ตัวปฏิบัติ คือ การไปเห็นจิตที่มันคิด


หลวงพ่อเทียนบอกว่า 
การรู้กายเคลื่อนไหว ยังไม่ใช่ตัวปฏิบัตินะ
ตัวปฏิบัติ คือ การไปเห็นจิตที่มันคิด 
นั่นคือตัวปฏิบัติที่แท้จริง 
ฉะนั้น การไปเห็นจิตมันคิด เห็นความคิด
เห็นกิเลสที่มากับความคิด 
พวกนี้เป็นตัวปฎิบัติที่จะสามารถละเหตุของความทุกข์
คือ สมุทัยได้ 
.
การรู้กายที่มันเคลื่อนไหว 
คือ การกระตุ้นจิตให้ตื่น 
ถ้าจิตไม่ตื่น กิเลสมันจะตื่น 
ถ้ากิเลสตื่น มันก็จะเป็นใหญ่เหนือจิตใจเรา 
การรู้การเคลื่อนไหว เป็นแค่เหตุ 
นำไปสู่การเห็นการคิดเป็นผล 
.
เมื่อใครฝึกเจริญสติ"ดี"แล้ว 
ท่านบอกไปดูความคิดเลยก็ได้ 
เน้นว่า ต้อง "ดีแล้ว" นะ 
คือ ผ่านความหลงแล้วจิตตื่นมา
แล้ว จึงค่อยไปดูความคิด 
ถ้าไปดูความคิด สติยังไม่ตั้งมั่นพอ
มันจะไปไม่ถึงจิต มันจะไม่ใช่การตื่นรู้ 
แต่มันจะกลายเป็นการใช้ความคิดเข้าไปรู้ 
เป็นเรื่องของสมอง ไม่ใช่จิต 
แต่ถ้ารู้สึก "สัมผัสรู้" ปุ๊บนี่ จิตมันจะดีดตัวออกมา 
เป็นผู้รู้ทันทีเลย
เรียกว่าเป็นวิปัสสนา แปลว่า รู้ ดู เห็น"

อ. กำพล ทองบุญนุ่ม 

Image by Mammiya from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

อย่าพึงเสพสองฝั่ง


ในธัมมจักรกัปปรัตนสูตรว่า...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย  อย่าพึงเสพสองฝั่ง  
ท่านพึงเดินท่ามกลาง
สองฝั่ง คือ...อะไรเล่า
คือ ความรักหนึ่ง   ความชังหนึ่ง  
ถ้าเราไปยึดอย่างไหนๆ  ก็เป็นทุกข์
เพราะฉะนั้น  ท่านไม่ให้ไปยึดเอา  
ท่านให้เดินท่ามกลาง  
เหมือนกับเราเดินทางรก แวะข้างนี้  ก็หนาม  
แวะข้างนั้น ก็ถูกหนาม
เรา ไม่แวะแล้วเดินตรง ก็ไม่มีทุกข์ไม่ใช่เรอะ
ฉันใด  จิตของเรา
ถ้าเราหลง แวะไปหาความรัก 
 แล้วไม่ได้ตามประสงค์  ก็เป็นทุกข์
แวะไปทางชัง ไม่อยากได้เห็น ได้ยิน
พอได้เห็น ได้ยิน  ก็เป็นทุกข์ ไม่ใช่เรอะ
มัน ต้องไม่แวะซี
เดินท่ามกลาง...
สิ่งใดเกิดขึ้น ให้รู้...แต่...อย่าไปยึด

หลวงปู่ฝั้น   อาจาโร

Image by basilsmith from pixabay

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

รู้ทันแล้วหยุดเลย


คิดเรื่องนั้นบ่อยๆ 
ส่งใจไปเรื่องนั้นบ่อยๆ
พูดเรื่องนั้นบ่อยๆ 
รำพึงรำพันถึงมันบ่อยๆ 
นี่แหละ "ตัวอุปาทาน"
ละอุปาทานคือ หยุดเลย
รู้ทันแล้วหยุดเลย
หยุด! หยุด! มันก็จบที่จิตเรา
ทุกเรื่องจบที่จิตเลย
.
พระอาจารย์ครรชิต สุทฺธิจิตโต

Image by basilsmith from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

จุดเริ่มต้นของปัญญา


การยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็น 
เป็นจุดเริ่มต้นของปัญญา

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

Image by Sponchia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ให้ “รู้” ไว้อย่างเดียว


อย่ายินดียินร้ายในสิ่งต่างๆ
ให้ “รู้” ไว้อย่างเดียว
(ถ้าเราไปยินดี เดี๋ยวพอสิ่งที่ไม่ชอบเกิดขึ้น
ก็จะเกิดยินร้าย
ก็เลยกลายเป็นอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ
ไปตามสิ่งที่สัมผัสพบเห็น
แต่ถ้าเรารู้ไว้อย่างเดียว
อะไรเกิดก็รู้ อะไรดับก็รู้
ก็จะไม่มีอาการขึ้นๆ ลงๆ)

ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

Image by Sponchia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

มุตติ คือวางไว้ตรงนั้น


มุตติ คือวางไว้ตรงนั้น 
มันเกิดตรงนั้น มันเกิดแบบไหน 
ก็วางไว้แบบนั้น อย่าไปแตะต้อง 
อย่าไปจัดการ อย่าไปแทรกแซง 
แล้วเราจะเห็นความจริงว่า 
เขามาเพียงเพื่อแสดงให้เราได้เรียนรู้ 
ฉะนั้นการเก็บออก คือ 
อารมณ์ของพระนิพพานนั่นเอง 
พระนิพพานจะมีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ 
ปฏินิสสัคโค อนาลโย แล้วก็มุตติ ก็คือ :
การสลัดคืน การไม่อาลัยอาวรณ์ 
แล้วก็วางมันไว้ที่ตรงนั้น หรือ
เราพูดง่ายๆ ว่า ขยันเก็บออก 
เราก็จะเจอความสงบในใจ 
ขยันเก็บเข้า เราก็จะเจอ
ความวุ่นวายอยู่สม่ำเสมอ 

พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท

Image by nguyenthanh from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ผู้เป็นทุกข์กับผู้เห็นทุกข์ต่างกัน


ผู้เป็นทุกข์กับผู้เห็นทุกข์ต่างกัน
ผู้เป็นทุกข์ คือ เข้าไปเป็นเจ้าของทุกข์เลย
คือคนที่ไม่เคยสนใจการปฏิบัติธรรม
แต่สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมจะรู้ว่า
อ๋อ ทุกข์เป็นเรื่องของกาย
แต่จิตเป็นเพียงผู้เห็น
ไม่ได้เข้าไปเป็น เห็นไหม
เหมือนเห็นคนอื่นที่เป็นทุกข์ แต่เราไม่ได้เป็น
แม้ว่ากายจะกระสับกระส่าย
แต่จิตก็ไม่กระสับกระส่าย เห็นไหม
คนที่มีทุกขเวทนามากต้องดูตรงนี้นะ
ดูทุกขเวทนาด้วยจิตที่เป็นกลาง
ไม่ได้ต้องการให้มันหาย
เมื่อเฝ้าดูด้วยใจเป็นกลาง
จะเห็นว่าทุกข์อยู่ส่วนทุกข์
มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ส่วนจิตผู้ดูผู้รู้นั้น มันรู้ทัน
ไม่เป็นทุกข์ไปกับกาย

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม

Image by OliveiraTP from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

การทวนกระแสกลับมารู้สึกตัว


จิตที่ไหลออกไปคิด...เป็นธรรมชาติของจิต
แต่การทวนกระแสกลับมารู้สึกตัว
...เป็นการทำบารมีเพื่อการพ้นทุกข์....

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Erik_Karits from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ใจนี่แหละมันสำคัญผิด


เหตุปัจจัย...ที่จะทำให้จิตใจของคนเรานี่ 
ละจากร่างอันหนึ่ง ไปสู่...ร่างอีกร่างหนึ่ง 
อยู่อย่างนี้ร่ำไป 
ก็เพราะว่า...ใจนี่แหละมันสำคัญผิด  
คิดว่าโลกสงสารอันนี้  น่าอยู่น่าอาศัย
แท้ที่จริงแล้ว... มันไม่เป็นสิ่งที่น่าอยู่น่าอาศัยอะไรเลย 
ก็จะน่าอยู่อย่างไรล่ะ ก็มัน...ไม่เที่ยงนี่
เกิดมาแล้วไม่ทันไร ความแก่ก็ตามมาแล้ว 
ปรากฏว่าร่างกายสังขารนี้ก็ทรุดโทรมไป 
หรือไม่เช่นนั้น...
ก็มีโรคภัยไข้เจ็บอันร้ายแรงมาเบียดเบียนเอา
ได้เสวยทุกขเวทนาอยู่อย่างนั้น...
ทั้งหมดนี้มัน ก็ลักษณะแห่งความไม่เที่ยงของสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ 
ทั้งที่มีวิญญาณครอง ก็ดี  ไม่มีวิญญาณครอง ก็ดี 
มันก็ล้วนแต่...เกิดขึ้นมาเป็นเบื้องต้น 
แปรปรวนในท่ามกลาง
และแตกดับในที่สุด...ทั้งนั้นเลย

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Image by Leolo212 from pixabay

จากเพจ วัดพระธาตุขุนบง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

กรรมซึ่งพระพุทธเจ้าสรรเสริญอย่างที่สุด


...ในชีวิตคนเรา
สิ่งที่ดีที่สุดเลย คือการรู้ความจริง 
ไม่มีอะไรในชีวิต
ที่ดีไปกว่าการได้รู้ความจริง 

ความจริงคืออะไร? 
ความจริง คือตั้งแต่เรามีชีวิตมา
เราเข้าใจผิดมาตลอดว่าเรามีนั่นมีนี่ 
แท้จริงแล้วเราไม่เคยมีอะไรจริงๆ เลย
แม้กระทั่งลมหายใจของเราเอง
แม้กระทั่งเลือดเนื้อของเราเอง
แม้กระทั่งความรู้สึก ความหมายจำแบบนี้
วันหนึ่งเราจะต้องทิ้งไปทั้งหมด

สิ่งที่เราจะเอาไปได้
ก็มีแค่กรรมที่ทำไว้
กรรมซึ่งพระพุทธเจ้าสรรเสริญอย่างที่สุด
ก็คือ กรรมในการฝึกที่จะยอมรับให้ได้ว่า
อะไรอะไรไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน
เป็นของชั่วคราว
กรรมแบบนี้
ทำให้เราหายกระวนกระวาย
ได้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่

ดังตฤณ

Image by sergei_spas from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา