สิบสิ่งที่ต้องเข้าใจ


สิบสิ่งที่ต้องเข้าใจ

จงเข้าใจว่า
สิ่งที่ปรากฏภายนอก
ไม่ใช่ของจริง
เพราะมันคือมายา

เข้าใจว่า
จิต นั้น ว่าง
เพราะมันไร้ตัวตนที่แท้

เข้าใจว่า
ความคิด คือ ชั่วขณะไม่ถาวร
เพราะมันเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย

เข้าใจว่า
กาย ก็ดี วาจา ก็ดี
ไม่จีรัง
เพราะล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย

เข้าใจว่า
ผลของการกระทำเลี่ยงไม่ได้ 
เพราะสุข ทุกข์ ของสรรพสัตว์
เกิดจากกรรม

เข้าใจว่า
ทุกข์ คือ กัลยาณมิตรทางจิตวิญญาณ
เพราะทำให้เราละโลกย์

เข้าใจว่า
ความสุข ความพอใจ
คือ ปีศาจแห่งความยึดมั่น
เพราะมันเป็นรากเหง้าแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

เข้าใจว่า
การเกี่ยวข้องในหลายๆ เรื่อง
คืออุปสรรคแห่งกุศล
เพราะมันขัดขวางการปฏิบัติธรรม

เข้าใจว่า
สรรพสิ่งมีธรรมชาติแท้เสมอกัน
เพราะสิ่งที่ปรากฏทั้งหลาย
ล้วนไร้ตัวตนที่แท้

ท่านกัมโปปะ 
ครูต้นสายธรรมสำนักกาคยู 
------------------

GAMPOPA
TEN THINGS TO UNDERSTAND

Understand that outer appearances are unreal
because they are illusions.

Understand that inner mind is empty
because it is devoid of self-entity.

Understand that thoughts are momentary
because they occur due to conditions.

Understand that your body and speech are impermanent
because they are conditioned.

Understand that the consequences of your actions are inevitable
because all the pleasure and pain of sentient beings result from karma.

Understand that pain is your spiritual friend
because it is the cause of renunciation.

Understand that pleasure and happiness are the demons of attachment 
because they are the roots of samsara.

Understand that many engagements are obstacles for merit
because they hinder spiritual practice.

Understand that enemies and obstructers are your teachers
because they are inspiration for spiritual practice.

Understand that everything is of equal nature
because all phenomena are ultimately devoid of self-nature.

These are the ten things to understand.

Image by taqiu from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

ตราบใดที่ยังมีความต้องการ...


ตราบใดที่ยังมีความต้องการในตัวเธอ 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ใครบางคน
หรือบางสิ่งมาทำให้เธอมีความสุข
ผลของมันตรงข้ามเลย
เพราะนี่เป็นวิธีที่แน่นอน
ที่จะทำให้เธอรู้สึกขาดและเป็นทุกข์

As long as there is a wanting in you, especially 
for someone or something to make you happy, 
paradoxically, this is a sure way to make yourself 
feel lacking and therefore miserable.

ท่าน Mooji

Image by Engin_Akyurt from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

โลกรอบตัวเธอจะสวยงาม


โลกรอบตัวเธอจะสวยงามก็ต่อเมื่อ 
เธอพบความสงบในโลกภายในตัวเธอเท่านั้น

The world around you is only beautiful 
when you are at peace with the world within you. 

Unknown

Image by Trinh_Nghia from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)





 

ความคิดเป็นพาหะ


...ที่จริงความคิดนั้น
ไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายเลวทรามอะไร 
แต่ความคิดเป็นพาหะนำความโกรธ 
ความโลภ และความหลงมา 
ถ้าสามารถรู้ตัวได้ แล้วใช้ความคิดได้อย่างอิสระ 
ความโลภ ความโกรธ ความหลง 
ก็แยกทางไป ก็ดับไปตามกาลเวลาอันสมควร 
เพราะโดยพื้นใจของเรานั้นไม่มีอยู่แล้ว 
สิ่งแปดเปื้อนมลทินเหล่านั้น
ไม่มีอยู่จริงแท้และถาวร 
มันมีต่อเมื่อเราเผลอ 
พอเผลอก็คิดโลภ คิดโกรธขึ้นมา 
แต่ถ้าเรารู้ตัว ไม่มีความคิดโลภ คิดโกรธ 
คิดแล้วไม่รู้ตัว (หลง) เราก็มีปกติดี
.
แท้จริงจิตใจเป็นสิ่งบริสุทธิ์
ตามธรรมชาติอยู่แล้ว 
คนทุกชาติทุกภาษามีจิตใจเหมือนกัน 
แต่พอความคิดเกิดก็ต่างกัน 
พอความโลภ ความโกรธ ข้อจำกัดเกิดขึ้น 
ยึดมั่นในชาติพันธุ์ของตัว ในผิวพรรณ วรรณะ 
ในเพศ ในวัยของตัวเอง 
.
ดังนั้นถ้าเราทันท่วงทีขณะที่ความคิดเกิด 
ปัญหาที่แก้ยากที่สุด 
จุดที่สะสางยุ่งยากที่สุด 
ทั้งปัญหาส่วนปัจเจกและสังคมโลกก็จะถูกแก้ไข...

ท่านเขมานันทะ

Image by ferofero2002 from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)




 

“การตรัสรู้”


“การตรัสรู้” ไม่ได้เกี่ยวกับการไปยังสถานที่อื่นใด 
หรือการบรรลุบางสิ่งที่เราไม่ได้มีอยู่ในขณะนี้ 
การตรัสรู้ก็คือ เมื่อที่สิ่งบดบังทั้งหลาย
เริ่มหลุดออกไป 
เราก็จะเผยสภาวะอันแท้จริง 
หรือเผยธรรมชาติแห่งพุทธะ

ภิกษุณีเพม่า โชดรัน 

Image by  pr9203 from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

สมาธิมิใช่เพื่อควบคุมความคิด


สมาธิมิใช่เพื่อควบคุมความคิด 
แต่คือการเรียนรู้ว่าทำอย่างไร 
จึงจะไม่ปล่อยให้ความคิดควบคุมเรา

Meditation is not for controlling thoughts. 
It’s about learning how to not let thoughts control you.

Unknown

Image by  Franz26 from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

จึงเกิดการวาง


ถ้าเราเจริญสติถูกต้อง
จะเริ่มเห็นแล้วว่า
ความโกรธไม่ใช่เรา 
ความเกลียดไม่ใช่เรา
ความทุกข์ไม่ใช่เรา
ความปวดไม่ใช่เรา 
ความสุขก็ไม่ใช่เรา
ความดีใจก็ไม่ใช่เรา
จะเห็นได้เลยนะว่า
อารมณ์พวกนี้ไม่ใช่เรา
แล้วพอเราเห็นพวกนี้ว่าไม่ใช่เรา
ใจจึงไม่เข้าไปยึดไง
จึงเกิดการวาง 
ระยะห่างอันนี้ 
เราเรียกว่า  เห็นด้วย สติ 
ซึ่งเป็นพื้นฐานของ
การทำกรรมฐาน 
เรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

Image by Michael_Fotofreund from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

และนั่นคือนิพพาน


ผู้คนทนทุกข์เพราะติดอยู่กับความคิดของตัวเอง 
ทันทีที่เราปล่อยวางความคิดความเห็นเหล่านั้น 
เราก็เป็นอิสระและไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป... 
เมื่อเธอหลุดพ้นจากความเห็น และคำพูดใดๆ
ความจริงก็เผยตัวออกมาให้เห็น 
และนั่นคือนิพพาน

People suffer because they are caught in their views. 
As soon as we release those views, we are free and we don’t suffer anymore… 
When you get free from views and words, reality reveals itself to you, 
and that is Nirvana.

ท่านติช นัท ฮันห์

Image by RelaxSphere from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)


 

สุข-ทุกข์.. ล้วนว่างเท่ากัน..


สุข-ทุกข์..
ล้วนว่างเท่ากัน.. 
และสุขก็ไม่ได้ดีไปกว่าทุกข์..
ส่วนทุกข์ก็ไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับความสุข .
.ความอิสระไปจากสุข-ทุกข์คือเป้าหมายแท้จริง..
มิใช่การติดสุข

อิโตมิ จัง

Image by niki_emmert from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)



 

รู้อะไรขึ้นมา ในจิตก็ว่างๆๆ


ทําจิตให้ว่างให้หมด
ว่างจากความรู้สึกนึกคิด 
ทําจิตให้ตั้งมั่นในสุญญตสมาธิ
มีอนัตตาความว่างเป็นอารมณ์
สุญญตวิโมกข์หลุดพ้นด้วยความว่าง
จิตรับรู้อะไรขึ้นมาก็เตือนจิตว่าว่างๆๆ
ไม่ต้องไปรอ ไม่ต้องวิตกวิจาร
ไม่ต้องรอสังขารปรุงแต่ง

รู้อะไรขึ้นมา ในจิตก็ว่างๆๆ 
ต้องใช้ความว่างข่มมัน
หมายถึงว่าใช้ปากพูดไป เหมือนกับเราบ่นมันนันแน่ะ
ให้ว่างๆๆ เหมือนกับเราคนทั่วไปนั่นแหละ
อยู่เฉยๆ ใครมาบ่นให้เราฟังเราก็ไม่ชอบ
ฉะนั้นเมื่อมันโผล่ขึ้นมา เราก็บอกว่างๆๆ

ไอ้ความทีว่าเราพูดว่าว่างๆๆ ไปกระแทกใจมัน
มันก็อยู่ไม่ได้ มันก็รําคาญ มันก็ต้องออกไป
อารมณ์ทั้งหลายก็จะได้หมดไป สิ้นไป
เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องไปห่วงใย
อาลัยอาวรณ์ใครทั้งหมด
ตายตอนนี้ ว่างเดี๋ยวนี้ ไปนิพพานเดี๋ยวนี้

พระอาจารย์นพพร อาทิจฺจวํโส

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจมนษิธาร  Monsitharn

        (บ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา เดิม)