ให้วกกลับคืนสู่ภายใน


ใครที่หาความสุขไม่เจอ ให้วกกลับคืนสู่ภายใน 
สุขแท้จริง ไม่หลอกไม่ลวงอยู่ตรงนั้น..
มวลความสุขอันมั่งคั่งของชีวิต 
เกิดจากสัมพันธภาพที่ดีกับจิตเดิมแท้ภายใน ..

อิโตมิ จัง

Image by digitalaivault from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สามสิ่งนี้เป็นดั่ง เกราะของจิต



จงมีศรัทธา  ความรอบรู้ และ ระเบียบวินัย
สามสิ่งนี้เป็นดั่ง ลําต้นอันเป็นแก่นของจิต
นี่คือต้นไม้ที่เธอจําต้องเพาะปลูก
และเลี้ยงดูมันให้งอกงาม

ปราศจากความเพลินใจยินดี
ปราศจากความยึดติด 
และ ปราศจากความมืดบอด
สามสิ่งนี้เป็นดั่ง เกราะของจิต
มันเบาที่จะสวมใส่ 
แต่แข็งแกร่งในการปกป้อง
และเป็นเกราะป้องกัน ที่เธอควรแสวงหา

การภาวนา ความขยันหมั่นเพียร และ ความอุตสาหะ
สามสิ่งนี้ คือ อาชาของจิต
มันวิ่งเร็ว และ ทําให้เคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว
นี่แหละ คือม้าดีที่สุด 
ที่จะทําให้เธอก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว 

การตระหนักรู้ในตนเอง  ความแจ้งชัดในตนเอง 
และ ความอิ่มเบิกบานในตนเอง
สามสิ่งนี้ คือ ผลของจิต
จงเพาะหว่านเมล็ด บ่มผลของมันให้สุกงอม 
แล้วคั้นเอานํ้าและแก่นของมันออกมา 
นี่แหละ คือผลที่เธอควรแสวงหา…

ท่านมิลาเรปะ

จากหนังสือ แก่นธรรมของท่านมิลาเรปะ
แปลโดย ชยธมฺโมภิกขุ

Image by rpeppi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

นั่นคือปัญญา


ความหลง คือการที่เราไม่รู้ความจริงของธรรมชาติ 
เรามีชุดความคิด ความเชื่อที่เราปักใจไว้ 
มองโลกอย่างที่เราคิดว่าจริง 
ถ้าสังเกตดูให้ดี และอนุญาต
ให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น 
ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น 
นั่นคือการเริ่มต้นเป็นอิสระจากความหลง 
นั่นคือปัญญา 

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

จากการบรรยายหัวข้อ
“ภาวนาและภาวะวิกฤตทางจิตใจในปัจจุบัน”
ณ สวนโมกข์ กรุงเทพ 25 ก.ย.66

Image by ilmiia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์


“ทุกข์” ควร “กำหนดรู้”
ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์
ทุกข์หมดไปไม่เป็น
เมื่อกายกับจิตยังอาศัยกัน 
ทุกข์ของขันธ์ยังมีตลอดเวลา 
แต่จิตที่จะไปติดข้องที่จะไปยึดถือ 
ไปลุ่มหลง ว่าทุกข์ให้โทษแก่เรา
อย่างนั้นอย่างนี้ ควรจะให้มันหายออกไป..

ผู้ที่ไป “รู้ทุกข์” เป็นทุกข์หรือไม่ นั่นแหละ 
เป็นเรื่องที่ “ควรกำจัด” 
เป็นเรื่องที่ควร “ปฏิบัติ” 
เพื่อทราบตามความเป็นจริง
ทุกข์คือเวทนาตัวหนึ่ง
“จิต” ผู้มา “รู้” ก็เป็นอีกอันหนึ่ง 
ไม่ใช่เวทนา ที่เกิดขึ้นแล้วดับไป
ความรู้นี้ จะเป็นสุขก็ตาม 
เป็นทุกข์ก็ตาม เฉยๆ ก็ตาม
“จิต” มัน “รู้” ตื่นอยู่ หลับอยู่ มันก็ “รู้” 
นี่คือเรื่องของ “จิต”

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร

Image by RyanMcGuire from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

คนใจเจริญ


ถ้าเราเสียเปรียบเราดีใจ
ถ้าเราได้เปรียบเราเสียใจ
อันไหนดีกว่าก็ให้เขา
ของเราอย่างไรก็ได้ นี่เรียกว่า คนใจเจริญ
ให้เขานิดเดียว เราเอามากๆ
ไม่ดีเลย เราผิดธรรม
ตำหนิตัวเอง ใจเราเสื่อม ใจเราไม่ดี
ให้พากันเอาชนะความตระหนี่ถี่เหนียวแน่น
ด้วยการเสียสละ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

Image by 51581 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ละตัวเดียว ละอวิชชา


...ความหลงความโลภความโกรธเกิดได้อย่างไร  
ก็เกิดเพราะมันไม่เห็นแจ้ง
ความจริงในความรู้ใช่ไหม  
พอมันไม่เห็นแจ้งความจริงในความรู้  
ก็เรียกว่าอวิชชามันเกิด  
พอมันเกิดมันก็เลยหลงความรู้ 
พอหลงความรู้ ความรู้ใดที่มันเคยเรียนรู้มา  
มันเคยพอใจก็เป็นโลภะเป็นราคะ  
ความรู้ใดที่มันไม่พอใจ  
มันก็หลงไปเป็นโทสะ นี่มันเกิดอย่างนี้ 

เพราะฉะนั้นจะละโทสะ ละราคะ 
ละยังไง  ก็ละตัวเดียว  
ละอวิชชาไง  
เห็นความจริงของสิ่งนั้นว่า
มันไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา  
แล้วจะไปหลงตามมันไหม 
ไม่หลงตามมัน  
แล้วมันจะมีราคะโทสะเกิดไหม...

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ


Image by giselaatje from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

มิใช่โทษจำคุกตลอดชีวิต


จงอย่าเป็นผู้ต้องขังของอดีตตนเอง
มันเป็นบทเรียนบทหนึ่ง
มิใช่โทษจำคุกตลอดชีวิต

Never be a prisoner of your past.
It was a lesson.
Not a life sentence.

Unknown

Image by GoranH from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การเห็นที่ถูกต้อง


การเห็นที่ถูกต้อง
หมายถึง การเฝ้าดูด้วยดวงตาใน 
คือดวงตาแห่งวิปัสสนาญาณ
ได้แก่การ เห็นแล้ว ไม่นึกคิดปรุงแต่ง
ต่อเติมในสิ่งเห็นตามอำนาจ
ของความเคยชินของเรา 
แต่ให้เห็นด้วยตาแห่งสติสัปชัญญะ 
คือเห็นธรรมชาติของมัน 
คือ เห็นเฉยๆ รู้ซื่อๆ เห็นซื่อๆ  หรือเห็นสักแต่ว่าเห็น 
จนอาการของความคิดเห็นนั้นๆ ดับไปต่อหน้าต่อตา 
เรียกว่า เห็นแบบวิปัสสนาญาณ 

แต่ถ้าเฝ้าดูไม่เป็น 
ก็คือ เห็นแบบขาดสติสัปะชัญญะ
ไม่มีการฝึกฝนอบรมสัมมาสติปัญญามาก่อน 
จึงเกิดความรู้สึกความพอใจ และความไม่พอใจ
เกิดขึ้นในขณะพบเห็นสิ่งต่างๆ 
การพบเห็นแบบนั้นจะพัฒนาตัวความคิดปรุงแต่ง
ไปเรื่อยๆ เรียกว่า จิตตสังขาร 
เหมือนเชื้อโรคในร่างกาย 
ถ้าเกิดขึ้นแล้วเราไม่รีบรักษา 
ก็ขยายผลมากขึ้นไปๆ จนยากแก่การรักษาเยียวยา 
นั้นคือการเห็นของปุถุชนทั้งปวงนั้นแล

หลวงพ่อมหาดิเรก พุทธยานันโท

Image by rottonara from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

รู้แจ้งด้วยใจตัวเอง ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง


การที่ใครจะบรรลุอนุตรสัมโพธิได้นั้น 
ผู้นั้นจะต้องสามารถรู้แจ้งด้วยใจตัวเอง 
ในธรรมชาติแท้ของตัวเอง 
หรือที่เรียกว่า จิตเดิมแท้ 
อันเป็นสิ่งที่ใครสร้างขึ้นไม่ได้ 
หรือทำลายให้สูญหายไปก็ไม่ได้
ชั่วเวลาขณะจิตเดียวเท่านั้น 
ผู้นั้นสามารถเห็นแจ้งจิตเดิมแท้ 
ได้โดยตลอดกาลทั้งปวง
ต่อจากนั้นทุกๆ สิ่งก็จะเป็นอิสระ 
จากการถูกกักขัง
กล่าวคือ จะเป็นวิมุติหลุดพ้นไป

ท่านเว่ยหล่าง

หนังสือสูตรของเว่ยหล่าง

Image by KIMDAEJEUNG from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

จงปล่อยตัวเองเป็นอิสระ


ยิ่งคุณพยายามควบคุมสิ่งต่างๆ มากเท่าไร 
สิ่งเหล่านั้นจะควบคุมคุณมากขึ้นเท่านั้น 
จงปล่อยตัวเองเป็นอิสระและปล่อยให้สิ่งต่างๆ 
เป็นไปตามเส้นทางธรรมชาติของมันเองเถิด

The more you try to control something, 
the more it controls you.  
Free yourself and let things take 
their own natural course.

Leon Brown

Image by KIMDAEJEUNG from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

https://www.facebook.com/Jaturataweep/