สิ่งที่เรานั้นไม่ควรไปก้าวล่วง


สิ่งที่เรานั้นไม่ควรไปก้าวล่วงหรือกระทำก็คือ 
การไปปรามาสศีลไปปรามาสธรรม 
ไปปรามาสในธรรมของบุคคลอื่นเค้า... 
เพราะมันจะเป็นการติดกรรมโดยไม่รู้ตัว เข้าใจมั้ยจ๊ะ
เพราะบางทีธรรมอาจจะเป็นธรรมของอริยเจ้า 
แต่เรายังเข้าไม่ถึงด้วยเจตนาของธรรมนั้น 
การไปปรามาสล่วงเกินเสียแล้วนี้อาจมีโทษอย่างไร 
มีโทษทำให้เรานั้นเข้าถึงตัวปัญญาได้ยาก 
เมื่อเราฟังธรรมแล้ว เราไม่สามารถ
เข้าใจในธรรมของครูบาอาจารย์ได้ 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี

จากเพจ ธรรมะมหัศจรรย์ ตามรอยธรรมสมเด็จโต สถานปฏิบัติธรรมพรหมรังสี

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ที่ใดมีใจรู้


ที่ใดมีใจรู้ 
ที่นั่นไม่มีใจร้อน

ดังตฤณ

Image by BUMIPUTRA from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เมื่อความโกรธเกิดขึ้นในจิต


เมื่อความโกรธเกิดขึ้นในจิต
จู่ๆ มันก็คิดถึงคนที่เราโกรธเราเกลียด
ทำให้ใจของเราขุ่นข้องหมองใจ
พึงแผ่เมตตาไปให้กว้างขวาง
อย่าไปเจาะจงบุคคลนั้นบุคคลเดียว
แผ่ให้ทั่วหมดทั้งคนและสัตว์
ทั่วอนัตตาไตรโลกนาถ
ทั่วไปหมดไม่มีประมาณ
เป็นอัปปมัญญาพรหมวิหาร ๔
แผ่ไปจนมีความรู้สึกว่าจิตเยือกเย็น...

ครูบาเจ้าเพชร วชิรมโน

Image by Free-Photos from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

เมื่อรู้สมมุติรอบหมดแล้ว


...อย่าหลงกับสิ่งใดๆ ในโลกนี้... 
อะไรๆ ก็สมมุติ สมมุติกันขึ้นมา 
เมื่อสมมุติกันขึ้นมาแล้วก็หลงกัน 
โลกทั้งโลกมีแต่ความหลงสมมุติกัน 
ไม่มีใครรู้สมมุติกันบ้างเลย 
ความหลงสมมุติ ความติดสมมุติ 
ก็คือ ความติดทุกข์ 
ความจมอยู่ในทุกข์นั้น... 
สมมุติก็ให้รู้ว่าสมมุติ 
เมื่อรู้สมมุติรอบหมดแล้ว
ก็เป็นวิมุตติขึ้นมาเอง 

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by Pezibear from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

สักแต่ว่า...รู้


ฝึก...ตามรู้จิต
สังเกต จิต   จิต จะรู้สึกอย่างไร   
ก็รู้...แค่นั้น
ไม่ใช่   ดักรู้จิต
ไม่ใช่   เพ่ง
ไม่ใช่   เผลอ  ลืมตัว
แต่...
ฝึกรู้สึกตัว  อย่างง่ายๆ  สบายๆ เอาไว้เสมอๆ 
ไม่ว่า...จะทำอะไร
รู้...ไม่ใช่ คิด
รู้...ไม่ใช่ กำหนดรู้
แต่...
สักแต่ว่า...รู้

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

เพจ วัดพระธาตุขุนบง

Image by katya-guseva0 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

มีสติ


มีสติ
ไม่ได้แปลว่าพยายาม
เคี่ยวเข็ญตนไปสู่อะไรบางอย่าง หรือ
ยึดเกาะอะไรบางอย่าง
แต่หมายถึง
การให้ตัวเอง
อยู่ที่นั่น 
อยู่กับทุกขณะ 
ของ ทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ในการดำรงชีวิต
แล้ว
ปล่อยมันไป 

ลามะ โชกยัม ตรุงปะ 
อาจารย์สอนธรรม ท่านสำคัญของธิเบต
จากเพจ มหายาน ธิเบต
--------------------------------------
Mindfulness does not mean pushing oneself toward something or hanging on to something. It means allowing oneself to be there in the very moment of what is happening in the living process - and then letting go.
Chogyam Trungpa

Image by Aza_tona from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

รู้ไม่ใช่เพื่อยินดียินร้าย...


รู้ไม่ใช่เพื่อยินดียินร้าย...
แค่ใครยึดประโยคนี้ประโยคเดียวเท่านั้นล่ะ 
เอาไปเตือนตัวเองไปแนะนำตัวเองอยู่เรื่อยๆ 
มันก็ไปแน่วเลย 
พออะไรมันขึ้นมาก็ไม่ยินดียินร้าย 
เท่ากับมันวางแล้ว มันวางปั๊บ
จิตมันจะตั้งมั่นเป็นสมาธิทันทีเลย 
ไปสู่ความว่างทันทีเลย
บ่อยเข้าๆ มันก็มีความว่าง
เป็นอารมณ์ทุกขณะไป 
แล้วไม่เอามันมาหลอกทั้งนั้นล่ะ 
เรื่องกิจกรรมทั้งหลายในโลกนี้ 
เรื่องรูปกระทบตา เสียงกระทบหู
กลิ่นกระทบจมูก รสกระทบลิ้น
เย็น ร้อน อ่อน แข็งกระทบกาย 
แม้แต่ธรรมารมณ์คิดนึก
ไม่สําคัญหมายไปตามสมมติกระทบใจ 
มันมาหลอกทั้งนั้นเลย หลอกให้เราไปยุ่งกับมัน
ไปหลงกับมัน ไม่ทันมัน...

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

มันไม่ใช่จิตฟุ้งซ่าน


ความจริงนี่ 
ถ้าหากว่าความคิดเกิดขึ้น 
เรายินดี ยินร้าย พอใจ ไม่พอใจ 
มันก็เป็นจิตฟุ้งซ่าน 
แต่ถ้ามันสักแต่ว่า...คิด 
คิดแล้วทิ้งไปๆ มันไม่ใช่จิตฟุ้งซ่าน  
ถึงแม้ว่า มันจะฟุ้งซ่านก็ตาม 
ไม่ฟุ้งซ่านก็ตาม...
ถ้าเรามัวแต่ห้ามจิตไม่ให้คิด 
ให้นิ่งอยู่เฉยๆ 
มันไม่มีอารมณ์สิ่งรู้  
ก็ไม่มีอะไรเป็นเครื่องหมาย
ให้เรากำหนดรู้ว่า...
อะไรไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  เป็นอนัตตา

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย 

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

แต่ก็จะเป็นเพียงชั่วขณะๆ ไป


ปัญหาและความทุกข์ทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นนั้น
มาจากความปรุงแต่งในจิตใจทั้งหมด
ถ้าเรารู้เข้าไปสู่จิตใจ
รู้ทันตรงที่ปรุงแต่ง
แล้วดับสลายความปรุงแต่งที่กำลังจะก่อตัวได้
ความทุกข์ทั้งหลายก็สิ้นสุดลง
แต่ก็จะเป็นเพียงชั่วขณะๆ ไป
ยังไม่ใช่ดับโดยสนิท
เพราะยังสามารถปรุงแต่งขึ้นมาได้อีก
ก็ให้ตามดูรู้ทันอย่างนี้เรื่อยๆ ไป
จนกว่าจะตัดกันขาดสิ้น
ซึ่งความขาดสิ้นก็ไม่ได้มาจากไหน
มาจากการรู้ทันความปรุงแต่งอยู่เรื่อยๆ นี่แหละ
เป็นทีละขณะๆ ไปนี่แหละ

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Image by ELG21 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ความพอนั้น จะทำให้ มีพอไปตลอดชีวิต


ไม่มีหายนะใด
ยิ่งใหญ่กว่าความไม่รู้จักพอ
                               ไม่มีภัยพิบัติใด                               
ยิ่งใหญ่กว่าความโลภ
ดั ง นั้ น
สำหรับผู้ที่รู้จักพอ
ความพอนั้น
จะทำให้
มีพอไปตลอดชีวิต
.........
*วิ ถี แ ห่ ง เ ต๋ า*
โดยปราชญ์เหลาจื๊อ
พจนา จันทรสันติ : แปล

Image by yilileon from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา