ปฏิบัติธรรม อย่ามีเป้าหมาย


ปฏิบัติธรรม อย่ามีเป้าหมาย
เป้าหมาย จะพาให้เราเป็น
นักทำ
ไม่ใช่นักปฏิบัติธรรม
มีหน้าที่ 3อย่าง
รู้เนื้อรู้ตัว
พ้นออกจากโลกของความปรุงแต่ง
หันมาดูใจ
ปกติก็ ”รู้จัก”ว่าเป็นแบบนี้
ไม่ปกติก็ ”รู้จัก” ว่าเป็นแบบนี้
แค่ ”รู้จัก” แล้วก็ผ่านไป
แล้วมันจะค่อยๆ”ตื่น”ขึ้นเอง
ไม่ต้องคาดหวังว่ามันจะตื่น
เพราะมันจะตื่น”เอง”อย่างค่อยเป็นค่อยไป
จิตใจจะค่อยๆ ปลดเปลื้องภาระ ”เอง”
ทุกอย่างจะค่อยๆ เป็นธรรมชาติ ”เอง”
ขอแค่ทำหน้าที่ที่บอกไว้  “แค่นั้น”
แล้วสัจธรรม ของ #อนัตตา
จะทำงานหามรุ่งหามค่ำ
“ด้วยตัวมันเอง “
จนพาจิตทุกดวง บรรลุธรรม ในที่สุด ”เอง”

Camouflage

Image by mirkostoedter from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

ย่อมเป็นอิสระหลุดพ้น


ผู้ไม่สะสม รู้จักใช้ปัญญาในการบริโภค
แจ้งชัดแล้วซึ่ง การไร้คุณค่าความหมายที่แท้จริงของสิ่งทั้งปวง
แจ้งชัดแล้วในสุญญตา 
ย่อมเป็นอิสระหลุดพ้น
การไปของเขาย่อมไร้ร่องรอย
เหมือนนกไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศ ( # ๙๓)

จากหนังสือธรรมบาท ของสวนธรรมะโพธิญาณ

Image by guvo59 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

ให้รู้เท่าทันความรู้สึกที่ว่าฉันได้ทำบุญ


ถ้าเราเป็นนักภาวนา เมื่อมีโอกาสได้ทำบุญทำทาน
ขอให้รู้เท่าทันความรู้สึกที่ว่าฉันได้ทำบุญเสียด้วย
รู้ให้เท่าทันความฟูของใจ
รู้ว่าเราไม่ได้ทำเพื่อจะเอาอะไร
แต่ให้เห็นเพียงว่า เราได้สละความยึดถือออกไป
แม้เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย ใจที่เข้าใจด้วยปัญญาอย่างนี้
ย่อมไม่ฟูขึ้น (บุญ) แต่จะกว้างและโปร่งโล่งเบา (กุศล)
อันเป็นฐานเสริมในการภาวนาของเราเอง

พระอาจารย์เจษฎา คุตฺตจิตฺโต

Image by GLady from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา




 

คนที่มีความอ่อนน้อม ย่อมส่อถึงความเป็นคนดีภายใน


คนที่มีความอ่อนน้อม
ย่อมส่อถึงความเป็นคนดีภายใน 
ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนแข็งกระด้าง
ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรอ่อนน้อม 
ย่อมประสบความหายนะ 
ท่านสอนให้เราไปดูตัวอย่างรวงข้าวในนา 
ตามธรรมดารวงข้าวมีเมล็ดเต็มอ้วนภายใน 
มักอ่อนรวงลงเสมอ 
ส่วนรวงใดลีบไม่มีเนื้อภายใน 
มักชูรวงแข็งกระด้างไม่อ่อน 
เปรียบเหมือนคนอ่อนน้อม
ซึ่งแสดงว่ามีความดีภายใน 
ส่วนคนแข็งกระด้างแสดงว่าภายในลีบ
ไม่มีน้ำหนักแห่งความดีเลย 
มนุษย์จึงควรสำนึกในข้อนี้ 
และประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ 
จะถึงความเจริญไม่หยุดยั้ง

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท

Image by manseok_Kim from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

ชาวพุทธเห็นว่า แก้วแตกแล้ว


คนมองโลกแง่บวก บอกว่ามีน้ำตั้งครึ่งแก้ว  
คนมองโลกแง่ลบ บอกว่าเหลือน้ำแค่ครึ่งแก้ว
แต่ชาวพุทธเห็นว่า แก้วแตกแล้ว
เวลาพิจารณาว่าแก้วแตกแล้ว 
เราสามารถใช้แก้วโดยไม่ยึดติด 
เราใช้ประโยชน์จากแก้วอย่างชาญฉลาด 
โดยไม่หลงลืมธรรมชาติอันไม่จีรังยั่งยืนของแก้ว  
และเมื่อแก้วแตกไปในที่สุด 
เราย่อมไม่ประหลาดใจ และไม่ทุกข์ใจไปกับมัน

พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ

Image by g3gg0 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

เรียกว่า "ภควา"


ตาไม่ติดรูป รูปไม่ติดตา 
หูไม่ติดเสียง เสียงไม่ติดหู 
จมูกไม่ติดกลิ่น กลิ่นไม่ติดจมูก 
ลิ้นไม่ติดรส รสไม่ติดลิ้น 
กายไม่ติดสัมผัส สัมผัสไม่ติดกาย 
ใจไม่ติดอารมณ์ อารมณ์ไม่ติดใจ  
แยกออกเป็นส่วนๆ เรียกว่า "ภควา" 
เป็นตัววิปัสสนาญาณ เป็นฉฬงฺคุเปกฺขา 
ปล่อยได้ทั้งอายตนะภายใน อายตนะภายนอก

ท่านพ่อลี ธัมธโร

Image by Leolo212 from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 


เวลาเราปฏิบัติ มันไม่เบาใจ
เพราะ จะเอาท่าเดียว 
ลองปรับใหม่ ปฏิบัติไม่เอาอะไร 
เดิน.. รู้ตัวแบบไม่เอาอะไร 
นั่ง.. รู้ตัวแบบไม่เอาอะไร 
พอใจไม่เอาอะไรๆ มันก็จะคลายจากตัณหา 
ตัณหาจางคลายใจก็จะเริ่มเบาขึ้น 
แต่ที่มันหนักเพราะ จะเอา 
ยิ่งเอา ก็ยิ่งหนัก ยิ่งผลัก ก็ไม่พ้น 
ต้องทำใจกลางๆ ว่างๆ ไม่มีตัวไม่มีตน 
จึงหลุดจึงพ้นจึงถึงนิพพาน 

พระอาจารย์สุรศักดิ์ เขมรังสี

Image by monicore from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คนเราสามารถเข้าถึงจิตบริสุทธิ์ในตัวเอง


คนเราสามารถเข้าถึงจิตบริสุทธิ์ในตัวเอง
และสามารถเข้าถึงพลังงานบริสุทธิ์ในตัวเองได้ง่ายมาก
แค่การรู้จักรักษาจิตใจของตัวเองให้เป็นกลาง
และให้อยู่ในความเป็นธรรมชาติไว้เสมอ..
จะช่วยให้เชื่อมต่อพลังธรรมชาติได้สูงมาก..
จะยิ่งช่วยเสริมส่วนดีของชีวิตให้กล้าแกร่ง..
_____________________
จิตใจที่มีความปกติมักมีความนิ่ง เบิกบาน
สำรวม มีพลัง และสว่างไสวในตัวเอง..
ความปกติของจิตใจเป็นแบบนี้
ยิ่งเจออะไรดีดีก็ยิ่งต่อยอดได้ง่าย
มีความสุขความเจริญในตัวเองได้ง่าย..
ดังนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมเราจึงต้องรักษาจิตใจให้อยู่
ในคลื่นพลังงานบวกเสมอๆ
เพื่อที่เราจะได้ไม่พลาดสิ่งดีดีไป
ในตอนที่ยังสามารถรับได้

ตื่นทางปัญญา จิตกลับสู่เดิมแท้
(อิโตมิ จัง)

Image by monicore from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา


 

อย่าให้จิตไปติดในสิ่งที่เกี่ยวข้องนั้น


มันมีของที่เกิด 
และของที่ทำลายไป 
มีสิ่งที่เกิดขึ้น
แล้วก็มีสิ่งที่มาทำลายไป 
อันนี้เป็นธรรมชาติ 
.
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้แก้ไขธรรมชาติ 
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้แก้จิตแก้ใจ 
แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตในใจ 
อย่าให้มันเกาะอยู่ในจิตได้ 
.
... สิ่งที่จิตไปเกี่ยวข้อง จะเป็นสิ่งใดๆ ก็ช่าง 
อย่าให้จิตไปติดในสิ่งที่เกี่ยวข้องนั้น 
ถ้าหากว่าจิตไปติดในสิ่งที่เกี่ยวข้อง 
สิ่งนั้นๆ ทั้งหมดเป็นของที่เกิดมา
 แล้วก็เป็นของเกิดมาแก่ 
เกิดมาเจ็บ เกิดมาตาย แล้วก็มาทุกข์
. 
... จิตไปติดสิ่งที่เกิดมาทุกข์ เราก็ทุกข์ไปด้วย 
ถ้าหากว่าจิตเป็นอิสระ
ไม่ไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดมาทุกข์ 
จิตก็ไม่ทุกข์

หลวงปู่แบน ธนากโร
 
Image by PavanPrasad_IND from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา



 

คนนั้นแหละเขาเรียกว่า ‘โกรธเป็น’


โกรธเป็นไหม
คนไหนโกรธแล้ว ‘ไปเป็น’ กับความโกรธ
คนนั้นเขาเรียกว่า ‘โกรธไม่เป็น’
แต่คนไหนโกรธเป็นนะ โกรธแล้วรู้ความโกรธ
แล้วไม่ได้ไปโกรธกับความโกรธ
คนนั้นแหละเขาเรียกว่า ‘โกรธเป็น’
เห็นความโกรธ แต่เราไม่ได้ไปเป็นกับความโกรธ
เราเป็นคน‘ผู้รู้’ เป็น‘คนดู’มันเป็น
ไม่ใช่ ‘เรา’ เป็น

พระอาจารย์กระสินธุ์ อนุภัทโท

Image by PavanPrasad_IND from pixabay

ที่มา  : เพจบ้านจตุรทวีปประทาน เพื่องานพระศาสนา