ความรู้ล้วนๆ... เป็นความรู้ที่วิเศษ


...รู้ของเรา กับรู้ของท่านผู้บริสุทธิ์นั้นผิดกันมาก 
รู้ของเรามีสิ่งเจือปนอยู่ภายใน 
รู้...ของพระขีณาสพ คือพระอรหันต์ท่าน 
ไม่มี...อันใดเจือปน  มีแต่...ความรู้ล้วนๆ 
ความรู้ล้วนๆ...
ที่ไม่มีอะไรเจือปนนั้นแล เป็นความรู้ที่วิเศษ 
เป็นความรู้...ที่อัศจรรย์ 
เป็นความรู้...ที่ทรงไว้ ซึ่งความสุขเต็มเม็ดเต็มหน่วย  
เต็มภูมิฐานของจิตที่บริสุทธิ์ 
สุข ก็เต็มภูมิ คงเส้นคงวา 
ไม่มี...การเปลี่ยนแปลงแปรปรวนเหมือนโลก
ทั้งหลาย  เหมือนอาการต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในโลก
ซึ่งเต็มไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

Image by MártaBátonyi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ทุกๆ สรรพสิ่งมันก็มีแค่นี้


เมื่อชำเลืองรู้ จะรู้แต่เรื่องเดิมๆ 
เพราะอาการเดิมๆ ความรู้ความเห็นเดิมๆ 
แล้วก็มีผู้รู้ตัวเดิม สิ่งที่ถูกรู้
ก็มีแต่อาการที่เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ 
ซ้ำรอยเดิมๆ อยู่อย่างนี้ และจบลงที่เดิม 
นั่นหมายความว่า ทุกๆ สรรพสิ่งมันก็มีแค่นี้ 
มันเป็นอย่างนั้นของมันเองได้ทั้งหมด 
ชำเลืองต่อไปก็จะได้บทเรียนแบบเดิมๆ 
แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไปได้ล่ะ 
นอกจากจะยอมรับกับทุกๆ ธรรมชาติ 
แล้วก็ปล่อยให้เขามี  ตามที่เขามี 
และปล่อยให้เป็นตามที่เขาเป็น 
รู้จะได้หมดภาระไปจากทุกๆ อาการ
ของสิ่งที่ถูกรู้และถูกเห็นนั้นเสีย…

พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

Image by CharlVera from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้


สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้
สติตัวเดียวเท่านั้นที่ทำให้เรา
ได้ดวงตาเห็นธรรม 
เมื่อสติเข้มแข็ง จิตมั่นคง คือสมาธิ 
เพราะฉะนั้น เราปฏิบัตินี่ 
ใครจะได้สมาธิขั้นใดตอนใดก็ช่าง 
แต่ผลลัพธ์ครั้งสุดท้ายก็คือสติตัวเดียว
.
“โพชฌังโค สติสังขาโต” สติเป็นองค์แห่งการตรัสรู้ 
เมื่อสติกำหนดจดจ้องดูสิ่งที่เกิด-ดับกับจิตตลอดเวลา 
“ธัมมานัง วิจโย ตถา” เป็นการสอดส่องธรรม 
“วิริยัมปีติปัสสัทธิ” เกิดความเพียร 
เกิดปีติ เกิดความสงบ เกิดสมาธิ 
เกิดปัญญา เกิดความเป็นกลาง 
มันจะไปของมันตามลำดับอย่างนี้
.
เพราะฉะนั้น พอนั่งปั๊บลงไป 
จิตสงบนิดหน่อย จิตมันผุดขึ้น 
ผุดขึ้นๆๆๆ มันแสดงว่าเรา
จะได้ผลเลิศในทางปฏิบัติแล้ว 
ถ้าพอพุทโธๆๆๆ รู้สึกวูบๆๆๆ 
ละเอียดเข้าไปแล้ว บางทีมันจะช้าหน่อย 
แต่ถ้าพอสงบปั๊บลงไปแล้ว 
มันเกิดความรู้ผุดขึ้นๆ นี่เร็ว 
เพราะจิตมันสามารถหาอารมณ์มาป้อนให้ตัวเองได้ 
.
แบบสงบลงไปปุ๊บ ลงไปนิ่ง ว่าง สว่าง 
สบาย เรื่อยไป นี่มันเข้าฌานสมาบัติ
“สมาธิในฌานสมาบัติ ไม่ใช่ทางตรัสรู้ 
เป็นเพียงที่พักจิต สร้างพลังจิต 
สร้างฤทธิ์อิทธิพล สร้างอำนาจ"

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Image by FelixMittermeier from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ให้วกกลับคืนสู่ภายใน


ใครที่หาความสุขไม่เจอ ให้วกกลับคืนสู่ภายใน 
สุขแท้จริง ไม่หลอกไม่ลวงอยู่ตรงนั้น..
มวลความสุขอันมั่งคั่งของชีวิต 
เกิดจากสัมพันธภาพที่ดีกับจิตเดิมแท้ภายใน ..

อิโตมิ จัง

Image by digitalaivault from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

สามสิ่งนี้เป็นดั่ง เกราะของจิต



จงมีศรัทธา  ความรอบรู้ และ ระเบียบวินัย
สามสิ่งนี้เป็นดั่ง ลําต้นอันเป็นแก่นของจิต
นี่คือต้นไม้ที่เธอจําต้องเพาะปลูก
และเลี้ยงดูมันให้งอกงาม

ปราศจากความเพลินใจยินดี
ปราศจากความยึดติด 
และ ปราศจากความมืดบอด
สามสิ่งนี้เป็นดั่ง เกราะของจิต
มันเบาที่จะสวมใส่ 
แต่แข็งแกร่งในการปกป้อง
และเป็นเกราะป้องกัน ที่เธอควรแสวงหา

การภาวนา ความขยันหมั่นเพียร และ ความอุตสาหะ
สามสิ่งนี้ คือ อาชาของจิต
มันวิ่งเร็ว และ ทําให้เคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว
นี่แหละ คือม้าดีที่สุด 
ที่จะทําให้เธอก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว 

การตระหนักรู้ในตนเอง  ความแจ้งชัดในตนเอง 
และ ความอิ่มเบิกบานในตนเอง
สามสิ่งนี้ คือ ผลของจิต
จงเพาะหว่านเมล็ด บ่มผลของมันให้สุกงอม 
แล้วคั้นเอานํ้าและแก่นของมันออกมา 
นี่แหละ คือผลที่เธอควรแสวงหา…

ท่านมิลาเรปะ

จากหนังสือ แก่นธรรมของท่านมิลาเรปะ
แปลโดย ชยธมฺโมภิกขุ

Image by rpeppi from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

นั่นคือปัญญา


ความหลง คือการที่เราไม่รู้ความจริงของธรรมชาติ 
เรามีชุดความคิด ความเชื่อที่เราปักใจไว้ 
มองโลกอย่างที่เราคิดว่าจริง 
ถ้าสังเกตดูให้ดี และอนุญาต
ให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น 
ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เป็น 
นั่นคือการเริ่มต้นเป็นอิสระจากความหลง 
นั่นคือปัญญา 

ท่านมิงจูร์ รินโปเช

จากการบรรยายหัวข้อ
“ภาวนาและภาวะวิกฤตทางจิตใจในปัจจุบัน”
ณ สวนโมกข์ กรุงเทพ 25 ก.ย.66

Image by ilmiia from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา





 

ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์


“ทุกข์” ควร “กำหนดรู้”
ไม่ใช่ปฏิบัติแล้ว หมดทุกข์
ทุกข์หมดไปไม่เป็น
เมื่อกายกับจิตยังอาศัยกัน 
ทุกข์ของขันธ์ยังมีตลอดเวลา 
แต่จิตที่จะไปติดข้องที่จะไปยึดถือ 
ไปลุ่มหลง ว่าทุกข์ให้โทษแก่เรา
อย่างนั้นอย่างนี้ ควรจะให้มันหายออกไป..

ผู้ที่ไป “รู้ทุกข์” เป็นทุกข์หรือไม่ นั่นแหละ 
เป็นเรื่องที่ “ควรกำจัด” 
เป็นเรื่องที่ควร “ปฏิบัติ” 
เพื่อทราบตามความเป็นจริง
ทุกข์คือเวทนาตัวหนึ่ง
“จิต” ผู้มา “รู้” ก็เป็นอีกอันหนึ่ง 
ไม่ใช่เวทนา ที่เกิดขึ้นแล้วดับไป
ความรู้นี้ จะเป็นสุขก็ตาม 
เป็นทุกข์ก็ตาม เฉยๆ ก็ตาม
“จิต” มัน “รู้” ตื่นอยู่ หลับอยู่ มันก็ “รู้” 
นี่คือเรื่องของ “จิต”

พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร

Image by RyanMcGuire from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

คนใจเจริญ


ถ้าเราเสียเปรียบเราดีใจ
ถ้าเราได้เปรียบเราเสียใจ
อันไหนดีกว่าก็ให้เขา
ของเราอย่างไรก็ได้ นี่เรียกว่า คนใจเจริญ
ให้เขานิดเดียว เราเอามากๆ
ไม่ดีเลย เราผิดธรรม
ตำหนิตัวเอง ใจเราเสื่อม ใจเราไม่ดี
ให้พากันเอาชนะความตระหนี่ถี่เหนียวแน่น
ด้วยการเสียสละ

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร

Image by 51581 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ละตัวเดียว ละอวิชชา


...ความหลงความโลภความโกรธเกิดได้อย่างไร  
ก็เกิดเพราะมันไม่เห็นแจ้ง
ความจริงในความรู้ใช่ไหม  
พอมันไม่เห็นแจ้งความจริงในความรู้  
ก็เรียกว่าอวิชชามันเกิด  
พอมันเกิดมันก็เลยหลงความรู้ 
พอหลงความรู้ ความรู้ใดที่มันเคยเรียนรู้มา  
มันเคยพอใจก็เป็นโลภะเป็นราคะ  
ความรู้ใดที่มันไม่พอใจ  
มันก็หลงไปเป็นโทสะ นี่มันเกิดอย่างนี้ 

เพราะฉะนั้นจะละโทสะ ละราคะ 
ละยังไง  ก็ละตัวเดียว  
ละอวิชชาไง  
เห็นความจริงของสิ่งนั้นว่า
มันไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา  
แล้วจะไปหลงตามมันไหม 
ไม่หลงตามมัน  
แล้วมันจะมีราคะโทสะเกิดไหม...

พระอาจารย์วิชัย กัมมสุทโธ


Image by giselaatje from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

มิใช่โทษจำคุกตลอดชีวิต


จงอย่าเป็นผู้ต้องขังของอดีตตนเอง
มันเป็นบทเรียนบทหนึ่ง
มิใช่โทษจำคุกตลอดชีวิต

Never be a prisoner of your past.
It was a lesson.
Not a life sentence.

Unknown

Image by GoranH from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา