รู้กาย-รู้ใจตน


รู้กาย-รู้ใจตน..
เป็นการปฏิบัติเบื้องต้น..
เห็นกาย-เห็นใจตน..
เป็นการปฏิบัติขั้นกลาง..
เหนือกาย-เหนือใจตน..
เป็นการปฏิบัติขั้นสูงสุด..

อิโตมิ จัง

Image by Daniel_Calabrese from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ทุกข์ทั้งหลายในโลก


ทุกข์ทั้งหลายในโลก ล้วนมาจากความมุ่งหมายสุขให้แก่ตน
สุขทั้งหลายในโลก ล้วนมาจากความปรารถนาสุขแก่ผู้อื่น

ये केचिद् दुःखिता लोके सर्वे ते स्वसुखेच्छया ।
ये केचित् सुखिता लोके सर्वे ते ’न्यसुखेच्छया ॥१२९॥

[เย เกจิทฺ ทุขิตา โลเก สเรฺว เต สฺวสุเขจฺฉยา ฯ
เย เกจิตฺ สุขิตา โลเก สเรฺว เต ’นฺยสุเขจฺฉยา ๚๑๒๙๚]

โพธิจรรยาวตาร, ปริจเฉทที่ ๘ 
ธยานปารมิตา, โศลก ๑๒๙; 
รจนาโดย พระศานติเทวะ คริสต์ศตวรรษที่ 10

Image by NoName_13 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

บุญบารมีนี่ สร้างกันตอนนี้



บุญบารมีอะไรเหล่านี้
เป็นปัญหาใหญ่ของนักปฏิบัติเหมือนกัน
ชอบคิดว่าตัวเองบุญไม่พอ บารมีไม่พอ
“บุญบารมีนี่ สร้างกันตอนนี้”
ถ้ารู้สึกเอง คิดเอง เออเอง ว่าไม่พอ
ถ้ารู้อย่างนี้ก็รีบสร้าง
วิธีการสร้างคืออะไร?
ก็คือ...รู้สึกตัว
พ้นออกจากโลกของความคิด
ไม่ตามความคิดไป
และก็เห็นความปกตินี้อยู่บ่อยๆ
อันนี้แหละคือกำลังสร้างบารมี
กำลังสร้างบุญ สร้างบารมี
สร้างทางแห่งอริยมรรคอยู่
ถ้าเรามัวแต่ตัดพ้อ
ว่าเรามีบุญบารมีน้อย
เราอะไรๆ...อย่างนี้ มันไม่มีประโยชน์อะไร
นอกจากตัดกำลังใจตัวเอง

Camouflage

จากหนังสือการเดินทาง ที่ปราศจากผู้เดิน

Image by AnnieSpratt from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ชีวิตนี้..สำคัญนัก


ชีวิตนี้..สำคัญนัก
อย่าปล่อยให้พระพุทธเจ้า..ผ่านไป
อย่าปล่อยให้พระธรรมคำสอน..ผ่านไป
อย่าปล่อยให้พระอริยสงฆ์พ่อแม่ครูอาจารย์..ผ่านไป
จงน้อมธรรมแท้..เข้าสู่ใจ
จงใช้สติ ปัญญา บุญบารมี
ทุ่มเทหมดหน้าตัก...เพื่อชาติสุดท้าย

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

Image by 鱼炒饭 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

พระพุทธศาสนาสอนให้ ทิ้ง


คนสามัญนั้น...
สิ่งที่ชอบใจ ก็รับเอา  
สิ่งที่ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ
ก็โกรธ  แต่ก็รับเอา  รับเอาความโกรธ
สิ่งที่ชอบใจ รับเอา  
ด้วยความสมัครใจ ความดีใจ  
สิ่งที่ไม่ชอบใจ รับเอา  ด้วยความโกรธ  
รับเอาทั้งสองอย่าง ไม่ยอมทิ้งสักอย่าง
.
ส่วนพระพุทธเจ้าทรงรับ เสมอภาค
ทรงรับแล้ว  ทิ้งเลย
คือในพระทัยของพระองค์  ไม่มี...เสียแล้ว
ไม่ทราบจะเอาไปไว้ที่ไหน  ไม่มี...ที่เก็บไว้
เหตุนั้น...ให้ยกบูชาพระพุทธเจ้า
ให้หมดทุกสิ่ง ทุกอย่าง  
แล้วเรา...ก็ไม่ต้องเอาอะไรคราวนี้

ทิ้ง...แล้วได้
ของไม่เอาคือ...ของว่าง  ของสงบ
ความเยือกเย็นนั่นแหละ  
เป็นของตอบแทน
ถ้าเราทิ้งได้  มันก็ได้ตรงนี้  
พูดง่ายๆ ว่า...พระพุทธศาสนาสอนให้ ทิ้ง...
ทิ้ง...แล้วจึงได้
ถ้า...ไม่ทิ้งเราก็  ไม่ได้

หลวงปู่เทสก์  เทสรังสี

Image by jplenio from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

จิตใจนี้เป็นเพียงธรรมชาติรู้


บางคนว่าจิตใจฟุ้งซ่าน วุ่นวายมาก
แต่ความจริงแล้วจิตใจไม่ได้ฟุ้งซ่านเลย
เพียงแต่ว่าเมื่อเรารู้ไม่เท่าทัน
เราจึงไปยึดเอาความฟุ้งซ่านมาเป็นเรา
บางคนจิตใจสงบ มีความสุขสบายดี
จิตใจก็ไม่ได้ไปสุข สงบอะไร
เพียงแต่เมื่อมีความสงบเกิดขึ้น
เราก็ไปยึดเอาว่าความสงบเป็นเรา
รวมความแล้วก็จะพยายามยึดทุกๆ อย่าง
ทั้งที่จิตใจนี้เป็นเพียงธรรมชาติรู้
มีหน้าที่รู้เท่านั้นเอง
.
พระอาจารย์เจษฎา  คุตฺตจิตฺโต

Image by ReneGossner from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การปฏิบัติธรรม มิใช่แค่สงบ




การปฏิบัติธรรม มิใช่แค่สงบ อย่างเดียว
แต่ปฏิบัติจริงๆ คือเห็นธรรมชาติ
ของความสงบและฟุ้งซ่าน
เป็นแค่อาการ มิใช่เรา จึงไม่ทุกข์

เราปฏิบัติ เพื่อหนีความเป็นจริง
หรือ
ให้เห็นความจริง
ว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา
เราปฏิบัติ เพื่อให้ได้ดั่งใจ
หรือ
ให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา ของๆ เรา
แล้วจะมีใครทำให้เราทุกข์ได้เลย

เมื่อเห็นความจริง ว่าไม่มีเราจริงๆ
จึงอยู่ท่ามกลางความสงบ และ ฟุ้งซ่าน
ความว่าง และ ไม่ว่างได้ ...
คือ การหายตัว ผู้ทุกขังก็หายไปเอง

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

Image by DenisDoukhan from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

เงื่อนไขพื้นฐานที่สุดสำหรับความสุข


ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า 
เงื่อนไขพื้นฐานที่สุดสำหรับความสุขคืออิสรภาพ 
ในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงเสรีภาพทางการเมือง 
แต่หมายถึงอิสรภาพจากการก่อตัวของความโกรธ 
ความสิ้นหวัง ความอิจฉาริษยา และความหลงผิดในจิตเรา 
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นยาพิษ 
ตราบใดที่ยาพิษเหล่านี้ยังอยู่ในใจ
ตราบนั้นความสุขก็เกิดขึ้นไม่ได้

ท่านติช นัท ฮันห์

According to the Buddha’s teachings, 
the most basic condition for happiness is freedom. 
Here we do not mean political freedom, 
but freedom from the mental formations of anger, 
despair, jealousy and delusion. These mental formations 
are described by the Buddha as poisons. 
As long as these poisons are still in our heart, 
happiness cannot be possible.

Image by JillWellington from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จะรออยู่ตรงนี้ที่ความรู้สึกตัว


Wherever you go.
Whatever you do.
I will be right here waiting for you.
ไม่ว่าเธอ (จิต) จะไปที่ใด
ไม่ว่าเธอ (จิต) จะทำอะไร
(จำไว้เถิดว่า) ฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้
(ที่ความรู้สึกตัว)

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by cocoparisienne from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

“เตสัง วูปสโม สุโข”


“เตสัง วูปสโม สุโข” 
ความสงบของสังขารนั้นเป็นสุข 
สงบอะไรล่ะ? 
ก็คือถอนอุปาทานออกมา 
เห็นธรรมชาติตามเป็นจริงของมัน... 
มันเกิดมันก็ดับ มันดับมันก็เกิด...
ธรรมชาติมันเป็นจริงอยู่ แต่เราผู้ไม่จริง 
เมื่อไปเห็นแล้วก็ตื่นเต้น 
ธรรมชาติไม่ตื่นเต้น มันเป็นอยู่อย่างนั้น 
ไม่ว่าใครจะร้องไห้ ใครจะหัวเราะ 
มันก็เป็นของมันอยู่อย่างนั้น 
อันนั้นมันเป็นของจริง เราไม่รู้จักของจริง 
เมื่อไปเห็นของจริงแล้วกระตือรือร้น 
ร้องไห้ หัวเราะ ต่างๆ นานา
เสียอกเสียใจ ดีอกดีใจ
.
ถึงเราจะดีใจเสียใจอย่างไรก็ตาม 
สภาวะร่างกายรูปนี้ของเรา 
ก็เป็นอยู่ของมันเช่นนี้ มันเกิดมาแล้ว 
มันก็แปรตามธรรมชาติ 
แปรไปเจ็บไปตายไป 
พลัดพรากจากกันไปเป็นธรรมดา 
ธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้ 
หากว่าบุคคลผู้ใดจะเอาธรรมชาติ
ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ให้มันเป็นตัวเรา 
เป็นของเราอย่างนี้ มันก็เป็นการแบกทุกข์ไว้…

หลวงปู่ชา สุภัทโท

Image by 12019 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา