คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้ามการเข้าใจตนเอง


อย่าว่าแต่การพยายามเข้าใจคนอื่นเลย
แม้แต่การเข้าใจตนเอง 
ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักมองข้าม 
มัวแต่เสาะแสวงหาคนที่รู้ใจตน 
อยากได้เพื่อนที่รู้ใจตน
คู่ครองที่รู้ใจตน ลูกน้องที่รู้ใจตน ฯลฯ
แต่กลับละเลยที่จะรู้ใจตนเอง 
เมื่อความโกรธเกลียดเกิดขึ้นก็ไม่รู้ทัน
ปล่อยให้ความทุกข์เล่นงานจิตใจ 
หากใจของเรา เราเองยังไม่รู้
จะหวังให้คนอื่นมารู้ใจเราได้อย่างไร

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by Pexels from pixabay 

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ถ้าเราสามารถทำใจ


มนุษย์จะมีความสุข
อย่างสงบประณีตได้มากขึ้น
ถ้าเราสามารถทำใจ
ให้ยินดีต้อนรับความขมขื่น 
และไม่เพลิดเพลิน
ในความชื่นสุขให้มากนัก 
อย่างน้อยก็ทำใจมิให้ปฏิเสธ
ความขมขื่นที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

พระอานนท์ พุทธอนุชา

โดย อาจารย์วศิน อินทสระ

Image by Silentpilot from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ก่อนนอนคืนนี้ ขอให้ตั้งจิต


ก่อนนอนคืนนี้ ขอให้ตั้งจิตไว้ว่า
เราจะไม่คิดร้ายต่อใคร
เราจะไม่เบียดเบียนใคร
เราจะหวังความสุขให้เกิดขึ้นแก่คนที่เราพบ
แม้คนๆ นั้นจะเป็นคนที่เราเกลียดก็ตาม
เมื่อตื่นเช้ามาก็ขอให้ระลึกไว้อย่างนี้เช่นกัน
ให้ลองทำทุกๆ วัน ใจเราจะมีความสุขขึ้นมากมาย
และช่วยให้สติ ความรู้สึกตัวเจริญขึ้นด้วย

พระอาจารย์เจษฎา คุตตฺจิตฺโต

Image by Pexels from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ถ้าเราต้องการชีวิตที่เป็นอิสระ


ถ้าเราต้องการชีวิตที่เป็นอิสระจริงๆ แล้ว
เราต้องกลับมารู้ตัวเองให้มาก
อย่าเป็นคนลืมตัว
เมื่อไม่ลืมตัว...เราก็หยุดได้
หยุดความคิดที่สับสนวุ่นวาย
หยุดได้.. เพราะเราเห็น เรารู้ เราเข้าใจ
คนใดที่หยุดความคิดที่สับสนวุ่นวาย
ที่เป็นทุกข์ได้
คนนั้นก็เป็นอิสระ เป็นอิสระจาก
โลภะ โทสะ โมหะ
เพียงมีสติเข้าไปรู้จิตใจของเรา
ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันก็ไม่มี
มันเกิดขึ้นได้เฉพาะตอนที่เราเผลอเท่านั้น

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Photo by TOMOKO UJI on Unsplash

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การเปรียบเทียบ จะแง่ไหนก็ตาม


การเปรียบเทียบ จะแง่ไหนก็ตาม 
นั่นคือการตกหลุมพรางความคิด 
ที่เริ่มจากการมีอัตตาตัวตนของเรา
จึงมีอัตตาตัวตนของเขา. 
ความมีทิฏฐิมานะก็จะพอกพูนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

พระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน

Image by Veronika_Andrews from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 


...มรรคผลนิพพานไม่ใช่อื่นไกล 
คือผู้มาชำระใจของตนให้บริสุทธิ์
ด้วยปัญญาอันชอบแล้ว 
มองเห็นโลกตามสภาพความเป็นจริง
ด้วยปัญญาอันชอบนั้น 
แล้วไม่เข้าไปยึดถือในโลกทั้งปวง 
จะเรียกว่ามรรคผลนิพพาน หรืออะไรก็ตาม 
คนต่างหากเสื่อมสูญจากมรรคผลนิพพาน 
ก็เท่านั้น เพราะไม่ปฏิบัติให้เข้าถึงตรงนั้น 
พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ก็ไม่ได้เอามรรคผลนิพพานมาจากที่อื่น 
ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้เอามาจากที่อื่นเลย 
สัพพัญญุตญาณมารู้ของจริงก็ของในโลกนี้ทั้งนั้น 
รู้ด้วยพระองค์เองจึงเรียกว่าสัพพัญญุตญาณ...

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

Image by shogun from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

การปฏิบัติไม่ได้ยากอะไร


การปฏิบัติไม่ได้ยากอะไร
เราแค่อดทนไม่พอกับอารมณ์อันฉูดฉาดนั้น
เรารีบเข้าไปคว้ามันเป็นของเรา
อดทนสักหน่อย เราจะเริ่มเห็นว่ามันไม่ใช่เรา
มันเป็นสักแต่ว่าความรู้สึก
เป็นความรู้สึกอันหนึ่งที่เหมือน
ความรู้สึกที่เรียกว่าดีใจ มีความสุข พอใจ…เหมือนกัน
สักแต่ว่าจะถูกปรุงแต่งไปอีท่าไหน
แต่มันเหมือนกันคือไม่มีสาระอะไร
มันเกิดขึ้นแล้วมันก็จะดับไป
.
ถามตัวเองว่าเคยโกรธมากี่ครั้งแล้วในชีวิต
มันอยู่ตลอดไหม ถ้ามันไม่อยู่ตลอด
ทำไมต้องไปเป็นเจ้าของความโกรธนั้น
เพื่ออะไร เพื่อความมันส่วนตัว หรือเพื่ออะไร
.
เพราะฉะนั้น อะไรก็ตาม
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในกายในใจนี้
หัดที่จะเห็นมันเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
เป็นสักแต่ว่าความรู้สึกที่ถูกรู้
เราคือใคร เราเป็นอะไร
เราเป็นคนรู้ คนรู้สิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น
ไม่ได้เป็นสิ่งๆ นั้น
เราคือ “ธาตุรู้ที่บริสุทธิ์”
เราเป็นเหมือนกล้องวงจรปิด
รู้เป็นอย่างเดียว ทำอย่างอื่นไม่เป็น
.
ทั้งหมดที่ผมพูด เราเริ่มจากฝึก
ที่จะรู้สึกร่างกาย ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
รู้สึก “แค่รู้สึก”
จิตใจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวก็ “แค่รู้ทัน”
ค่อยๆ ฝึกไป
มันไม่ได้ดีในวันสองวันหรอก
อาศัยเวลา อาศัยความอดทน
อาศัยความต่อเนื่อง
ถ้าเราเป็นคนจริง เราจะได้ของจริง

Camouflage

Image by nandhukumar from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จงทำทุกอย่าง เหมือนไม่มีใครทำ


จงทำทุกอย่าง เหมือนไม่มีใครทำ
จงดูทุกอย่าง เหมือนไม่ได้ดู
จงฟังทุกอย่าง เหมือนไม่ได้ฟัง
จงสัมผัสทุกอย่าง เหมือนไม่ได้สัมผัส
ทุกสิ่ง..ปรุงแต่งขึ้น ตามเหตุปัจจัย 
แล้วก็ดับ..ไปตามกระแสแห่งวิถีธรรมชาติ 
จงทำจิต สงบ ระงับ ดับ เย็น 
เข้าถึง ธรรมชาติแท้..ธรรมธาตุ
จงมองดิน ให้เห็นดิน สิ้นตัณหา
จงมองน้ำ ให้เห็นน้ำ ดับโมหา
จงมองไฟ ให้เห็นไฟ ดับอวิชชา
จงมองลม ให้เห็นลม ตามสัจจะภาวนา
ทุกข์มีอยู่..แต่หาผู้ทุกข์ไม่มี
สรรพธาตุ สรรพสิ่ง สรรพสัตว์สังขารทั้งปวง
ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน

ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร

Image by EvgeniT from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

จุดที่คุ้มที่สุดของการมีชีวิตมนุษย์


ในทางพุทธ
จุดที่คุ้มที่สุดของการมีชีวิตมนุษย์
คือรู้ให้ได้ก่อนตายว่า
กายทั้งกายนี้ ใจทั้งใจนี้ ไม่ใช่ตัวคุณ
แม้ความรู้สึกนึกคิด ณ บัดนี้ วินาทีนี้
ก็เป็นเพียงของหลอกที่เกิดขึ้นชั่วคราว
ลวงให้จิตหลงยึดว่า
มีบุคคล มีตัวใครคนหนึ่งอยู่จริงๆ ถาวร

ดังตฤณ

Image by pieonane from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

 

หลุมดักมนุษย์


ความสุข ๑ ความสำเร็จ ๑ ความดีงาม ๑ 
เป็นประดุจหลุมดักที่ทำให้มนุษย์ 
แม้ผู้ประเสริฐแล้ว ตกลงไปในความประมาท
.
ผู้เข้าถึงความสุขแล้ว ก็มีความโน้มเอียง
ที่จะติดเพลินในการเสพเสวยความสุข 
ชอบผัดเพี้ยน ไม่ปรารถนาจะลุกขึ้นมา
ขวนขวายเดินไปข้างหน้า
.
ผู้ประสบความสำเร็จ 
ก็มีความโน้มเอียงที่จะหยุดรอเสวยผล 
อย่างน้อยก็มักจะชะลอตัว หรือเฉื่อยชาลง
.
ผู้ก้าวหน้าไปในความดีงาม 
ก็มักเกิดความภูมิใจและพอใจ
ในความดีงามที่ตนได้ตนถึง 
ทำให้ความดีงามนั้นบังตน
จากคุณงามความดีที่สูงขึ้นไป
.
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสเรียก
แม้แต่พระอริยบุคคล ผู้บรรลุธรรมวิเศษ 
มีภูมิธรรมสูงขึ้นไป แล้วเกิดความพึงพอใจ 
เฉื่อยชะลอการปฏิบัติลงว่าเป็น 
‘ปมาทวิหารี’ แปลว่า ผู้อยู่ด้วยความประมาท

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

Image by Couleur from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา