อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย


อันโทษของคนอื่นเห็นง่าย 
แต่ฝ่ายของตัวเห็นได้ยาก 
สิ่งที่เราทำผิดอยู่ ไม่รู้สึกตัว 
แต่ผู้อื่นทำเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้ได้ เข้าใจ
นี่คือว่า ใจส่งออก ใจไม่สงบตั้งมั่น 
ใจไม่นึกถึงความตายที่จะมาถึงตน
จิตมันวุ่นวายแส่ส่ายไปในแต่เรื่องภายนอก 
ไม่มารู้แจ้งรู้จักรู้จริงภายในตัวของตัวเอง 
ปล่อยให้ความประมาทมัวเมาเข้าทับถม 
จิตใจก็มืดมิดปิดบัง 
เมื่อมืดมิดปิดบังมากเข้าเท่าไหร่ 
ไม่มีทางรู้สึกตัวได้

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร  

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




ความสุขที่แท้จริง คือ


ความสุขที่แท้จริง คือ 
การไม่มีตัวเราไปทำอะไร เพื่อให้เป็นอะไร 
ไปพยายามดู ไปรู้ เห็น ไปละ 
ไปปล่อย ไปวาง มันจะเหน็ดเหนื่อยมากเลย 
มันจะสงบ หรือ ไม่สงบก็ไม่ใช่เราซะอย่างเดียว 
จะจิตฟุ้งหรือจิตสงบก็เป็นอาการ มีค่าเท่ากัน 
มันได้แต่รู้ว่ามันมีอาการอะไร 
อาการที่ถูกรู้เป็นสังขารที่มันไม่เที่ยง 
แต่เราเป็นผู้ไม่มีอาการ มันไม่มีใครได้อะไร 
ตัวเราไม่มี แล้วจะมีใครได้อะไร 
มันจะเป็นอย่างไร ก็ไม่มีใครเป็น 

หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


สุขของการปล่อยวาง


สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบนั้นไม่มี.. 
มันมีสุขที่ยิ่งกว่านั้นอีก คือ สุขของการปล่อยวาง 
สุขของการทำลายความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งปวง 
..เราทุกข์เพราะอะไร 
ทุกข์เพราะความยึดมั่นถือมั่น.. 
เรามีอะไรเราก็ยึดสิ่งนั้น มีกายก็ยึดกาย 
มีทรัพย์สมบัติก็ยึดทรัพย์สมบัติ 
มีสามี ภรรยา ลูกหลาน ก็ยึด 
เราจะดับทุกข์ได้เพราะไม่มีตัวเอง 
เมื่อเราไม่มี ทรัพย์สมบัติก็ไม่มี 
เพราะมันไม่มีตัวเอง เราก็ไม่รู้จะเอาเพื่อใคร 
เราไม่ใช่เราแท้ เราเพียงชั่วคราว 
เมื่อจบตัวเรา ทุกอย่างในโลกนี้ ก็จบหมด

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ



เวลาทำบุญทำทาน ไม่มีสติรักษาจิตใจ
เมื่อมีเรื่องไม่ดีอะไรกระทบกระทั่งมา ก็เสียอกเสียใจ
หรือว่าโกรธเกลียดขึ้นมา หงุดหงิดขึ้นมาอย่างนี้
มันก็ทำให้บุญกุศลมันเสื่อมไป
แทนที่จะได้บุญกุศลเต็มที่ บุญกุศลกลับร่อยหรอลงไป
เพราะว่าจิตตัวเองไปสมคบกันกับบาปอกุศล
ดังนั้นแหละ ท่านจึงสอนรักษาจิตใจให้ดี

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ



ถ้าหากว่าเราหมดความสงสัย 
อยู่ด้วยความว่างแล้ว 
มีความสุขมา ทุกข์มา ดีมา ชั่วมา เราก็วาง 
อาการวางนี้มันจะเป็นญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันสงบแล้ว มันพ้นจากความวุ่นวาย 
มันเป็นโลกุตรจิตแล้ว 
มันไม่พัวพันอยู่ในโลกแล้ว 
มันจะเป็นญาณอะไรหรือ
ไม่ใช่ญาณอะไรก็ช่างมันเถอะ 
มันเป็นอยู่อย่างนั้นพอแล้ว ลักษณะมันพอ 
ไม่หวั่นไหวแล้ว อยู่ไปเพราะความรู้ 
อยู่ไปเพราะความรู้เท่าตามความเป็นจริง 
มีความรู้ไม่ยึดความรู้นั่นอีก 
ไม่ยึดอะไรทั้งหลายทั้งปวง 
ความรู้ก็ไม่ยึด ว่าไม่รู้ก็ไม่ยึด 
ชั่วก็ไม่ยึดดีก็ไม่ยึด......

หลวงปู่ชา สุภัทโท

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนา


การบำเพ็ญตบะในทางพระพุทธศาสนาก็คือขันติ
เรานิยมแปลว่าความอดทน
แต่หมายถึง อาการที่จิตมีความคงที่ มั่นคง
ไม่หลงไปตามสิ่งปรุงแต่งต่างๆ
เป็นการอนุโลมคล้อยตามสัจธรรม คล้อยตามความจริง
ไม่หลงไปเที่ยวตะครุบอันหนึ่ง
ไม่หลงไปผลักไสอันหนึ่ง
เห็นมันเป็นอย่างนั้นของมันเอง
เป็นไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
ภาษาเราทุกวันนี้เรียกว่ายอมรับ
หรือยอมจำนนต่อธรรมชาติ
ไม่ได้ไปฝืน ไม่ได้ไปยินดี ไม่ได้ไปปฏิเสธ

อ.สุภีร์ ทุมทอง

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



โง่จริงๆ เลย..ที่ต้องมาเกิด



ครั้งหนึ่ง ผมไปเห็นภพภูมิที่เกิดมา 
มองไปสุดตาทิพย์ ตาทิพย์ ยาวกว่าตานี้มากนะ 
สุดตาทิพย์แล้ว ยังมองไม่จบภพชาติที่เราเวียนเกิดจนถึงปัจจุบัน 
เราเป็นอะไรต่างๆ มาเยอะเลย...ผมเห็นแล้วน้ำตาไหล 
ไม่ใช่ไหลเพราะเกิดปีติ แต่เพราะเกิดความสมเพชตัวเอง 
เพราะสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏให้เราเห็นด้วย "ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ"
คือเครื่องประจานความโง่ของเรา โง่จริงๆ เลย..ที่ต้องมาเกิด
ภพแล้วภพเล่า เรียงเป็นลำดับ เหมือนเอาอะไรมาเรียงให้เราดู 
จนสุดตาทิพย์ยังดูไม่หมด นั่นคือชีวิตที่เราเกิดมา เป็นอย่างนั้นเอง

ดร.สนอง วรอุไร

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


ผู้จดจำพระธรรมคำสอนได้มากมาย



ผู้จดจำพระธรรมคำสอนได้มากมาย
แต่มัวประมาทอยู่ ไม่นำธรรมเหล่านั้นไปปฏิบัติ
ย่อมไม่ได้รับผลอันใด จากธรรมนั้น
เหมือนคนเลี้ยงโค ได้แต่นับโคของผู้อื่น ฉันนั้น ( # ๑๙)
ส่วนผู้จดจำพระธรรมคำสอนได้ แม้นเพียงน้อย
แต่ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมเป็นปกติ
พากเพียร ละราคะ โทสะ โมหะ
ตื่นรู้อยู่เสมอ มีจิตหลุดพ้น
ไม่ยึดติดสิ่งใดๆ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
เขาย่อมได้รับผลอันยิ่ง แห่งธรรม ( # ๒๐)

จากหนังสือธรรมบาท โดยสวนธรรมะโพธิญาณ

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา

ความลับ​ของพุทธศาสนา คือ


ความลับ​ของพุทธศาสนา คือ
การเพิกถอน ความเห็น ความเชื่อ 
และ หลักการใดๆ ให้หมดสิ้น
เพื่อให้ เห็น " สัจจะ " 
ได้มีโอกาส ที่จะเปิดเผยตัวมันเองออกมา
หากเอาความยึดถือ...ออกทั้งหมด
ล้วนๆ ก็จะเป็นบริสุทธิ์ คือ ไม่มีเราซ้อนในสิ่งใดๆ
เป็น ตถาคต ตถาตา ความเป็นเช่นนั้นเอง
พุทธิภาวะ เกิดขึ้นได้จากการไม่ยึดติด
"มันอยู่เหนือสมมติบัญญัติ"
"สมมติบัญญัติที่มีชื่อ " 
"สิ่งนั้นก็ไม่ใช่สัจจธรรม แต่เป็นสมมุติ "
คือ ไม่หวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
เห็นแล้วไม่เข้าไปเป็น

พระอาจารย์ปกรณ์นันทน์ ฐิตธัมโม

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


เห็นความไม่เที่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก


เห็นความไม่เที่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก..
ถ้าหากว่าได้น้อมเข้ามาในจิตใจ 
เป็นโอปนยิกธรรมจริงๆ 
จะเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกถอดถอน 
เกิดความรู้สึกสลัดทิ้ง..
..ทำให้เราคลี่คลาย
ออกจากความยึดมั่นถือมั่นได้ 
ดูทุกอย่างทั้งโลกภายนอกก็ดี 
ทั้งโลกภายในก็ดี 
จิตใจของเราก็ดี เออไม่เที่ยง
..ไม่ตั้งความหวัง ไม่ตั้งความปรารถนาที่จะให้ได้ตามที่คิด..
มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไร ในลักษณะไหน 
ก็ไม่ได้ตกใจ..เพราะรู้ว่ามันจะเปลี่ยนอยู่แล้ว 

พระอาจารย์ปสันโน

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา