันนั้นเกิดขึ้นแล้ว
ย่อมทำลายความสว่างของโลกทั้ง ๓
...กามภพ รูปภพ อรูปภพ..ให้หายไปหมด 
ไม่ปรากฏว่ามีภพนั้น ภพนี้อีกเลย.... 
เมื่อจิตของตน ยังไม่พ้นไปจากกิเลสแล้ว
ย่อมเห็นว่าทั้ง ๓ ภพ มีความสว่างอยู่ หรือ เป็นสุขอยู่

ท่านพ่อลี ธัมมธโร

Cr.เพจ พุทธมหาเจดีย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ภูผาแดง

Image by Akiroq from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ยึดก็ไม่ใช่เรา วางก็ไม่ใช่เรา


ยึดก็ไม่ใช่เรา วางก็ไม่ใช่เรา 
ยึดก็ไม่เที่ยง วางก็ไม่เที่ยง 
จะยึดจะวางก็ช่างมัน เป็นอนัตตา 
ทั้งหมดเป็นอาการของขันธ์ ของสมมุติ 
ไม่มีอะไรให้เอาสักอย่าง 
แล้วเราไปยึดมันไม่ได้ วางมันไม่ได้ 
ใครจะไปยึดธรรมชาติได้ละ 

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by Rani_Ramli from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



เป้าหมายของการเจริญวิปัสสนา


เป้าหมายของการเจริญวิปัสสนาคือการ “ทันความคิด”
ตามปกติเราไม่ทัน การที่เราโกรธ เราโลภ เราอะไรนั้น
มันต้องคิดก่อนจึงโลภ คิดแล้วก็โกรธ 
แต่พอคิดวูบไปแล้ว เราไม่ทันมัน 
และเราก็เข้าไปในห่วงโซ่ของความคิด
การเข้าไปในความคิดนี้คล้ายกับปลาเข้าไซ เข้าง่ายออกยาก
พอติดเข้าไปในความคิดแล้วออกยาก
บางเรื่องเราไม่อยากคิด แต่ก็คิด คิดจนกระทั่งปวดหัว
บางทีต้องไปฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นมัน
พลังสร้างสรรค์และอันตรายจึงอยู่ที่ความคิด
มนุษย์เป็นจอมพลังอันนี้ ความคิดทำให้มนุษย์ก้าวหน้า
สร้างสรรค์ศิลปวิทยาการต่างๆ แต่พร้อมกันนั้น
ก็อาจย้อนมาทำลายมนุษย์ได้ด้วย เหมือนมีดสองคม
คือใช้เป็น ก็เป็นประโยชน์ ใช้ไม่เป็นกลับทำร้ายตนเอง

ท่านเขมานันทะ 

Image by jachar from Pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา